Economic
เด็มโก้มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล พร้อมปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น (Reselience) รับมือด้วยความคล่องตัว (Agility) และรวดเร็ว (Speed) ทั้งยังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) อีกด้วย
ในปีนี้ เด็มโก้ได้มีการทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างผลการดำเนินงานและการเติบโตที่ยั่งยืน มีการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น (Emerging Risks) อีกทั้งมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับและบริหารจัดการประเด็นต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างโอกาสทางธุรกิจพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Trends) ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (E) มีความรับผิดชอบต่อสังคม (S) และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (G) ส่งผลให้เด็มโก้ สามารถบรรลุเป้าหมายและสร้างความไว้วางใจจากหน่วยงานต่าง ๆ
ความสำคัญ
เด็มโก้มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนา และเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ที่บริษัทจดทะเบียนพึงปฏิบัติทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนในทุกรูปแบบ โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายต่าง ๆ จริยธรรมและจรรยาบรรณ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ความมุ่งมั่นและแนวทางการกำกับดูแลกิจการ
เด็มโก้ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารกิจการที่ดีที่ยึดมั่นตามจริยธรรม และจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ ข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทจดทะเบียน กฎ ระเบียบ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(กลต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อนโยบายการกำกับดูแลกิจการมาโดยตลอด กำหนดให้การกำกับดูแลกิจการเป็นหนึ่งในดัชนีวัดผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดทำแผนการดำเนินงาน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยปณิธานอันมั่นคงแน่วแน่ของเด็มโก้ที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการบริหารองค์กรโดยยึดหลักธรรมาภิบาลที่ดี และเป็นองค์กรหนึ่งที่มีความเป็นเลิศทางด้านบรรษัทภิบาล จึงได้เผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการของเด็มโก้ไว้บนระบบเครือข่าย DEMCO Intranet และบนเว็บไซต์ของเด็มโก้ www.demco.co.th เพื่อให้พนักงานและลูกจ้างของเด็มโก้ทุกคนได้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถนำนโยบายการกำกับดูแลกิจการของเด็มโก้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดเป็นรูปธรรม
สำหรับการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุล ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสภายใต้การจัดการความเสี่ยง และการกำกับดูแลที่ดี มีการบริหารจัดการอย่างสมเหตุสมผลเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ดำเนินธุรกิจอย่างมีศีลธรรม และเป็นมิตรต่อสังคม สิ่งแวดล้อม กับรู้ความเป็นไป รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ภายใต้กรอบ DEMCO Sustainable Development Platform
โครงสร้างการบริหารงาน
คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของหลักธรรมาภิบาลในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายและให้ความสำคัญกับการสรรหากรรมการ การกำหนดโครงสร้างและบทบาทหน้าที่รวมถึงการประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทที่ต้องเป็นไปตามกรอบจริยธรรม ความเท่าเทียมกัน และรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในการสรรหากรรมการบริษัทคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อทำหน้าที่สรรหาและกลั่นกรองบุคคลที่เหมาะสม มีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยคำนึงถึงความหลากหลายของคุณสมบัติกรรมการ ทั้งในด้านความเป็นอิสระ ความรู้ความสามารถ ทักษะประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตลอดจนเพศและอายุ และได้จัดทำตารางองค์ประกอบความรู้ความชำนาญของคณะกรรมการ (Board Skills Matrix) เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยรวมมีความเหมาะสม ครบถ้วนความจำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กร สามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้ จึงส่งผลองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน เป็นไปตามกฎหมายและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ความรู้ความชำนาญของกรรมการ (Skills Matrix)
การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ประจำปี 2567
เด็มโก้จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน 5 ครั้งต่อปี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงพิจารณาประเด็นด้านความยั่งยืนที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เพื่อศึกษาผลกระทบและโอกาสทางธุรกิจ
การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการดำเนินงานและการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท เด็มโก้ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการรายบุคคล เป็นประจำทุกปี ด้วยวิธีการประเมินตนเอง (Self Evaluation) และ / หรือ ประเมินแบบไขว้ (Cross Evaluation) โดยเด็มโก้จะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้รับจากการประเมินผลการปฏิบัติของคณะกรรมการมาปรับปรุงประสิทธิผลการทำงานของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำกับดูแลกิจการของเด็มโก้ ซึ่งผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประเมินรายบุคคล ประจำปี 2567 มีดังนี้
ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
ผลการประเมินของคณะกรรมการคณะกรรมการชุดย่อย
ความสำคัญ
เด็มโก้ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อสนับสนุนให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพ ดูแลด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเปิดเผยข้อมูล การดูแลด้านชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับจรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรม ธรรมาภิบาลที่ดีในองค์กร โดยวางหลักเกณฑ์และมาตรฐานการปฏิบัติ งานให้กรรมการผู้บริหารและพนักงาน ถือปฏิ บัติเพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้สอดคล้องกับนโยบาย ตลอดจนกฎหมายกฎเกณฑ์และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ
เด็มโก้ ได้จัดทำจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจขึ้น เพื่อให้กรรมการผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านจริยธรรมที่สูงที่สุด เนื่องจากกลุ่มธุรกิจ เด็มโก้มีความเชื่อที่ว่าแนวทางเกี่ยวกับจริยธรรม เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำไปสู่ผลการปฏิบัติงานที่มี ประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ
การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
คณะกรรมการบริษัท ได้ให้ความสําคัญต่อการกํากับดูแลกิจการภายใต้กรอบการบริหารจัดการของการมี จริยธรรมที่ดี มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับ มีจิตสํานึก ในการต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม เด็มโก้ ได้จัดทํานโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการกํากับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดําเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ มีการปฏิบัติที่สอดคล้อง กับนโยบายที่กําหนดไว้ ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรทุกระดับของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ ยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน
การสร้างวัฒธธรรมองค์กรเชิงจริยธรรม (Ethical Culture)
คณะกรรมการตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งถือเป็นรากฐานของการดำรงอยู่ และความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจในอนาคตของเด็มโก้ การสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กร เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจด้วยเช่นกัน เด็มโก้ ได้กำหนดค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กร ของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ไว้ 6 ด้าน ดังนี้
- วัฒนธรรมที่มุ่งเน้นผลงาน (Performance Culture)
- วัฒนธรรมทางจริยธรรม (Ethical Culture)
- วัฒนธรรมที่ตระหนักถึงความเสี่ยง (Risk Culture)
- วัฒนธรรมการเรียนรู้และการทางานเป็นทีม (Learning and Team Culture)
- วัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงและการสร้างนวัตกรรม (Change and Innovation Culture)
- วัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG Culture)
ในปี 2566 เด็มโก้จัดทำแบบประเมินตนเองด้านจรรยาบรรณและจริยธรรมในการปฏิบัติงานประจำปี โดยกำหนดช่องทางการสื่อสารในการทำแบบประเมินจริยธรรมและจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน (Ethical Self-Assessment) ของพนักงาน ทุกเดือนตุลาคมของทุกปีและได้สรุปผลการประเมิน และรายงานผลต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน และเพื่อเป็นการส่งเสริมกำกับวัฒนธรรมองค์กรของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ให้เป็นไปในแนวทางที่กำหนดไว้ และสามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องตามนโยบายที่กำหนด ตอบสนองต่อการดำเนินการด้านความยั่งยืนในการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนสะท้อนปัญหาสภาพแวดล้อมของการปฏิบัติงานในปัจจุบัน
การขัดแย้งทางผลประโยชน์
นโยบายของดําเนินธุรกิจเด็มโก้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและอยู่บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใด ๆ ในการเข้าทําธุรกรรม หรือรายการใด ๆ ของเด็มโก้หรือบริษัทย่อย จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้นของเด็มโก้และหลีกเลี่ยงการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกําหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณาต้องแจ้งให้คณะกรรมการหรือผู้บริหารทราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าวและต้องไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณา รวมถึงไม่มีอํานาจในการอนุมัติธุรกรรมหรือรายการดังกล่าว ดังนั้น เด็มโก้จึงได้จัดทํานโยบาย การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนในองค์กรถือปฏิบัติ
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันและการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
เด็มโก้ ได้กําหนดแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และสินบน 3 ข้อ ประกอบด้วย
- กระบวนการในการประเมินความเสี่ยงจากด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
- แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกํากับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
- แนวทางในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
การร่วมมือกับภาคีเครื่อข่ายด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่น
เด็มโก้ได้ลงนามเข้าร่วมเป็น “สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนในทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็มโก้มีนโยบายกำหนดความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ โดยคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (“CAC”) มีมติให้การรับรองบริษัทเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 จนถึงปัจจุบัน

เด็มโก้ ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านคอร์รัปชัน ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ รวมทั้งสื่อสารรเอง No Gift Policy ในช่วงเทศกาลและโอกาสอื่นใดให้พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ


ผลการดำเนินงานต่อต้านการทุจริตประจำปี 2567
บริษัท เด็มโก้ ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินมาตรการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:
- การอบรมและประเมินจริยธรรมในการทำงาน
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับจริยธรรม จรรยาบรรณทางธุรกิจ และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแก่พนักงานทุกคน
- จัดทำแบบทดสอบวัดความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรมและการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมให้พนักงานทุกคนทำแบบประเมินจรรยาบรรณและจริยธรรมประจำปี
- ดำเนินการทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและการให้สินบน พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันและควบคุมอย่างรัดกุม
- ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นทางการ พร้อมเชิญชวนคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านการทุจริตผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์บริษัท และการสื่อสารผ่านจดหมายอย่างเป็นทางการ
- จัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรม และจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจในรูปแบบ E-Book เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานผ่านระบบเว็บไซต์ภายใน
- จัดทำช่องทางถาม-ตอบเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และนโยบายต่าง ๆ ผ่าน เว็บไซต์ภายใน (Intranet) เพื่อให้พนักงานสามารถสอบถามและศึกษาข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง
การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
เพื่อให้การบริหารงานและการพัฒนาองค์กรสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เด็มโก้ได้จัดทำช่องทางการแจ้งเบาะแส ให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร สามารถรายงานและแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการทุจริต และการกระทำผิดกฎหมายขึ้น โดยกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสด้วยเช่นกัน ในส่วนของช่องทางการแจ้งเบาะแสการทุจริตและกระทำผิด มีดังนี้
ขอบเขตการร้องเรียน / การแจ้งเบาะแส
การกระทำน่าสงสัยว่าฝ่าฝืนหลักปฏิบัติที่ดี ดังต่อไปนี้
- การฝ่าฝืนการปฏิบัติตามหลักการและแนวปฏิบัติของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- การฝ่าฝืนกฎหมาย และกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท
- การได้รับความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติงาน
- การกระทำทุจริตคอร์รัปชัน
หลักเกณฑ์ในการรับเรื่องร้องเรียน
- อาจแสดงหรือไม่แสดงตัวตนได้
- ใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่สุภาพ
- ข้อมูลที่ได้รับจะเก็บเป็นความลับ
- ผู้แจ้งเบาะแส/ร้องเรียน จะได้รับความคุ้มครองสิทธิไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือบุคคลภายนอก
- เป็นเรื่องที่ผู้ร้องหรือบริษัทได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
- ข้อร้องเรียนที่ผู้ร้องที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน ให้ยุติเรื่องและเก็บเป็นฐานข้อมูล
การตอบสนองผู้ร้องเรียน / ผู้แจ้งเบาะแส
- การตอบสนอง ตอบกลับผู้ร้องเรียน / ผู้แจ้งเบาะแสไม่เกิน 7 วันทำการ หลังจากได้รับข้อร้องเรียน
- การพิจารณาดำเนินการตามเรื่องร้องเรียน ขึ้นอยู๋กับความซับซ้อนของเรื่อง ความเพียงพอของเอกสาร หลักฐานที่ได้รับและคำชี้แจงของผู้ร้องเรียน / ผู้แจ้งเบาะแส แต่ไม่เกิน 30 วันทำการ
ช่องทางการรับข้อร้องเรียน / การแจ้งเบาะแส
ยื่นเรื่องด้วยตนเอง
(ตู้รับเรื่องร้องเรียน สำนักงานใหญ่ชั้น 2 อาคาร 1)
ส่งจดหมายทางไปรษณีย์ :
รองกรรมการผู้จัดการสำนักงานตรวจสอบ
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 59 หมู่ 1 ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี 12000
ผ่านระบบ Internet ทาง Website ของบริษัท
www.demco.co.th/การกำกับดูแลกิจการที่ดี/ช่องทางการร้องเรียนและกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
ส่งหนังสือร้องเรียน / แจ้งเบาะแส ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามช่องทางนี้
- คณะกรรมการตรวจสอบ Email : Auditcom@demco.co.th
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน Email : goodgovernance@demco.co.th
- เลขานุการบริษัท Email : Com_Secretary@demco.co.th
- เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ Email : Ac_Secretary@demco.co.th
- เลขานุการคณะกรรมการสรรหาฯ Email : Gov_Secretary@demco.co.th
ความสำคัญ
ภายใต้สภาวะความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจนำมาซึ่งความเสี่ยงอันท้าทายที่เด็มโก้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การบริหารจัดการความเสี่ยงจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งที่สนับสนุนให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และยังสามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสียได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ในอัตราเร่งที่สูงขึ้น นำมาซึ่งความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะความเสี่ยงในระดับกลยุทธ์ จึงจำเป็นต้องศึกษา เรียนรู้ และพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ความมุ่งมั่นและแนวทางสู่ความสำเร็จ
เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง การกำกับการประเมิน การติดตาม การรายงานผลการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยมีสายงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นหน่วยงานอิสระรายงานขึ้นตรงต่อกรรมการผู้จัดการทำหน้าที่เป็นเลขานุการ รวมทั้งวางกรอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง ดังนี้
- นโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง
- กลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร
- โครงสร้างและกรอบบริหารจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งระดับองค์กรและระดับหน่วย
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งในระดับกรรมการบริษัทและระดับจัดการที่เป็นตัวแทนของทุกหน่วยงาน
- ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงในระดับสากล (COSO ERM Framework)
- การบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) มีแผน เพื่อลดผลกระทบของความเสี่ยงเหล่านั้นต่อการดำเนินธุรกิจ
- มีระบบการบริหารความต่อเนื่องการดำเนินงาน (Business Continuity Management : BCM) หรือแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP)
- การส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร
เด็มโก้ยึดมั่นในแนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร โดยใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงแบบใหม่ "Enterprise Risk Management - Aligning Risk with Strategy and Performance 2017" (COSO ERM 2017) เพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมทั้งจัดทำนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นการบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจในทุกระดับขององค์กร พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง โดยเน้นให้พนักงานตระหนักถึงความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น บริษัทได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง พร้อมทั้งปรับปรุงและพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainable Risk) ที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง
กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง
- การระบุความเสี่ยง
พิจารณาและระบุปัจจัยความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยครอบคลุม 7 ด้านหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการเงิน บัญชี และงบประมาณ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG) และความเสี่ยงด้านเหตุการณ์วิกฤติฉุกเฉินเฉพาะกิจ
- การประเมินความเสี่ยง
พิจารณาและประเมินความรุนแรงของความเสี่ยง โดยประเมินว่าแต่ละปัจจัยนั้นมีโอกาสที่จะเกิดมากน้อยเพียงใด และหากเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อองค์กรรุนแรงเพียงใด โดยการประเมินความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะเกิด (Likelihood Score) และระดับผลกระทบ (Impact Score) ของปัจจัยเสี่ยงทั้ง 6 ด้าน โดยนำความเสี่ยงที่ระบุไว้แล้วทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อจัดลำดับความเสี่ยง
- การตอบสนองความเสี่ยง
กำหนดแผนจัดการความเสี่ยงโดยเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับจัดการความเสี่ยงและโอกาสในแต่ละประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร
- ติดตามและควบคุมความเสี่ยง
กำหนดผู้รับผิดชอบและกำหนดมาตรการในการรายงานและการติดตามเพื่อการประเมินผลความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับต่ำหรือในระดับที่ยอมรับได้
- การสื่อสารและรายงานความเสี่ยง
รายงานผลการดำเนินงานความเสี่ยงในทุกประเภทต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาและแนะแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงเพื่อให้คณะกรรมการได้ทบทวนความเพียงพอของระบบการบริหารความเสี่ยง และประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยง เพื่อทำการระบุและประเมินความเสี่ยงในปีถัดไป
ผลการดำเนินงาน
ในปี 2567 สายงานบริหารความเสี่ยงได้ดำเนินการปรับปรุงและทบทวนแผนบริหารความเสี่ยงประจำปี ทบทวนแนวทางจัดการความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท (Key Risk) ทบทวนตัวชี้วัดความสำเร็จในด้านต่างๆ ขององค์กร และมีการนำ Risk Appetite, Risk Tolerance มาใช้ในการจัดทำแผนความเสี่ยงประจำปี และทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk) และแนวทางจัดการความเสี่ยง เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงขององค์กรครอบคลุมในทุกมิติมากขึ้น รวมถึงจัดทำคู่มือบริหารความเสี่ยงโครงการแล้วเสร็จซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินกิจกรรมหลักของเด็มโก้มีการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ มีแนวทางในการแก้ไขเชิงป้องกันที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของโครงการ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและประสิทธิภาพขององค์กร
เด็มโก้ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลความเพียงพอของระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee : AC) และการทวนสอบประสิทธิภาพของผลการบริหารความเสี่ยง โดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่า เด็มโก้ได้นำเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงมาใช้เพื่อช่วยสนับสนุนต่อการผลักดันประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emergin risk)
เด็มโก้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้:
- 1. การพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี (Technology Disruption Risk)
ความเสี่ยงจาก Technology Disruption ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของเด็มโก้ ทำให้เสียโอกาสในการหาลูกค้า การใช้ทรัพยากรที่มากเกินไป รวมถึงพัฒนาด้านอื่นๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น การใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคน เทคโนโลยีโทรคมนาคมระดับ 5G การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent : AI) มาใช้ เป็นต้น
แนวทางการจัดการ เด็มโก้จัดอบรมให้กับพนักงานในการใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ได้พัฒนาขึ้น เช่น พัฒนาการเข้าถึงข้อมูลของงานโครงการต่างๆให้อยู่ในรูปแบบของ Dashboard เช่น Work Progress ของงานโครงการต่างๆ, กระแสเงินสดของโครงการ เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานและติดตามข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้นและเสริมสร้างการตระหนักถึงความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่พนักงานทุกคนในองค์กร ปรับปรุงกระบวนการทำงานของหน่วยงานภายในให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้น พัฒนาการออกแบบโดยใช้ Software และวิธีการทำงานใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนและลดระยะเวลาการก่อสร้างเพื่อให้สามารถทำงานที่ใดก็ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - 2. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk)
การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมคาร์บอนต่ำ มีการเปลี่ยนแปลงของข้อกฎหมายและนโยบายของหน่วยงานทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ส่งผลกระทบทางด้านการเงิน ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการปล่อยคาร์บอน เป็นต้น
แนวทางการดำเนินการ ลงทุนในกิจการพลังงานสะอาด หรือกิจการพลังงานทดแทน ติดตามข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจ และหาพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงเข้าร่วมการขึ้นทะเบียนรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) - 3. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
ความต้องการสินค้าและบริการของผู้บริโภคที่คำนึงถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต รวมถึงการมีใบรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการแข่งขันกับสินค้าและบริการที่คำนึงถึงการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นส่งผลกระทบทางการเงิน ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานสูงขึ้น ซึ่งอาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
แนวทางการดำเนินการ สร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ และศึกษาสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ เช่น เงินอุดหนุน หรือมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด
การเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
เด็มโก้มุ่งเน้นการปลูกฝังความรู้และความเข้าใจให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง โดยจัดทำนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยง เช่น คู่มือการบริหารความเสี่ยง แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และคู่มือการจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตและสินบน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดอบรมทั้งในรูปแบบออนไลน์ (E-Learning) และรูปแบบเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นให้บุคลากรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นปกติในกระบวนการทำงานของบริษัท
ในปี 2567 มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง ดังนี้
1. การจัดอบรมหลักสูตรการบริหารความเสี่ยง จัดหลักสูตรการเรียนรู้แบบ E-Learning เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองของพนักงานในทุกระดับ โดยมุ่งเน้นหัวข้อที่สำคัญสำหรับการเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นในด้านการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน โดยมีหัวข้อดังนี้
- 1.1 ROADMAP RISK MANAGEMENT TO 2030 ESG STRATEGY-BASED วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 วัตถุประสงค์ เพื่อให้เข้าใจกรอบแนวคิดและแนวปฏิบัติในการบูรณาการความเสี่ยงด้าน ESG กับ COSO ERM 2017 เป็นการขยายขอบเขตการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีความสำคัญในสภาพแวดล้อมที่ธุรกิจอาจจะหยุดชะงักหรือมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
- 1.2 หลักสูตรการควบคุมภายในตามมาตรฐาน COSO 2013 วันที่ 22-23 เมษายน 2567 วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจกรอบแนวคิด COSO 2013 Internal Control-Integrated Framework และแนวคิด The Three Lines of Defense และการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในของ COSO 2013
- 1.3 หลักสูตรการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงในยุค Digital/Agile Business ตามมาตรฐาน COSO 2013 และ COSO ERM 2017 วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 วัตถุประสงค์ เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการในการนำเอามาตรฐาน COSO 2013 และ COSO ERM 2017 มาขยายกรอบแนวคิดและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล และ Agile Business และนำไปสู่การวางระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- 1.4 เทคนิคการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Compliance Risk Management ) วันที่ 10-11 มิถุนายน 2567 วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบและประเด็นความเสี่ยงสำคัญซึ่งเป็นความเสี่ยงเกิดใหม่ ที่ไม่คุ้นเคย ตามกฎหมาย PDPA และเข้าใจในบทบาทของงานควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงและมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
- 1.5 เทคนิคการบริหารงานกำกับการปฏิบัติตามเกณฑ์สำหรับ Compliance Officer วันที่ 26 สิงหาคม 2567 วัตถุประสงค์ เพื่อให้เข้าใจถึงเกี่ยวกับกิจกรรมสำคัญและความจำเป็นที่ต้องมีการกำกับปฏิบัติตามเกณฑ์ และแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล รวมถึงบทบาทของหน่วยงานกำกับที่ต้องดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
2. การสื่อสาร ผ่านช่องทางต่าง ๆ
ดำเนินการสื่อสารความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในองค์กร หนึ่งในช่องทางสำคัญคือ วารสาร Journal ซึ่งบริษัทจัดทำเป็นรายเดือน เพื่อเผยแพร่ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทได้สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านกิจกรรม เช่น การตอบคำถามและเกม เพื่อประเมินความเข้าใจและส่งเสริมการเรียนรู้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
ความสำคัญ
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจของเด็มโก้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญในหลาย ๆ ด้าน ถึงแม้ว่าเด็มโก้จะมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบแล้วก็ตาม แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่ไม่สามารถป้องกันได้เช่น ปัจจัยเสี่ยงจากภัยคุกคามจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากการก่อการร้ายวินาศกรรม การโจมตีทางไซเบอร์ และการเกิดโรคระบาด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น
ดังนั้น เด็มโก้จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Management : BCM) และการจัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพและมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตต่าง ๆ เด็มโก้จะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องหรือกลับมาดำเนินธุรกิจได้ในเวลาที่เหมาะสม
เด็มโก้ จัดทำระบบการบริหารการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น ISO22301:2012 ซึ่งครอบคลุมกระบวนการที่เกี่ยวข้องเช่น การระบุหน่วยธุรกิจที่สำคัญการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ การประเมินความเสี่ยง การจัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการฝึกซ้อมตามแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เด็มโก้ ได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารภาวะวิกฤต (Crisis Management Steering Committee) โดยมีการติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าของแผนดำเนินการต่าง ๆ ตลอดจนสนับสนุนทีมงานในการดำเนินงานช่วงสถานการณ์ภาวะวิกฤต นอกจากนี้ยังมีทีมสนับสนุนเช่น คณะทำงานเหตุการณ์วิกฤต (Crisis Working Team : CWT) โดยดำเนินการฝึกซ้อมความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกปี
แนวทางการบริหารจัดการ
การบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เน้นการให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนกระบวนการหลักที่จำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในกรณีเกิดภาวะวิกฤติภายในเวลาที่ยอมรับได้ ส่วนกระบวนการสนับสนุนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน จะได้รับการฟื้นคืนในลำดับถัดไป
ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี
ในปี 2567 บริษัท เด็มโก้ ได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุง แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) โดยจัดการซักซ้อมผ่านกระบวนการ แจ้งเหตุฉุกเฉิน (Call Tree) ภายใต้สถานการณ์จำลอง “เพลิงไหม้ห้อง Server ชั้น 2” ซึ่งมีการทดสอบขั้นตอนการสื่อสารและการรับมือในสถานการณ์วิกฤตอย่างครบถ้วน
จากการซักซ้อมดังกล่าว บริษัทได้สรุปปัญหา ข้อเสนอแนะ และความเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปปรับปรุงแผน BCP ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ.
ความสำคัญ
เด็มโก้มุ่งมั่นปลูกฝักและพัฒนา “นวัตกรรม” (Innovation) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กร เด็มโก้จึงให้ความสำคัญกับการคิดสร้างสรรค์และการบริหารจัดการนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจเนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการนวัตกรรมสามารถเพิ่มพูนศักยภาพของเด็มโก้ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
เด็มโก้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ด้านนวัตกรรมให้แก่พนักงานในองค์กรคิดสร้างสรรค์และการบริหารจัดการนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจเนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการนวัตกรรมสามารถเพิ่มพูนศักยภาพของเด็มโก้ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน เด็มโก้จึงมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุน ให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนานวัฒกรรมขององค์กรในทุกกระบวนการทำงานเพื่อสร้างคุณค่าและเกิดความคุ้มค่า (Value) สามารถตอบสนองความต้องการ และความคาดหวังที่เปลื่ยนแปลงอย่างรวดร็วของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดจนเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของเด็มโก้ รณรงค์และผลักดันให้มีการบริหารจัดการนวัตกรรมและองค์ความรู้อย่างเป็นระบบในองค์กร
นโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการนวัตกรรม
เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการคิดสร้างสรรค์และการบริหารจัดการนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์การบริหารจัดการนวัตกรรมสามารถเพิ่มพูนศักยภาพของเด็มโก้ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน เด็มโก้ จึงมีนโยบายส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนานวัตกรรมขององค์กรในทุกกระบวนการทำงานเพื่อสร้างคุณค่าและเกิดความคุ้มค่า (Value) สามารถตอบสนองต่อความต้องการ และความคาดหวังที่เปลื่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้าและผู้ที่มีส่วนได้เสีย ตลอดจนเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของเด็มโก้ เด็มโก้รณรงค์และผลักดันให้มีการบริหารจัดการนวัตกรรมและองค์ความรู้ อย่างเป็นระบบในองค์กร
แนวทางการบริหารจัดการวัฒนธรรมนวัตกรรม
เด็มโก้ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งถือเป็ฯรากฐานของการดำรงอยู๋และความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจในอนาคตของเด็มโก้ การสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กรเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจด้วยเช่นกัน เด็มโก้จึงได้จัดทำคู่มือเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมด้านการเปลื่ยนแปลงและนวัตกรรม (Change and Innovation Culture) เพื่อปลูกฝัง สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการเปลื่ยนแปลงและการสร้างนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่และจัดหารเพิ่มเติม มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงานและการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน และพัฒนาระบบในกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ให้มีความทันสมัย และมีประสิทธิภาพ
ผลการดำเนินงาน
เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการคิดค้นสร้างนวัตกรรมเชิงกระบวนการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานทั้งการลดระยะเวลาที่ไม่จำเป็นในการทำงาน อำนวยความสะดวกพนักงานในการทำงาน ทำให้พนักงานสามารถทำงานอย่างอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สนับสนุนการดำเนินงาน รวมทั้งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของเด็มโก้ ซึ่งในปี 2567 ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการดำเนินงานในทุกกระบวนการทำงานต่างๆภายในองค์กร ดังนี้
1. Power Apps | E-Approval
เด็มโก้ ได้พัฒนาระบบการจัดการเอกสารที่ทันสมัยโดยดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ 100% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในกระบวนการอนุมัติเอกสารผ่านผู้มีอำนาจหลายฝ่าย รวมถึงลดการใช้กระดาษในการพิมพ์สำเนาเอกสารเพื่อประกอบการอนุมัติหรือแจกจ่ายภายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบบนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้จัดการเอกสารและครอบคลุมกระบวนการสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การขึ้นทะเบียนเอกสาร การแก้ไขและทบทวนเอกสาร การยกเลิกเอกสาร การยื่นคำร้องขอสำเนาเอกสารจากผู้รับผิดชอบ ทุกขั้นตอนดำเนินการผ่านแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์และการอนุมัติออนไลน์ โดยเอกสารทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและบริหารจัดการบนระบบ Power Apps | E-Approval ซึ่งช่วยให้การค้นหาและเข้าถึงข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

2. ระบบติดตามความคืบหน้าสถานะโอกาสการลงทุน Solar Roof
เด็มโก้ ได้พัฒนาระบบติดตามความคืบหน้าสถานะโอกาสการลงทุนในโครงการ Solar Roof เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ S2 และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายในหน่วยงานและส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ระบบนี้ช่วยพัฒนากระบวนการทำงานให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวปรับรูปแบบการรายงานข้อมูลจากการรายงานรายเดือน เป็นการรายงานข้อมูลแบบ On-time โดยลดระยะเวลาในการเตรียมข้อมูล และเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีการสรุปสถานะโอกาสการลงทุนโครงการ Solar Roof แบบย่อในรูปแบบข้อมูลรายสัปดาห์ รายเดือน และรายไตรมาสผ่านช่องทาง LINE เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดตาม

3. การพัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ Workload ด้วย Excel 365
เด็มโก้ ได้พัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ Workload ของหน่วยงานออกแบบไฟฟ้าโดยใช้ Excel 365 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบและควบคุมต้นทุนโครงการ ระบบดังกล่าวช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงด้านทรัพยากร พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานด้วยข้อมูลที่แม่นยำและนำไปใช้ได้จริง การใช้ Excel 365 ช่วยลดการใช้กระดาษและการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม เสริมสร้างความเป็นดิจิทัลให้กับองค์กร และช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โครงการนี้มีประสิทธิภาพในการควบคุม Workload ของพนักงานออกแบบไฟฟ้า ลดต้นทุนด้านทรัพยากร และเป็นแนวทางที่สร้างคุณค่าให้กับ DEMCO ในระยะยาว

4. การใช้ MS Access เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหน่วยงานบัญชี
เด็มโก้ ได้นำ MS Access มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานของหน่วยงานบัญชี เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาในการดำเนินงาน และลดความผิดพลาดในการจัดการข้อมูล การใช้ MS Access ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นระบบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดต้นทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดำเนินงาน โซลูชันนี้ส่งผลให้การจัดการข้อมูลมีความแม่นยำและคล่องตัว ตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. นวัตกรรมการบริหารจัดการสารสนเทศด้วยแอปพลิเคชัน GLPI
เด็มโก้ ได้นำ แอปพลิเคชัน GLPI มาใช้ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้าน IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและจัดการทรัพยากรภายในองค์กร ระบบดังกล่าวช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลและบำรุงรักษาสินทรัพย์ พร้อมทั้งเพิ่มความแม่นยำในการติดตามการใช้งานทรัพยากรด้าน IT การใช้ GLPI ช่วยให้สามารถติดตามสถานะของสินทรัพย์และอุปกรณ์ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงด้านทรัพยากรโดยคาดการณ์และจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม โซลูชันนี้ส่งผลให้การจัดการทรัพยากร IT มีความโปร่งใส คล่องตัว และสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืน

6. เสริมสภาพคล่องธุรกิจด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล PayZave
เด็มโก้ ได้ใช้งาน PayZave ดิจิทัลแพลตฟอร์มจาก SCB เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการชำระเงิน ระบบดังกล่าวช่วยให้บริษัทและคู่ค้าสามารถเจรจาส่วนลดเงินสดได้สะดวกและรวดเร็ว โดยคู่ค้าสามารถขอรับเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอตามรอบบิล แลกเปลี่ยนกับการให้ส่วนลดแก่บริษัท การใช้ PayZave ช่วยลดต้นทุนด้านการดำเนินงานและการจัดการชำระเงิน ลดความจำเป็นในการใช้เอกสารและกระบวนการทางการเงินแบบเดิม ทำให้การดำเนินงานมีความรวดเร็วและประหยัดต้นทุนมากยิ่งขึ้น ระบบดิจิทัลนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการจัดการทรัพยากรและการจัดเก็บข้อมูล โดยข้อมูลการชำระเงินได้รับการจัดการอย่างปลอดภัยและแม่นยำ โครงการ PayZave มีศักยภาพในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการบริหารการชำระเงิน และสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ DEMCO ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในนวัตกรรมของบริษัท.

7. โครงการลดการใช้กระดาษด้วยระบบ E-Memo
เด็มโก้ ได้ริเริ่มโครงการลดการใช้กระดาษ (Paperless) โดยนำระบบ E-Memo มาใช้แทนการจัดการเอกสารในรูปแบบเดิม ระบบนี้ช่วยลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อกระดาษ หมึกพิมพ์ การจัดเก็บเอกสาร และค่าขนส่งเอกสาร ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนมาใช้ระบบ E-Memo ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญหายของเอกสาร เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมและจัดเก็บในระบบเดียวอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยให้การจัดการทรัพยากรและการดำเนินงานมีความสะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น

8. การพัฒนา Dashboard ด้วย Power BI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เด็มโก้ ได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยการพัฒนา Dashboard ด้วย Power BI ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการจัดทำรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเดิม ลดระยะเวลาและแรงงานที่ต้องใช้ พร้อมทั้งเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างโปรแกรมเพื่อให้ทำหน้าที่บางอย่างที่เป็นการทำซ้ำ แทนแรงงานคน เพื่ออำนวยความสะดวกพนักงานในการทำงาน ลดระยะเวลาทำงานที่ไม่จำเป็น ทำให้พนักงานสามารถทำงานอย่างอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งโปรแกรมจะช่วยแสดงข้อมูลที่จำเป็นแบบ Real Time ให้พนักงานได้ทันที เพื่อให้พนักงานสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์หรือใช้ประกอบในงานส่วนอื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเก็บข้อมูลเอง

ความสำคัญ
เด็มโก้ให้ความสำคัญในด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เด็มโก้สามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยายความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการดำเนินงานของคู่ค้านอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนเด็มโก้จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกคู่ค้า การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบสินค้าและบริการของคู่ค้าจนถึงกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานประจำปี ตลอดจนการรักษาความสัมพันธที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ เด็มโก้ที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าด้วยความโปร่งใส
นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เด็มโก้จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกคู่ค้า การควบคุมคุณภาพของวัสถุดิบสินค้าและบริการของคู่ค้าจนถึงกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานประจำปี ตลอกจนการรักษาความสัมพันธที่ดีกับผ็มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเด็มโก้ที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าด้วยความโปร่งใส

แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
เด็มโก้ได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าขององค์กรเพื่อความยั่งยืน เพื่อให้คู่ค้าของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้มีแนวทางเดียวกัน โดยจัดทำแนวทางการปฏิบัติของคู่ค้าของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ (Supplier Code of Conduct and Guideline) ที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (Environmental, Social and Governance : ESG) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเด็มโก้ในการสนับสนุนให้คู่ค้ามีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเกิดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมถึงปฏิบัติตามตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาวไปด้วยกัน ซึ่งกรอบของแนวทางประกอบไปด้วย 4 แนวทางหลัก ดังนี้
1. ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ
เด็มโก้สนับสนุนให้คู่ค้า ยึดถือแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และส่งเสริมให้มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนสำหรับคู่ค้าของตน เพื่อร่วมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
2. ด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน
คู่ค้าจะต้องตระหนัก และให้ความสําคัญกับการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนโดยมีการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพตลอดจนปฏิบัติต่อกันด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะ และชาติตระกูล และไม่กระทําการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน
3. ด้านความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
คู่ค้าต้องให้ความสําคัญและต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายและแนวปฏิบัติใน ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และต้องร่วมกันสอดส่องดูแล กรณีที่พบเห็น ความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต สุขอนามัย ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม เพื่อนําไปสู่การดําเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม
4. ด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
คู่ค้าควรดําเนินธุรกิจโดยใส่ใจถึงผลกระทบต่อชุมชนและสังคมจากการดําเนินของตน ต้องเคารพใน วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น รวมถึงให้ความร่วมมือต่อชุมชน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและ สังคมตามโอกาสและความเหมาะสม
จรรยาบรรณและแนวทางปฎิบัติคู่ค้า
เด็มโก้ได้จัดทำจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติคู่ค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของเด็มโก้ และกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่
เด็มโก้ ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของคู่ค้าที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงความสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าสามารถตอบสนองความต้องการและมาตรฐานที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ โดยมีคู่ค้าจำนวน 31 ราย ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ารายใหม่ นอกจากนี้ เด็มโก้มีการพิจารณการจัดจ้างผู้รับจ้างช่วง โดยกำหนดเงื่อนไขด้านความยั่งยืน ในสัญญาทุกฉบับที่จะทำร่วมกับคู่ค้า หลังจากคู่ค้าผ่านการประเมินเบื้องต้น บริษัทได้สื่อสารนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติให้แก่คู่ค้ารับทราบ โดยคู่ค้าลงนามรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว
การประเมินความเสี่ยงคู่ค้ารายสำคัญ
เด็มโก้ ได้กำหนดเกณฑ์และตัวชี้วัดที่เหมาะสมเพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้า โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความยั่งยืนในกระบวนการดำเนินธุรกิจ การประเมินดังกล่าวครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) และ ความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ของปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ด้าน แล้วให้พิจารณาความรุนแรงว่าอยู่ในระดับเท่าใด ดังตารางต่อไปนี้
| ระดับ | ความเสี่ยง | โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง | ผลกระทบด้านการเงิน (พิจารณาประเมินด้านเศรษฐกิจ) | ผลกระทบด้านสังคมและกำกับดูแลกิจการ | ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | น้อยมาก | มากกว่า 12 เดือนต่อครั้ง /มีโอกาสเกิดน้อยกว่า 50% / ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดน้อยมาก | ไม่เกิน 1 แสนบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 5% | การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ไม่มีนัยสำคัญ | มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เล็กน้อย สามารถแก้ไขหรือควบคุมได้ |
| 2 | น้อย | 10 - 12 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิด 50% - 59% / ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดน้อย | 1 แสนบาท - 5 แสนบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 5 -10% | การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกฏหมายมีการสอบสวนภายใน / มีการฟ้องเรียกร้องให้องค์กรปฏิบัติตามกฏหมาย | มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยต้องใช้เวลาในการแก้ไขในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ |
| 3 | ปานกลาง | 7 - 9 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิด 60 - 69%/ ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดปานกลาง | มากกว่า 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 10 - 15% | การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกฏหมายมีการสอบสวนภายใน และมีความผิดไม่ร้ายแรง ขั้นตักเตือนหรือทำทัณฑ์บน / ฟ้องดำเนินคดีกับองค์กรตามกฏหมาย | มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปานกลางต้องใช้เวลาในการแก้ไข มากกว่า 1 สัปดาห์ - 1 เดือน |
| 4 | สูง | 4 - 6 เดือนต่อครั้ง/ มีโอกาสเกิด 70% - 80%/ ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดสูง | มากกว่า 2 ล้านบาท - 5 ล้านบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 15 - 20% | การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกฏหมายมีการสอบสวนภายใน และมีความผิดรุนแรงถึงขั้นไล่ออก / ฟ้องดำเนินคดีกับองค์กรตามกฏหมายเสียค่าปรับ | มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รุนแรง ต้องใช้เวลาในการแก้ไข มากกว่า 1 - 6 เดือน |
| 5 | สูงมาก | 1 - 3 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิดมากกว่า 80%/ ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดสูงมาก | มากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 20% | การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกฏหมายและมีความผิด มีการฟ้องดำเนินคดี / ฟ้องดำเนินคดีกับองค์กร ระงับการทำธุรกรรมใดๆ | มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รุนแรงมาก ต้องใช้ทรัพยากรและเวลานานในการแก้ไข มากกว่า 6 เดือน |
เด็มโก้ ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า โดยครอบคลุมในสามมิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง
| ปัจจัยเสี่ยง | |
|---|---|
| ด้านเศรษฐกิจ |
|
| ความเสี่ยงสังคมและการกำกับดูแลกิจการ |
|
| ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม |
|
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่
เด็มโก้ ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของคู่ค้าที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงความสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าสามารถตอบสนองความต้องการและมาตรฐานที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ โดยมีคู่ค้าจำนวน 31 ราย ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ารายใหม่ นอกจากนี้ เด็มโก้มีการพิจารณการจัดจ้างผู้รับจ้างช่วง โดยกำหนดเงื่อนไขด้านความยั่งยืน ในสัญญาทุกฉบับที่จะทำร่วมกับคู่ค้า หลังจากคู่ค้าผ่านการประเมินเบื้องต้น บริษัทได้สื่อสารนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติให้แก่คู่ค้ารับทราบ โดยคู่ค้าลงนามรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่
เด็มโก้ ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของคู่ค้าที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงความสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าสามารถตอบสนองความต้องการและมาตรฐานที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ โดยมีคู่ค้าจำนวน 31 ราย ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ารายใหม่ นอกจากนี้ เด็มโก้มีการพิจารณการจัดจ้างผู้รับจ้างช่วง โดยกำหนดเงื่อนไขด้านความยั่งยืน ในสัญญาทุกฉบับที่จะทำร่วมกับคู่ค้า หลังจากคู่ค้าผ่านการประเมินเบื้องต้น บริษัทได้สื่อสารนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติให้แก่คู่ค้ารับทราบ โดยคู่ค้าลงนามรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว
การประเมินประสิทธิภาพคู่ค้า
เด็มโก้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าสามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้ตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงสอดคล้องกับหลักการด้านความยั่งยืน บริษัทดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้าเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคู่ค้าหลัก (Critical Supplier Tier 1) และคู่ค้าที่มีความเสี่ยงในด้านความยั่งยืน การประเมินดำเนินการตามเกณฑ์ 3 ด้านหลัก (ESG): ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและการกำกับดูแลกิจการ และด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเกณฑ์ในการจำแนกกลุ่มคู่ค้าและเกณฑ์การประเมินดังนี้
หลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า
เด็มโก้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า ซึ่งทำให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานด้านการจัดซื้อรวมถึงนำไปเป็นข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยจำแนกหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มคู่ค้าตามความสำคัญของกลุ่มสินค้าและคู่ค้าตามมูลค่าการจัดหาและระดับความเสี่ยงในการจัดหา เพื่อสามารถจัดลำดับความสำคัญและแนวทางการบรรเทาความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาจากลุ่มสินค้าและคู่ค้าที่มีมูลค่าสูง ระดับความเสี่ยงและผลกระทบต่อรายได้บริษัท ดังนี้
- คู่ค้ารายสำคัญ (Critical Tier 1 Supplier) มูลค่ายอดการสั่งซื้อสูง มูลค่าตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป เป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อกระบวนการดำเนินการทางธุรกิจในกลุ่มไฟฟ้าและโยธาซึ่งมีผลกระทบทางตรง โดยบริษัทประเมินคู่ค้าผ่านแบบการประเมินตนเองของคู่ค้าด้านความยั่งยืน ( Supplier Self-Assessment Questionnaire ) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินคู่ค้าที่มีศักยภาพ
- คู่ค้ารอง (Non Critical Tier 1 suppliers) คู่ค้ารายสำคัญที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายหรือให้บริการทางตรงกับบริษัท แต่เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายหรือให้บริการให้กับคู่ค้ารายสำคัญ (Critical Tier 1)
ในปี 2567 เด็มโก้มีคู่ค้าหลัก (Critical Supplier Tier 1) ทั้งสิ้น 31 ราย โดยเข้าร่วมการประเมินคู่ค้าด้านความยั่งยืน และได้รับการสื่อสารเรื่องจรรยาบรรณทางธุรกิจของคู่ค้า คิดเป็นร้อยละ 100
| กลุ่มคู่ค้า | จำนวน (ราย) | คิดเป็นร้อยละ | มูลค่า (บาท) | วิธีการที่ใช้ประเมิน | ประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน |
|---|---|---|---|---|---|
| Critical Tier 1 Supplier | 31 | 11.36% | 623,864,113.16 |
|
คิดเป็นร้อยละ 96.77 |
| non- Critical Tier 1 suppliers | 242 | 88.64% | 174,888,042.11 |
|
- |
การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เด็มโก้ให้ความสำคัญในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่สนับสนุนการ ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน อันก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในปี 2567 เด็มโก้ ได้ตั้งเป้าหมายให้การเลือกซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีสัดส่วนมากกว่า 31% ของรายการวัสดุสิ้นเปลืองทั้งหมด เช่น สีและท่อพีวีซีแข็ง อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานพบว่า วัสดุสิ้นเปลืองและเครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีสัดส่วน 24.10% ของรายการทั้งหมด ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย คือข้อกำหนดบางรายการในโครงการยังไม่สามารถจัดหาสินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ เด็มโก้ มีแผนที่จะปรับปรุงข้อกำหนดการจัดซื้อสินค้าและพัฒนากระบวนการคัดเลือก เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามเป้าหมายในอนาคต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นโยบายการกำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้กับคู่ค้า (Credit Term)
เด็มโก้ได้ดำเนินการจัดทำนโยบายการกำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้กับคู่ค้าเพื่อกําหนดระยะเวลาการชําระเงินให้กับคู่ค้า และกําหนดหลักเกณฑ์การจัดการระยะเวลาการชําระเงินเพื่อเป็นมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้น เพี่อสนับสนุนให้ เด็มโก้ สามารถบริหารจัดการเงินและพัฒนาธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในการขับเคลื่อนธุรกิจทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของบริษัท www.demco.co.th ภายใต้หมวดการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ความสำคัญ
เด็มโก้มีความมุ่งมั่นที่จัดให้มีแนวทางการบริหารจัดการด้านภาษีที่รัดกุมส่งเสริมการสร้างมูลค่าและคุณค่าสูงสุดให้แก่กิจการ มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกําหนด ตลอดจนการวางแผนและปฏิบัติงานด้านภาษีสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล โดยยึดมั่นในการดําเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจอีกทั้ง ให้สอดคล้องกับแนวทางการดําเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นให้ธุรกิจมีการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
การบริหารจัดการทางภาษี
- มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านภาษีโดยยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับภาษีของประเทศที่บริษัทมีการดําเนินธุรกิจ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเด็มโก้จะใช้ความรอบคอบและความโปร่งใสเป็นหลักเกณฑ์ในการดําเนินงานด้านภาษีหากกฎหมายภาษีไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
- มีแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยื่นแบบชําระเงินและการขอคืนภาษีภายในกําหนดเวลาอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย
- มีระบบควบคุมการปฏิบัติงาน ในกระบวนการดําเนินงานทั้งหมดที่เกี่ยวกับการบริหารหนี้สินด้านภาษีอย่างครบถ้วนและชัดเจน
- มีการเปิดเผยและจัดทํารายงานด้านภาษีที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระ รวมถึงการแสดงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีอย่างถูกต้อง
ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี
เพื่อให้การดำเนินงานด้านภาษีขององค์กรเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดในการคำนวณภาษี รวมถึงหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้น เด็มโก้ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านภาษี (VAT/CIT) ในปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานการจัดการภาษีที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดังนี้:
- จัดทำ E-Manual ภาษี: จัดทำคู่มืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Manual) ที่รวบรวมประเด็นสำคัญด้านภาษี พร้อมทั้งจัดทำลิงก์สำหรับการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อให้พนักงานสามารถศึกษาข้อมูลและปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
- พัฒนาระบบ ERP เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภาษี (VAT และ CIT): ยกระดับระบบ ERP ให้สามารถจับคู่ข้อมูล (Matching) ระหว่างรายงานรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และรายงานรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ได้อย่างแม่นยำและเป็นระบบ ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูลทางภาษี
การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ เด็มโก้ สามารถจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตขององค์กร และสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างครบถ้วนในระยะยาว.
ความสำคัญ
เด็มโก้เคร่งครัดในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติโดยระบุไว้ใน “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ” ในเรื่องของการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตรงเวลา หรือสูงกว่าความคาดหวังของลูกค้า ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยเด็มโก้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลในการตัดสินใจอีกประเด็นที่สำคัญคือการรักษาความลับของลูกค้า ซึ่งเด็มโก้ปฏิบัติตามนโยบายและจรรยาบรรณว่าด้วยการรักษาความลับ การเก็บรักษาข้อมูลและการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งรวมถึงการปกปิดข้อมูลลูกค้าและความลับทางการค้า ไม่มีการนำข้อมูลใด ๆ ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ ยิ่งไปกว่านั้นเด็มโก้ได้ทำการตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว และจัดให้มีระบบตลอดจนช่องทางให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าและสรุปข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ เพื่อเข้าสู่การทบทวนระบบคุณภาพและการพัฒนาต่อไป

แนวทางการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าของบริษัทฯ มีดังนี้ :
- เสริมสร้างความผูกพันกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าถึงและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
- มุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
- นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่คำนึงถึงความยั่งยืนและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปีและการจัดกิจกรรมเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความผูกพันและความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและเป็นแนวทางในการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
- แนวปฏิบัติในการดูแลและเก็บรักษาข้อมูลสัญญา ข้อตกลงซื้อขายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า
เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้าเป็นอย่างสูง โดยจัดให้มีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับความผูกพันและความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและเป็นแนวทางในการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยมีการนำเสนอผลการสำรวจต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการวางแผน บริหารจัดการ พัฒนา ปรับปรุงคุณภาพ การส่งมอบและบริการ ตลอดจนถ่ายทอดข้อมูล และการดำเนินการตอบสนองต่อผลตอบรับของลูกค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า
โดยแบ่งการสำรวจเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ภายหลังการประมูลงาน (หลังจากทราบผลการประมูลอย่างเป็นทางการแล้วภายใน 15 วันทำการ)
ระยะที่ 2 ระหว่างดำเนินโครงการ (เมื่อความก้าวหน้าของงานอยู่ที่ประมาณ 50%)
ระยะที่ 3 ปิดจบโครงการ (หลังจากวางบิลงวดสุดท้ายแล้ว ภายใน 15 วันทำการ)
ในปี 2567 พบว่า ลูกค้ามีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ที่ ร้อยละ 91 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ร้อยละ 85 อย่างชัดเจนผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง การสำรวจในครั้งนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและความตั้งใจจริงของเด็มโก้ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้าง ความเชื่อมั่น และ ความไว้วางใจ ในระยะยาว
เด็มโก้ยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจที่เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกคนต่อไป.

ภาพรวมกิจกรรมในรอบปี 2567
- โครงการมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อการศึกษา: บริษัท เด็มโก้ ร่วมกับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้า 115kV Voltage Transformer ให้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในการพัฒนาความรู้และทักษะด้านวิศวกรรมไฟฟ้าให้กับนักศึกษา

- การจัดฝึกอบรมลูกค้า (Customer Training): บริษัทได้จัดกิจกรรม Customer Training ณ โครงการ บี.กริม Terminal Substation และ PEA คลองขวาง 3 เพื่อให้ความรู้ด้านการติดตั้ง การบำรุงรักษา และการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้องและปลอดภัย


- กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ลูกค้า: บริษัทได้จัดกิจกรรม กอล์ฟกระชับมิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและลูกค้าผ่านกิจกรรมสันทนาการในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
- เยี่ยมชมผลงานสถานีไฟฟ้า: บริษัทได้นำลูกค้าเยี่ยมชมผลงานการก่อสร้างและติดตั้งสถานีไฟฟ้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุนร่วมกับบริษัท
การรักษาข้อมูลของลูกค้า
เด็มโก้มีการกำกับดูแลป้องกันและรักษาข้อมูลของลูกค้าอย่างเข้มงวด โดยได้จัดทำนโยบายการจัดการข้อมูลลับและข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ และนโยบายการทำสัญญาปกปิดความลับ รวมถึงแนวปฏิบัติในการดูแลและเก็บรักษาข้อมูลสัญญา การรักษาความลับและการใช้ข้อมูล
นอกจากนี้ สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทลูกค้า เด็มโก้ได้ดำเนินการวางแผน วิเคราะห์ และปฏิบัติการเพื่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ เด็มโก้ ไม่พบกรณีการละเมิดข้อมูลของลูกค้าและไม่มีข้อร้องเรียนด้านการรักษาข้อมูลลูกค้า

