TH

Economic

การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ (Economic)

เด็มโก้มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล พร้อมปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น (Reselience) รับมือด้วยความคล่องตัว (Agility) และรวดเร็ว (Speed) ทั้งยังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) อีกด้วย

ในปีนี้ เด็มโก้ได้มีการทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างผลการดำเนินงานและการเติบโตที่ยั่งยืน มีการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น (Emerging Risks) อีกทั้งมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับและบริหารจัดการประเด็นต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างโอกาสทางธุรกิจพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Trends) ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (E) มีความรับผิดชอบต่อสังคม (S) และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (G) ส่งผลให้เด็มโก้ สามารถบรรลุเป้าหมายและสร้างความไว้วางใจจากหน่วยงานต่าง ๆ

การกำกับดูแลกิจการ

กลุ่มบริษัทเด็มโก้ให้ความสำคัญและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 หรือ Corporate Governance Code for Listed Companies 2017 (CG Code) โดยเด็มโก้มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม สุจริต โปร่งใส ยึดแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด สำหรับคณะกรรมการทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ได้ยึดถือการปฏิบัติตาม Fiduciary Duty สำคัญ 4 ประการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนขององค์กร ด้วยปณิธานอันมั่นคงแน่วแน่ของเด็มโก้ ที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการบริหารองค์กรโดยยึดหลักธรรมาภิบาลที่ดี และเป็นองค์กรหนึ่งที่มีความเป็นเลิศทางด้านบรรษัทภิบาล จึงได้เผยแพร่นโยบายธรรมาภิบาลของเด็มโก้ไว้บนระบบเครือข่าย DEMCO Intranet และบนเว็บไซต์ของเด็มโก้ www.demco.co.th เพื่อให้พนักงานและลูกจ้างของเด็มโก้ ทุกคนได้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำนโยบายธรรมาภิบาลของเด็มโก้ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดเป็นรูปธรรม และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงการปฏิบัติงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง โดยสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ การอบรมพนักงานใหม่, เว็บไซต์ของบริษัท, Intranet, และอีเมล์เวียนแจ้งให้พนักงานรับทราบทุกครั้งเมื่อมีการทบทวนนโยบายให้เป็นปัจจุบัน

การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณทางธุรกิจ ตลอดจนนโยบายและแนวปฏิบัติที่ดีต่อผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ และในปี 2558 เด็มโก้ได้ลงนามเข้าร่วมเป็น “สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนในทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็มโก้มีนโยบายกำหนดความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ โดยคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (“CAC”) มีมติให้การรับรองบริษัทเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 จนถึงปัจจุบัน

เด็มโก้มุ่งมั่นที่จะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน เพื่อนำไปสู่การเป็นองค์กรโปร่งใสอย่างแท้จริง โดยดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญากลุ่มธุรกิจเด็มโก้ คือ “iDEMCO” ซึ่งเป็นค่านิยมหลัก (Core Value) ที่กลุ่มธุรกิจเด็มโก้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการภายใต้กรอบการบริหารจัดการของการมีจริยธรรมที่ดี มีความโปร่งใส

สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องหรือสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตภายในองค์กร รวมถึงการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม คณะกรรมการบริษัทจึงให้มีการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันขึ้น โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรทุกระดับของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนให้มีการรายงานกรณีพบความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งเด็มโก้จัดให้มีการสื่อสารนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันนี้ โดยเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น วารสารของเด็มโก้ อินทราเน็ตของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ รายงานประจำปีและเว็บไซต์ของเด็มโก้ ที่ www.demco.co.th/การกำกับดูแลกิจการที่ดี/นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนได้รับทราบนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยผู้บริหารและพนักงานทุกคนลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจ สำหรับพนักงานใหม่ บริษัทจะสื่อสารหลักจรรยาบรรณธุรกิจผ่านการปฐมนิเทศ

เด็มโก้ ในฐานะภาคีสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านคอร์รัปชัน จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “รวมพลังอาสาสู้โกง” เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ รวมทั้งสื่อสารเรื่อง No Gift Policy ให้กับผู้เกี่ยวข้องทราบ

ในปี 2564 เด็มโก้มีการจัดอบรมการบรรยายพิเศษ หัวข้อ "การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและเสริมสร้างจริยธรรมในองค์กร"

โดย นายสุวิชญ โรจนวานิช ประธานกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ผ่านระบบ Microsoft Team ให้แก่พนักงาน และลูกจ้างของเด็มโก้ เมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน 2564 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)

เด็มโก้ได้กำหนดช่องทางการแจ้งเหตุหรือเบาะแสและข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนี้

01
คณะกรรมการตรวจสอบ
E-mail address : Auditcom@demco.co.th
02
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
Email address : goodgovernance@demco.co.th
03
เลขานุการบริษัท
Email address : Com_Secretary@demco.co.th
04
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
Email address : Ac_Secretary@demco.co.th
05
เลขานุการคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
Email address : Gov_Secretary@demco.co.th
06
ตู้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ติดตั้ง ณ สำนักงานใหญ่

ส่งจดหมาย หรือช่องทางอื่นตามสมควรและปลอดภัย

ถึงสำนักงานตรวจสอบ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เลขที่ 59 หมู่ 1 ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี รหัสไปรษณีย์ 12000

หรือผ่านช่องทางร้องเรียน Whistleblowing Channel Form

และกรณีที่พบประเด็นที่ต้องรายงานอย่างเร่งด่วน ให้รีบรายงานตรงต่อเลขานุการบริษัท หรือเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

เด็มโก้มีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน โดยจะเก็บข้อมูลและตัวตนของผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน และผู้ถูกร้องเรียนเป็นความลับ จะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของผู้รายงาน แหล่งที่มาของข้อมูลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่เหมาะสมและเป็นธรรม

การบริหารจัดการความเสี่ยง

1. นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง การกำกับ การประเมิน การติดตาม การรายงานผลการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยมีสายงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นหน่วยงานอิสระรายงานขึ้นตรงต่อกรรมการผู้จัดการทำหน้าที่เป็นเลขานุการ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กรได้มีการประชุมเพื่อกำกับ ชี้นำ และติดตามการดำเนินงานด้านความเสี่ยงและผลการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกไตรมาส หรือถ้ามีความเสี่ยงด้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ หรือ ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉินเฉพาะกิจเกิดขึ้น รวมทั้งมีการรายงานผลการสอบทานระบบการบริหารความเสี่ยงแก่คณะกรรมการตรวจสอบภายใน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบริหารความเสี่ยง ในปี 2564คณะกรรมการบริษัทได้เห็นชอบ กรอบนโยบายการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

  1. ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร โดยการให้ความรู้ ความเข้าใจสร้างจิตสำนึก และความรับผิดชอบร่วมกันในเรื่องการบริหารความเสี่ยงแก่ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนในทุกระดับ
  2. กำหนดให้มีกระบวนการ แนวทางและข้อกำหนดต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงที่มีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพสูงเป็นสากลในการกำกับ ควบคุมความเสี่ยงและลดผลกระทบของความเสี่ยง
  3. มีการระบุความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจ (Key Risk) และความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainable Risk) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) ขององค์กร ดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง จัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง แล้วดำเนินการจัดการความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนขององค์กร ควบคุมการดำเนินการติดตามประเมินผล และรายงานสถานะความเสี่ยงให้คณะกรรมการบริษัทได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงอย่างทั่วถึงต่อเนื่องภายในองค์กรด้วย
  4. กำหนดให้ทุกหน่วยงาน มีการรายงานเหตุการณ์ที่ไม่ปรกติ (Incident Report) ที่อาจเป็นความเสี่ยงนำไปสู่ผลกระทบ หรืออาจสร้างความเสียหายให้กับองค์กรได้ โดยระบุโอกาส / ความถี่ที่จะเกิด (Likelihood) และถ้าเกิดแล้วมีระดับผลกระทบ (Impact) เพียงใด
  5. มีการพัฒนาตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators : KRI) ทั้งตัวชี้วัดเชิงปริมาณ เช่น จำนวนรายได้ ผลกำไร / ขาดทุน การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย เป็นต้น และตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ เช่น การครองใจพนักงาน ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กร ระดับความพึงพอใจของลูกค้า เป็นต้น
  6. กำหนดให้มีการระบุเพดานความเสี่ยง หรือขีดความสามารถที่จะรับความเสี่ยง (Risk Limit) จากเหตุการณ์ความเสี่ยง เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร หรือผู้มีส่วนได้เสีย หรือสาธารณะ
  7. มีการกำหนดเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และระดับความเสี่ยงที่เป็น Trigger หรือเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Sign) หรือความเสี่ยงด้านเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉินเฉพาะกิจ (Emergency & Crisis Risk) เพื่อให้ผู้รับผิดชอบในกระบวนการบริหารความเสี่ยง สามารถนำเอามาตรการจัดการกับความเสี่ยงมาใช้ได้อย่างทันท่วงทีเพื่อลดโอกาสเกิด หรือช่วยบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร
  8. กำหนดให้มีระเบียบการปฏิบัติงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดการกำกับ ควบคุมงาน และเป็นการจัดการความเสี่ยงในการดำเนินงาน
  9. กำหนดให้มีการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมการปฏิบัติงานด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้เป็นไปตามนโยบายนี้

จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 ทำให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างใช้มาตรการที่เข้มข้นเพื่อควบคุมแพร่ระบาด ไม่ให้กระจายในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานตามไซต์งานของบริษัท ซึ่งหากนับรวมผลกระทบจาก Technology Disruption การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมส่วนบุคคล ครอบครัว และสังคม แบบ New Normal มีการนำเทคโนโลยีมามีส่วนในการสื่อสารและการใช้ชีวิต ลดการปฏิสัมพันธ์ เช่น การซื้อสินค้า การประชุม การทำงานออนไลน์ สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ รวมถึง การปรับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล ความล่าช้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย ในปีนี้เด็มโก้ได้ทบทวน วิสัยทัศน์ พันธกิจ รวมถึงแผนกลยุทธ์ นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยงและผลกระทบรอบด้านทางธุรกิจเพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และ/หรืออาจจะเกิดขึ้น มีการทบทวน ปรับปรุงคู่มือการบริหารความเสี่ยงให้ทันสมัย ตามมาตรฐานสากล กรอบการบริหารความเสี่ยง “Enterprise Risk Management - Aligning Risk with Strategy and Performance 2017 หรือ COSO 2017 มีการเพิ่มความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainable Risk) ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความเสี่ยงด้าน “ESG” หรือสิ่งแวดล้อม (Environmental Risk) สังคม (Social Risk) และบรรษัทภิบาล (Governance Risk) ซึ่งเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะต้องหาวิธีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แตกต่างไปจากเดิม

2. โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง

เด็มโก้ มีการบริหารความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ ระดับองค์กร ระดับหน่วยธุรกิจและกระบวนการบริหาร และระดับปฏิบัติการ โดยการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ดำเนินการผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Corporate Risk Management Committee : CRMC) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่กำกับ ควบคุม และบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร รวมถึงการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ (Risk Management Committee : RMC) ซึ่งมีกรรมการผู้จัดการทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ และผู้บริหารสูงสุดของกระบวนการดำเนินงานแต่ละด้าน ทำหน้าที่ติดตามการดำเนินงานด้านบริหารความเสี่ยงขององค์กรเป็นประจำ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร

3. วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายให้การบริหารงานในทุก ๆ ด้านของเด็มโก้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งการบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สนับสนุนให้เด็มโก้สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และยังสามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสียได้อีกทางหนึ่ง

เด็มโก้จึงได้ปลูกฝัง สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริหารและพนักงาน ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง โดยมุ่งวางรากฐานการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดทำนโยบายการบริหารความเสี่ยง การกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยง คู่มือการบริหารความเสี่ยง แผนบริหารความต่อเนื่อง คู่มือการบริหารความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชันและสินบน และอื่นๆ รวมถึงมีการจัดฝึกอบรมทั้งในรูปแบบออน์ไลน์ (E-Learning) และรูปแบบเชิงปฏิบัติการ (Workshop) จนการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่ทุกคนต้องปฏิบัติเสมือนการดำเนินการปรกติภายในบริษัท

4. ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factors)

เด็มโก้ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้งจากปัยจัยภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงแนวโน้มทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี อุตสาหกรรม คู่แข่ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญระดับองค์กร โดยสามารถแบ่งปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าวได้ ดังนี้

4.1 ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)

เด็มโก้ตระหนักถึงความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านพลังงาน การออกกฎหมาย หรือ ข้อบังคับของราชการ รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบในการกำหนดแผนกลยุทธ์ แผนดำเนินงานและอาจนำไปสู่การนำไปปฏิบัติไม่เหมาะสม หรือไม่สอดคล้องกับปัจจัยภายใน และสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งส่งกระทบต่อรายได้ หรือการดำรงอยู่ของบริษัท

แนวทางการจัดการ คณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงของเด็มโก้ได้มีการวางแผนกลยุทธ์และแผนดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ควบคู่กับสภาพแวดล้อมทั้งปัจจัยภายในและภายนอก มีการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม การเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ มีการทบทวนแผนกลยุทธ์ทุก 6 เดือน หรือเมื่อมีเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ หรือเมื่อมีเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉินเฉพาะกิจเกิดขึ้น พร้อมทั้งจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานภายในที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน เช่น การจัดโครงสร้างองค์กร บุคลากร งบประมาณ ระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบการติดตามและควบคุมการปฏิบัติงาน เป็นต้น เพื่อให้เด็มโก้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและจัดการกับปัญหาขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

4.2 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้มีความสมดุลทั้งในด้านการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง และการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความยั่งยืนในกับบริษัท เด็มโก้จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนในขั้นตอนการประมูลงาน การเตรียมงาน รวมถึงขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการดำเนินการในโครงการ ดังนั้น หากเด็มโก้ไม่มีการบริหารสภาพคล่องที่ดี ไม่สามารถชำระหนี้สิน และภาระผูกพันเมื่อถึงกำหนด เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ หรือไม่สามารถจัดหาเงินทุนได้อย่างเพียงพอ หรือสามารถจัดหาเงินทุนได้แต่ด้วยต้นทุนที่สูงเกินกว่าระดับที่สามารถยอมรับได้ อาจส่งผลต่อการดำเนินงานโครงการ หรือความสามารถในการรับงานใหม่และการขยายธุรกิจของเด็มโก้ รวมถึงไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต แนวทางการจัดการ เด็มโก้แต่งตั้งคณะกรรมการลงทุนกำหนดนโยบายการลงทุน นโยบายบริหารสภาพคล่อง และนโยบายการกู้ยืมเงิน ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทเพื่อนำมากำหนดกรอบการลงทุน การบริหารสภาพคล่อง และการกู้ยืมเงินของบริษัท เพื่อลดโอกาส/ความถี่และผลกระทบด้านสภาพคล่องให้เกิดน้อยที่สุด นอกจากนี้ เด็มโก้มีการแสวงหาแหล่งเงินทุนเพิ่มจากสถาบันการเงิน มีการจัดทำ/ทบทวน Project Cash Flow รายเดือน/รายไตรมาสและให้ใกล้เคียงกับงานที่ทำจริง มีการบริหารโครงการให้ได้ตามแผนที่กำหนด รวมถึงหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อบริหารสภาพคล่องและโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

4.3 ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามพันธสัญญา (Compliance Risk)

รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งงานด้านวิศวกรรมอย่างครบวงจร ซึ่งดำเนินการภายใต้ข้อตกลง หรือพันธะสัญญาที่เด็มโก้ได้ทำไว้กับคู่สัญญา หรือในฐานะของผู้ค้ำประกัน ซึ่งอาจเกิดเหตุให้เด็มโก้หรือคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามพันธสัญญาได้ ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือทำให้เด็มโก้ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่กำหนดไว้ เช่น การส่งมอบงาน / สินค้าของคู่ค้าไม่ตรงตามสัญญา ส่งผลให้งานล่าช้า ทำให้ให้เด็มโก้อาจถูกปรับ หรือมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจากการต้องปฏิบัติตามสัญญา เป็นต้น

แนวทางการจัดการ เด็มโก้กำหนดให้มีการทบทวนร่างสัญญาต่าง ๆ หรือข้อตกลง โดยหน่วยงานกำกับควบคุมกฎหมายและกฏระเบียบของบริษัท มีการติดตามควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาและให้รายงานฝ่ายบริหารได้รับทราบ มีการ Kick Off โครงการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มสัญญา เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ และสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน มีการจัดทำประกันภัยให้ครอบคลุมถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กรได้กำหนดเป็นนโยบายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ ติดตามปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพันธสัญญา และมีการรายงานผลการติดตามความเสี่ยงดังกล่าวให้ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กรทราบทุกไตรมาส

4.4 ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk)

ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในวิธีปฏิบัติงาน (Methodology) ความผิดพลาดของระบบการปฏิบัติงาน หรือความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของพนักงาน หรือพนักงานจ้างงานภายนอก (Outsourcing) เช่น การนำเข้าข้อมูลผิดพลาด การประเมินมูลค่างานไม่ถูกต้อง การขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของพนักงาน การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่ไม่เหมาะสม ทำงานลัดขั้นตอน รวมถึงการจัดทำนิติกรรมสัญญา และเอกสารทางกฎหมายที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมาย เป็นต้น

แนวทางการจัดการ ดังนี้

  1. 1. เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินงานและบริหารจัดการโครงการโดยผู้รับเหมาที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจเกิดจากการขาดความเอาใจใส่ในงานและทำงานผิดพลาด ทำให้การดำเนินงานโครงการมีความล่าช้า แนวทางการจัดการ เด็มโก้แต่งตั้งและมอบหมายงานให้มีผู้จัดการโครงการเป็นผู้ควบคุมผู้รับเหมา โดยพิจารณาถึงปริมาณงานที่อยู่ในความรับผิดชอบปัจจุบัน รวมทั้งความสามารถและความชำนาญเฉพาะด้านของผู้จัดการโครงการแต่ละราย และกำหนดให้ผู้บริหารสายงานวิศวกรรมเป็นผู้กำกับดูแลการบริหารจัดการของผู้จัดการโครงการอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้บริษัทมีการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมา คู่มือการปฏิบัติงานในการจ้างผู้รับเหมา มีการประเมินผู้รับเหมาหลังงานเสร็จสิ้นด้วยเพื่อเป็นการคัดกรองผู้รับเหมาที่มีคุณภาพ
  2. 2 เพื่อลดความเสี่ยงการเพิ่มของต้นทุนอันเนื่องมาจากโครงการล่าช้ากว่ากำหนด ในกรณีที่ความล่าช้าเกิดจากเจ้าของโครงการ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากผู้ว่าจ้างต้องการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้าง หรือการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของเด็มโก้ ซึ่งส่งผลให้โครงการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแนวทางการจัดการ เด็มโก้จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเจ้าของโครงการตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ก่อนได้ แต่ในกรณีที่การเพิ่มของต้นทุนมาจากการดำเนินงานที่ล่าช้าของโครงการ แนวทางที่เด็มโก้ดำเนินการ คือให้ผู้จัดการโครงการจัดทำแผน Catch Up Plan เร่งรัดการจัดการแก้ปัญหา พร้อมกลับไปทบทวนเงื่อนไขในสัญญาเพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง

สำหรับความเสี่ยงที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท เช่น จากภัยธรรมชาติและอุบัติภัยประเภทต่าง ๆ แนวทางการจัดการ เด็มโก้ลดความเสี่ยงเหล่านี้โดยการทำประกันภัย สำหรับในด้านงานก่อสร้างบริษัทจะกำหนดไว้ในสัญญาของโครงการ และสำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูงหรือโครงการของหน่วยงานภาครัฐ บริษัทจะจัดทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงทุกประเภท (Insurance for All Risk)

4.5 ความเสี่ยงด้านบุคลากร (People Risk)

ภายใต้แผนกลยุทธ์ 3 ปี บริษัทจะต้องมีความพร้อมของบุคลากรทั้งความรู้ ความสามารถ และจำนวนที่เพียงพอเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ เด็มโก้จึงให้ความสำคัญกับการสรรหา รักษาและพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ และคงอยู่กับบริษัท เพราะบุคลากรถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของบริษัท

แนวทางการจัดการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดบุคลากร สรรหาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ แนวทางการจัดการ เด็มโก้สร้างแรงจูงใจให้บุคลากรคุณภาพมีความผูกพันกับองค์กร ด้วยสวัสดิการและผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกัน สนับสนุนให้มีการอบรมพัฒนาความรู้ความสามารถ รวมถึงกำหนดแนวทางความก้าวหน้าในการทำงานตามสายงานเพื่อให้พนักงานมีความเชื่อมั่นที่จะอยู่กับองค์กรในระยะยาว นอกจากนี้เด็มโก้ยังมีแผนสืบทอดตำแหน่ง เพื่อเป็นการเตรียมสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงไม่ให้ขาดช่วง รวมถึงกำหนดให้มีนโยบายการสรรหาหรือคัดเลือกบุคลากรที่จะสามารถทดแทนบุคลากรในตำแหน่งเสี่ยงได้ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา คัดเลือก โอนย้ายไว้ล่วงหน้า

4.6 ความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk)

ความเสี่ยงด้านการทุจริตประกอบด้วย 3 ประเภท คือ ความเสี่ยงจากการยักยอกทรัพย์สิน ซึ่งนำไปสู่การครอบครองทรัพย์สินของบริษัทอย่างไม่ถูกต้อง หรือเป็นเหตุให้บริษัทสูญเสียทรัพย์สิน โอกาสหรือผลประโยชน์ใด โดยมีเจตนาที่จะหาประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ประเภทที่สองคือความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิควรได้ทั้งต่อองค์กร ตนเอง หรือผู้อื่น ซึ่งครอบคลุมถึงการให้ และ/หรือรับสินบน การขัดแย้งทางผลประโยชน์การข่มขู่และ/หรือ เรียกร้องผลประโยชน์ และการจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับความสะดวกด้วย และความเสี่ยงด้านทุจริตประเภทที่สาม คือ ความเสี่ยงจากการทุจริตในการรายงาน เป็นการปรับปรุงแก้ไขรายงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางการเงิน เช่น งบการเงิน บันทึกการเงิน หรือรายงานที่ไม่ใช่ทางการเงิน เพื่อปิดบังการยักยอกทรัพย์หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือเพื่อหาประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งส่งผลให้งบการเงิน บันทึกการเงิน หรือรายงานต่าง ๆ ของบริษัทไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง

แนวทางการจัดการ เด็มโก้กำหนดให้มีการระบุ ประเมิน และทบทวนความเสี่ยงด้านการทุจริตของบริษัท รวมทั้งสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์และการดำเนินงานของบริษัท และเพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงด้านการทุจริตได้ถูกระบุ และจัดการอย่างทันท่วงที เด็มโก้ให้ผู้บริหารของทุกหน่วยงานให้ข้อมูลความเสี่ยงด้านการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในหน่วยงานของตน นอกจากนี้เด็มโก้ได้จัดให้มี นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน คู่มือการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บุคลากรของเด็มโก้เข้าใจหลักการด้านจริยธรรมและแนวทางการปฏิบัติงานที่ดี รวมทั้งเพื่อสร้างความตระหนัก จิตสำนึกและค่านิยมในการต่อต้านการทุจริตให้แก่บุคลากรของเด็มโก้ ทั้งนี้ นโยบาย คู่มือปฏิบัติงาน และมาตรการที่เกี่ยวข้องได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในจะทำการทบทวนและปรับปรุงนโยบาย และคู่มือที่เกี่ยวข้องเป็นประจำอย่างน้อยทุก 2 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงด้านการทุจริตได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

4.7 ความเสี่ยงด้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)

  • ความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 (Pandemic COVID-19 Risk)
    จากสถาณการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อพนักงานที่อาจจะติดเชื้อ และอาจส่งผลให้ให้การดำเนินธุรกิจของเด็มโก้หยุดชะงัก
    แนวทางการจัดการ เด็มโก้ให้ความสำคัญในการกำหนดมาตรการเชิงป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID – 19 อย่างเคร่งครัด จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ (Impact Analysis) โอกาสในการปรับปรุงและพัฒนางาน คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะที่ปรึกษาฝ่ายบริหารในวิกฤตไวรัส COVID – 19 ระบาด มีการจัดทำแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) และแผนการพลิกฟื้นธุรกิจ (Disaster Recovery Plan : DRP) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้นชุมชน ให้เหลือน้อยที่สุด
  • การพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี (Technology Disruption Risk)
    ความเสี่ยงจาก Technology Disruption ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของเด็มโก้ ทำให้เสียโอกาสในการหาลูกค้า การใช้ทรัพยากที่มากเกินไป รวมถึงพัฒนาด้านอื่น ๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น การใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคน เทคโนโลยีโทรคมนาคมระดับ 5G การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent : AI) มาใช้ เป็นต้น
    แนวทางการจัดการ เด็มโก้จัดอบรมเพื่อเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ ให้เข้าใจและสามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้ รวมถึงเสริมสร้างการตระหนักถึงความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่พนักงานทุกคนในองค์กร ปรับปรุงกระบวนการทำงานของหน่วยงานภายในให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้นเพื่อให้สามารถทำงานที่ไหนก็ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Risk)
    การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีความรุนแรงและความถี่ที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น ปริมาณความเข้มของแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความเร็วของลมที่ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ กระทบต่อรายได้จากการขายไฟ
    แนวทางการดำเนินการ เด็มโก้ได้กำหนดค่าเผื่อไว้ในโมเดลการคำนวณ มีการศึกษาข้อมูลสถิติจากแหล่งที่น่าเชื่อถือย้อนหลังมากที่สุดที่จะหาได้

เด็มโก้ เชื่อว่าการดําเนินการตามมาตรการจัดการความเสี่ยงข้างต้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ลง และทําให้ องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายในการดําเนินธุรกิจตามทิศทางและแผนกลยุทธ์ที่วางไว้

การจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจของเด็มโก้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญในหลายๆ ด้าน ถึงแม้ว่าเด็มโก้จะมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบแล้วก็ตาม แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่ไม่สามารถป้องกันได้ เช่น ปัจจัยเสี่ยงจากภัยคุกคามจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากการก่อการร้าย วินาศกรรม การโจมตีทางไซเบอร์ และการเกิดโรคระบาด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น

ดังนั้น เด็มโก้จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Management : BCM) และการจัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพและมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตต่าง ๆ เด็มโก้จะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องหรือกลับมาดำเนินธุรกิจได้ในเวลาที่เหมาะสม

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

เด็มโก้ ให้ความสำคัญในด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เด็มโก้ สามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยายความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการดำเนินงานของคู่ค้า นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เด็มโก้ จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกคู่ค้า การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบสินค้าและบริการของคู่ค้าจนถึงกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานประจำปี ตลอดจนการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ เด็มโก้ ที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าด้วยความโปร่งใส รวมถึงการคัดเลือกคู่ค้าเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าผู้มีประสิทธิภาพ และให้ได้มาซึ่งคู่ค้าที่เด็มโก้ สามารถมั่นใจว่าจะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตรงกับความต้องการของเด็มโก้ โดยพิจารณาจากกลุ่มสินค้าและคู่ค้าที่มีมูลค่าสูง ระดับความเสี่ยงและผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท โดยเด็มโก้ ได้จัดทำแบบฟอร์มการประเมินความยั่งยืนคู่ค้ารายใหม่เพื่อให้ได้คู่ค้าที่มีคุณสมบัติตรงตามต้องการ และเมื่อผ่านการอนุมัติการคัดเลือกคู่ค้าแล้ว เจ้าหน้าที่จัดซื้อภายในบริษัท จะดำเนินการบันทึกคู่ค้าเข้าทะเบียนคู่ค้าที่ผ่านการอนุมัติ (Approval Vender List : AVL) ในระบบ ผลการดำเนินการเด็มโก้ สามารถจำแนกระดับความสัมพันธ์คู่ค้าเป็น 2 ระดับได้แก่

  1. คู่ค้าหลัก (Critical Supplier) คู่ค้าที่มียอดการใช้จ่ายสูง สินค้าทดแทนยากและอยู่ในกลุ่มสินค้าหลักที่สำคัญ และมีความเสี่ยงสูงมากหรือความเสี่ยงสูง โดยบริษัทกำหนดให้คู่ค้ากลุ่มนี้มีการประเมินผลการทำงานทุกปีผ่านแบบประเมินคู่ค้าและเยี่ยมชมพื้นที่การปฎิบัติงานโดยผ่านขั้นตอนการตรวจสอบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมและการประเมินการตรวจสอบด้านการปฎิบัติอย่างยั่งยืน
  2. ค้ารอง (Non-Critical Supplier) คู่ค้าที่ยอดการใช้จ่ายปานกลางหรือต่ำและความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลางหรือความเสี่ยงต่ำ ซึ่งบริษัทกำหนดให้มีการประเมินผลการทำงานเป็นประจำทุกปีผ่านแบบประเมินตนเองของคู่ค้าตามแนวทางการปฎิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า

เด็มโก้ มุ่งหวังให้คู่ค้าทุกรายดำเนินการสอดคล้องกับคู่มือสำหรับการดำเนินงานภายใต้แนวทางการปฏิบัติของคู่ค้าของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ (Supplier Code of Conduct and Guideline) อย่างเคร่งครัด

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า

เด็มโก้ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้าเป็นอย่างสูง โดยจัดให้มีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับความผูกพันและความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและเป็นแนวทางในการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยมีการนำเสนอผลการสำรวจต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการวางแผน บริหารจัดการ พัฒนา ปรับปรุงคุณภาพ การส่งมอบและบริการ ตลอดจนถ่ายทอดข้อมูล และการดำเนินการตอบสนองต่อผลตอบรับของลูกค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า โดยแบ่งการสำรวจเป็น 3 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 ภายหลังการประมูลงาน (หลังจากทราบผลการประมูลอย่างเป็นทางการแล้วภายใน 15 วันทำการ)

ระยะที่ 1 ระหว่างดำเนินโครงการ (ความก้าวหน้าของงานประมาณ 50%)

ระยะที่ 1 ปิดจบโครงการ (หลังจากวางบิลงวดสุดท้ายแล้ว ภายใน 15 วันทำการ)

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และผลการสำรวจนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงระดับความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ ความต้องการของลูกค้าผ่านการดำเนินงานของเด็มโก้ พร้อมกันนี้ผลของการสำรวจความพึงพอใจและข้อเสนอแนะจากลูกค้าจะถูกพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการบริหาร โดยรวมถึงประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขจากผลการสำรวจ ความพึงพอใจของลูกค้าในแต่ละครั้ง เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนงาน พัฒนา ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และยกระดับมาตรฐาน การบริการสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล โดยผลการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในปี 2564 พบว่าได้คะแนน ร้อยละ 90.98 ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือไม่ตํ่ากว่า ร้อยละ 85 เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์สามารถตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าเป็นอย่างดี