EN

ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ (Economic)

เด็มโก้มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล พร้อมปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น (Reselience) รับมือด้วยความคล่องตัว (Agility) และรวดเร็ว (Speed) ทั้งยังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) อีกด้วย

ในปีนี้ เด็มโก้ได้มีการทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างผลการดำเนินงานและการเติบโตที่ยั่งยืน มีการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น (Emerging Risks) อีกทั้งมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับและบริหารจัดการประเด็นต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างโอกาสทางธุรกิจพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Trends) ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (E) มีความรับผิดชอบต่อสังคม (S) และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (G) ส่งผลให้เด็มโก้ สามารถบรรลุเป้าหมายและสร้างความไว้วางใจจากหน่วยงานต่าง ๆ

ความสำคัญ

เด็มโก้มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนา และเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่บริษัทจดทะเบียนพึงปฏิบัติทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนในทุกรูปแบบ โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายต่าง ๆ จริยธรรมและจรรยาบรรณ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ความมุ่งมั่นและแนวทางการกำกับดูแลกิจการ

เด็มโก้ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารกิจการที่ดีที่ยึดมั่นตามจริยธรรม และจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ ข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทจดทะเบียน กฎ ระเบียบ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อนโยบายการกำกับดูแลกิจการมาโดยตลอด โดยกำหนดให้การกำกับดูแลกิจการเป็นหนึ่งในดัชนีวัดผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดทำแผนการดำเนินงาน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ โดยโครงสร้างและแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประกอบด้วย 4 หมวดหลัก ได้แก่

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  2. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
  3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  4. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

ซึ่งในปี 2568 เด็มโก้มิได้รับหนังสือคำเตือน และมิได้ถูกกล่าวโทษหรือถูกกล่าวหา โดยหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยเด็มโก้ให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ ได้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี / รายงาน ประจำปี 2568 (แบบ 56-1 E-One report) ภายใต้หัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความยั่งยืนในธุรกิจ

โครงสร้างการบริหารงาน

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของหลักธรรมาภิบาลในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายและให้ความสำคัญกับการสรรหากรรมการ การกำหนดโครงสร้างและบทบาทหน้าที่รวมถึงการประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทที่ต้องเป็นไปตามกรอบจริยธรรม ความเท่าเทียมกัน และรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในการสรรหากรรมการบริษัทคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อทำหน้าที่สรรหาและกลั่นกรองบุคคลที่เหมาะสม มีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยคำนึงถึงความหลากหลายของคุณสมบัติกรรมการ ทั้งในด้านความเป็นอิสระ ความรู้ความสามารถ ทักษะประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตลอดจนเพศและอายุ และได้จัดทำตารางองค์ประกอบความรู้ความชำนาญของคณะกรรมการ (Board Skills Matrix) เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยรวมมีความเหมาะสม ครบถ้วนความจำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กร สามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้ จึงส่งผลองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน เป็นไปตามกฎหมายและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ประจำปี 2568

เด็มโก้จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน 5 ครั้งต่อปี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงพิจารณาประเด็นด้านความยั่งยืนที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เพื่อศึกษาผลกระทบและโอกาสทางธุรกิจ

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการดำเนินงานและการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท เด็มโก้ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการรายบุคคล เป็นประจำทุกปี ด้วยวิธีการประเมินตนเอง (Self Evaluation) และ / หรือ ประเมินแบบไขว้ (Cross Evaluation) โดยเด็มโก้จะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้รับจากการประเมินผลการปฏิบัติของคณะกรรมการมาปรับปรุงประสิทธิผลการทำงานของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำกับดูแลกิจการของเด็มโก้ ซึ่งผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประเมินรายบุคคล ประจำปี 2568 มีดังนี้

ความสำคัญ

เด็มโก้ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อสนับสนุนให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพ ดูแลด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเปิดเผยข้อมูล การดูแลด้านชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับจรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรม ธรรมาภิบาลที่ดีในองค์กร โดยวางหลักเกณฑ์และมาตรฐานการปฏิบัติ งานให้กรรมการผู้บริหารและพนักงาน ถือปฏิ บัติเพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้สอดคล้องกับนโยบาย ตลอดจนกฎหมายกฎเกณฑ์และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

  • จริยธรรมและจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ

  • จริยธรรมและจรรยาบรรณกรรมการและพนักงาน

จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ

เด็มโก้ ได้จัดทำจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจขึ้น เพื่อให้กรรมการผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านจริยธรรมที่สูงที่สุด เนื่องจากกลุ่มธุรกิจ เด็มโก้มีความเชื่อที่ว่าแนวทางเกี่ยวกับจริยธรรม เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำไปสู่ผลการปฏิบัติงานที่มี ประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงจริยธรรม (Ethical Culture)

คณะกรรมการตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งถือเป็นรากฐานของการดำรงอยู่ และความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจในอนาคตของเด็มโก้ การสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กร เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจด้วยเช่นกัน เด็มโก้ ได้กำหนดค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กร ของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ไว้ 6 ด้าน ดังนี้

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงจริยธรรม (Ethical Culture)

คณะกรรมการตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งถือเป็นรากฐานของการดำรงอยู่ และความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจในอนาคตของเด็มโก้ การสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กร เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจด้วยเช่นกัน เด็มโก้ ได้กำหนดค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กร ของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ไว้ 6 ด้าน ดังนี้

  1. วัฒนธรรมที่มุ่งเน้นผลงาน (Performance Culture)
  2. วัฒนธรรมทางจริยธรรม (Ethical Culture)
  3. วัฒนธรรมที่ตระหนักถึงความเสี่ยง (Risk Culture)
  4. วัฒนธรรมการเรียนรู้และการทางานเป็นทีม (Learning and Team Culture)
  5. วัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงและการสร้างนวัตกรรม (Change and Innovation Culture)
  6. วัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG Culture)

ในปี 2568 เด็มโก้กำหนดให้พนักงานทุกระดับจัดทำแบบประเมินตนเองด้านจรรยาบรรณและจริยธรรมในการปฏิบัติงานประจำปี ครบถ้วนร้อยละ 100 โดยกำหนดช่องทางการสื่อสารในการทำแบบประเมินจริยธรรมและจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน (Ethical Self-Assessment) ของพนักงาน ทุกเดือนตุลาคมของทุกปีและได้สรุปผลการประเมิน และรายงานผลต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน และเพื่อเป็นการส่งเสริมกำกับวัฒนธรรมองค์กรของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ให้เป็นไปในแนวทางที่กำหนดไว้ และสามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องตามนโยบายที่กำหนด ตอบสนองต่อการดำเนินการด้านความยั่งยืน

การขัดแย้งทางผลประโยชน์

นโยบายของดําเนินธุรกิจเด็มโก้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและอยู่บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใด ๆ ในการเข้าทําธุรกรรม หรือรายการใด ๆ ของเด็มโก้ หรือบริษัทย่อย จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้นของเด็มโก้ และหลีกเลี่ยงการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกําหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณาต้องแจ้งให้คณะกรรมการหรือผู้บริหารทราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณา รวมถึงไม่มีอํานาจในการอนุมัติธุรกรรมหรือรายการดังกล่าว ดังนั้น เด็มโก้จึงได้จัดทํานโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนในองค์กรถือปฏิบัติ และได้จัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานผ่านระบบออนไลน์ (E-learning) ในประเด็นด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พร้อมกำหนดให้พนักงานทำแบบทดสอบเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจหลังการอบรม โดยในปี 2568 พนักงานเข้ารับการอบรมและทำแบบทดสอบครบถ้วนร้อยละ 100 สะท้อนถึงการตระหนักรู้และการปฏิบัติตามแนวทางด้านธรรมาภิบาลขององค์กรอย่างทั่วถึง

  • นโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการภายใต้กรอบการบริหารจัดการที่มีจริยธรรมที่ดี มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกในการต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เด็มโก้ได้จัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน และสินบน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรทุกระดับของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน

  • นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน

  • คู่มือมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันและการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน

เด็มโก้ ได้กําหนดแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และสินบน 3 ข้อ ประกอบด้วย

  1. กระบวนการในการประเมินความเสี่ยงจากด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
  2. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกํากับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
  3. แนวทางในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน
การบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน

เด็มโก้ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม โดยมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ดีและมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพนักงาน ผู้บริหาร และคณะกรรมการบริษัทในการขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนถือเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้เด็มโก้สามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เด็มโก้จึงได้จัดทำคู่มือบริหารความเสี่ยง (Risk Management Manual) เพื่อใช้เป็นแนวทางประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนในกระบวนการปฏิบัติงาน ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจทั้งโอกาสการเกิดเหตุและระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงรายละเอียดของความเสี่ยงในแต่ละกระบวนการอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เด็มโก้กำหนดขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงรวม 7 กระบวนการ ได้แก่

  1. การกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective)
  2. การระบุความเสี่ยง (Risk Identification)
  3. การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis)
  4. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
  5. การจัดการความเสี่ยง (Risk Mitigation or Risk Treatment)
  6. การสื่อสารให้ความรู้และการให้คำปรึกษาแนะนำ (Risk Communication and Consultation)
  7. การตรวจวัด ติดตามการนำไปปฏิบัติ และการทบทวนความเสี่ยง (Risk Monitoring and Review)
  • คู่มือการบริหารความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชันและสินบน

การร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน

เด็มโก้ได้ลงนามเข้าร่วมเป็น “สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนในทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็มโก้มีนโยบายกำหนดความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและสินบนกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ โดยคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (“CAC”) มีมติให้การรับรองบริษัทเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 จนถึงปัจจุบัน

ในปี 2568 เด็มโก้ ได้ต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านคอร์รัปชัน (CAC) 3 ปีซ้อน เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเด็มโก้ได้สื่อสารนโยบาย No Gift Policy และแนวปฏิบัติภายใต้โครงการ “เรียกรับ…เราร้อง” ให้พนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและในโอกาสอื่นใด

ผลการดำเนินงานต่อต้านการทุจริตประจำปี 2568

เด็มโก้ ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในปี 2568 เด็มโก้ได้ดำเนินมาตรการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

  1. การอบรมและประเมินจริยธรรมในการทำงาน ให้กับพนักงานทุกระดับชั้นครบถ้วน ร้อยละ 100 ได้แก่
  2. ดำเนินการทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและการให้สินบน พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันและควบคุมอย่างรัดกุม
  3. ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นทางการ พร้อมเชิญชวนคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านการทุจริตผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์บริษัท และการสื่อสารผ่านจดหมายอย่างเป็นทางการ
  4. จัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรม และจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจในรูปแบบ E-Book เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานผ่านระบบเว็บไซต์ภายใน
  5. จัดทำช่องทางถาม - ตอบเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และนโยบายต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ภายใน (Intranet) เพื่อให้พนักงานสามารถสอบถามและศึกษาข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง

ทั้งนี้ ในปี 2568 เด็มโก้ ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจและการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างไรก็ตาม เด็มโก้ยังคงมุ่งมั่นที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือคอร์รัปชันทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมกำกับดูแลและสนับสนุนให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ เด็มโก้ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกด้านการต่อต้านการทุจริต เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงส่งเสริมและปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

เพื่อให้การบริหารงานและการพัฒนาองค์กรสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เด็มโก้ได้จัดทำช่องทางการแจ้งเบาะแส ให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร สามารถรายงานและแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการทุจริต และการกระทำผิดกฎหมายขึ้นโดยกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสด้วยเช่นกัน ในส่วนของช่องทางการแจ้งเบาะแสการทุจริตและการกระทำผิด มีดังนี้

ขอบเขตการร้องเรียน / การแจ้งเบาะแส

การกระทำน่าสงสัยว่าฝ่าฝืนหลักปฏิบัติที่ดี ดังต่อไปนี้

  • การฝ่าฝืนการปฏิบัติตามหลักการและแนวปฏิบัติของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • การฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับบริษัท
  • การได้รับความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติงาน
  • การกระทำที่เข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชัน การรับหรือให้สินบน
หลักเกณฑ์ในการรับเรื่องร้องเรียน
  • อาจแสดงหรือไม่แสดงตัวตนได้
  • ใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่สุภาพ
  • ข้อมูลที่ได้รับจะเก็บเป็นความลับ
  • ผู้แจ้งเบาะแส / ร้องเรียน จะได้รับความคุ้มครองสิทธิไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือบุคคลภายนอก
  • เป็นเรื่องที่ผู้ร้องหรือบริษัทได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
  • ข้อร้องเรียนที่ผู้ร้องที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน ให้ยุติเรื่องและเก็บเป็นฐานข้อมูล
ช่องทางการรับข้อร้องเรียน / การแจ้งเบาะแส
  • ยื่นเรื่องด้วยตนเอง (ตู้รับเรื่องร้องเรียน สำนักงานใหญ่ชั้น 2 อาคาร 1)
  • ส่งจดหมายทางไปรษณีย์ ถึง สำนักงานตรวจสอบ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 59 หมู่ 1 ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี 12000
  • ผ่านระบบ Intranet /Website ของบริษัท www.demco.co.th/การกำกับดูแลกิจการที่ดี/ช่องทางการร้องเรียนและกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
  • ส่งหนังสือร้องเรียน / แจ้งเบาะแส ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามช่องทาง ดังนี้
ความสำคัญ

เด็มโก้ ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมวิศวกรรมและพลังงานที่มีความผันผวนจากต้นทุน สัญญา กฎระเบียบ และสภาพเศรษฐกิจ การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหาร การดำเนินงาน และการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการระบุ ประเมิน และติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อผลการดำเนินงาน สถานะทางการเงิน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว ลดความผันผวน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความมุ่งมั่นและแนวทางสู่ความสำเร็จ

เด็มโก้มุ่งมั่นพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ การวางแผนธุรกิจ และการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ ควบคุมความผันผวนของผลการดำเนินงานและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน เด็มโก่้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการ ผู้บริหาร จนถึงระดับหน่วยงาน เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั่วทั้งองค์กร เด็มโก้ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทาง และกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร โดยมีสายงานบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการสนับสนุน ประสานงาน ติดตาม และรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ แนวทางการบริหารความเสี่ยงของบริษัทอ้างอิง

กรอบการบริหารความเสี่ยงระดับสากล (COSO ERM Framework) ครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร ระดับหน่วยงาน และระดับโครงการ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงการประเมินความเสี่ยงเข้ากับการตัดสินใจเชิงบริหาร การคัดเลือกและดำเนินโครงการ การบริหารต้นทุน และการรักษาความสามารถในการทำกำไร

นอกจากนี้ เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) และการเสริมสร้างความพร้อมด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ ผ่านการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) และแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและสถานะทางการเงิน พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร

เด็มโก้ ยึดมั่นในแนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร โดยใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงแบบใหม่ Enterprise Risk Management - Aligning Risk with Strategy and Performance 2017" (COSO ERM 2017) เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เด็มโก้ได้จัดทำนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน นโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นการบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจในทุกระดับขององค์กร พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง โดยเน้นให้พนักงานตระหนักถึงความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น เด็มโก้ได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง พร้อมทั้งปรับปรุงและพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainable Risk) ที่ส่งผลต่อความมั่นคง และความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว

  • นโยบายบริหารความเสี่ยง

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง
กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง
  1. การระบุความเสี่ยง

    พิจารณาและระบุปัจจัยความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยครอบคลุม 6 ด้านหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการเงิน บัญชี และงบประมาณ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG) และความเสี่ยงด้านเหตุการณ์วิกฤติฉุกเฉินเฉพาะกิจ

  2. การประเมินความเสี่ยง

    พิจารณาและประเมินความรุนแรงของความเสี่ยง โดยประเมินว่าแต่ละปัจจัยนั้น มีโอกาสที่จะเกิดมากน้อยเพียงใด และหากเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อองค์กรรุนแรงเพียงใด โดยการประเมินความเป็นไปได้ของโอกาสที่ จะเกิด (Likelihood Score) และระดับผลกระทบ (Impact Score) ของปัจจัยเสี่ยงทั้ง 6 ด้าน โดยนำความเสี่ยงที่ ระบุไว้แล้วทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อจัดลำดับความเสี่ยง

  3. การตอบสนองความเสี่ยง

    กำหนดแผนจัดการความเสี่ยงโดยเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับจัดการความเสี่ยงและโอกาสในแต่ละประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

  4. ติดตามและควบคุมความเสี่ยง

    กำหนดผู้รับผิดชอบและกำหนดมาตรการในการรายงานและการติดตาม เพื่อการประเมินผลความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับต่ำ หรือในระดับที่ยอมรับได้

  5. การสื่อสารและรายงานความเสี่ยง

    รายงานผลการดำเนินงานความเสี่ยงในทุกประเภทต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการเด็มโก้ พิจารณาและแนะแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงเพื่อให้คณะกรรมการได้ทบทวนความเพียงพอของระบบการบริหารความเสี่ยง และประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยง เพื่อทำการระบุและประเมินความเสี่ยงในปีถัดไป

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 สายงานบริหารความเสี่ยงได้ดำเนินการปรับปรุงและทบทวนแผนบริหารความเสี่ยงประจำปี ทบทวนแนวทางจัดการความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท (Key Risk) ทบทวนตัวชี้วัดความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ขององค์กร และมีการนำ Risk Appetite, Risk Tolerance มาใช้ในการจัดทำแผนความเสี่ยงประจำปี และทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk) และแนวทางจัดการความเสี่ยง เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงขององค์กรครอบคลุมในทุกมิติมากขึ้น รวมถึงจัดทำคู่มือบริหารความเสี่ยงโครงการแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นการบูรณาการกระบวนการบริหารความเสี่ยงกับงานบริหารโครงการตามมาตรฐานสากล ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินกิจกรรมหลักของเด็มโก้มีการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ มีแนวทางในการแก้ไขเชิงป้องกันที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของโครงการ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและประสิทธิภาพขององค์กร

เด็มโก้ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลความเพียงพอของระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee : AC) และการทวนสอบประสิทธิภาพของผลการบริหารความเสี่ยง โดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่า เด็มโก้ได้นำเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงมาใช้เพื่อช่วยสนับสนุนต่อการผลักดันประสิทธิภาพการดำเนิน ธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emergin risk)

เด็มโก้ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นใหม่โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. ภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์

    เด็มโก้ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านภัยคุกคามทางเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากการโจมตีด้านเทคโนโลยี หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน ด้านดิจิทัลถูกละเมิด เสียหาย หยุดชะงัก หรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ชื่อเสียง และผลการดำเนินงานขององค์กร

    แนวทางการบริหารจัดการ :

    เด็มโก้มีนโยบายการบริหารและจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นกรอบการกำกับดูแลและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ดำเนินการจัดอบรมให้กับพนักงานในหลักสูตรอบรม “รู้เท่าทัน รูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพและภัยคุกคามออนไลน์” “การใช้ AI ในการทำงาน” เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เเละความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่บนเเพลตฟอร์มภายนอก หรือการเข้าถึงแอฟพลิเคชันต่างๆให้ปลอดภัย รวมถึงกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทให้กับพนักงาน และมีการขอความร่วมมือห้ามใช้เฟรชไดร์ในการบันทึกข้อมูล หากจะบันทีึกต้องขออนุญาตให้เป็นลายลักษณ์อักษร มีการอนุมัติตามลำดับ เพื่อขอบันทึกข้อมูล

  2. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)

    แนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ความคาดหวังของนักลงทุน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้องค์กรจำเป็นต้องปรับกระบวนการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการทรัพยากร และห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ข้อกำหนดที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้นจากการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การจัดการคู่ค้า และการลงทุน ในเทคโนโลยีหรือระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ หากองค์กรไม่สามารถบริหารจัดการประเด็น ESG ได้อย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความสามารถในการเข้าร่วมโครงการลงทุนในอนาคต รวมถึงความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตาม กฎหมายที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว

    แนวทางการบริหารจัดการ :

    เด็มโก้บูรณาการการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และตัวชี้วัดด้าน ESG ที่ชัดเจน พร้อมพัฒนาระบบติดตามและรายงานข้อมูลการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมการดำเนินงาน ตามแนวทางห่วงโซ่อุปทานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของพนักงานและคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

การเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง

เด็มโก้ มุ่งเน้นการปลูกฝังความรู้และความเข้าใจให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง โดยจัดทำนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยง เช่น คู่มือการบริหารความเสี่ยง แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และคู่มือการจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตและสินบน นอกจากนี้ เด็มโก้ ได้จัดอบรมทั้งในรูปแบบออนไลน์ (E-Learning) และรูปแบบเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นให้บุคลากรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นปกติในกระบวนการทำงานของบริษัท

ในปี 2568 มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

ความสำคัญ

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจของเด็มโก้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญในหลาย ๆ ด้าน ถึงแม้ว่าเด็มโก้จะมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบแล้วก็ตาม แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่ไม่สามารถป้องกันได้เช่น ปัจจัยเสี่ยงจากภัยคุกคามจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากการก่อการร้ายวินาศกรรม การโจมตีทางไซเบอร์ และการเกิดโรคระบาด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น

ดังนั้น เด็มโก้จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Management : BCM) และการจัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพและมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตต่าง ๆ เด็มโก้จะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องหรือกลับมาดำเนินธุรกิจได้ในเวลาที่เหมาะสม เด็มโก้ จัดทำระบบการบริหารการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น ISO22301:2012 ซึ่งครอบคลุมกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เช่น การระบุหน่วยธุรกิจที่สำคัญการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ การประเมินความเสี่ยง การจัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการฝึกซ้อมตามแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เด็มโก้ ได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารภาวะวิกฤต (Crisis Management Steering Committee) โดยมีการติดตามสถานการณ์ และรายงานความคืบหน้าของแผนดำเนินการต่าง ๆ ตลอดจนสนับสนุนทีมงานในการดำเนินงานช่วงสถานการณ์ภาวะวิกฤต นอกจากนี้ยังมีทีมสนับสนุนเช่น คณะทำงานเหตุการณ์วิกฤต (Crisis Working Team : CWT) โดยดำเนินการฝึกซ้อมความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกปี

แนวทางการบริหารจัดการ

การบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เน้นการให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนกระบวนการหลักที่จำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในกรณีเกิดภาวะวิกฤติภายในเวลาที่ยอมรับได้ ส่วนกระบวนการสนับสนุนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนจะได้รับการฟื้นคืนในลำดับถัดไป

ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี

ในปี 2568 เด็มโก้ ได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุง แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) โดยจัดการซักซ้อมผ่านกระบวนการ แจ้งเหตุฉุกเฉิน (Call Tree) ภายใต้สถานการณ์จำลอง “สถานการณ์แผ่นดินไหวกระทบกับโครงสร้างสำนักงานและสายส่ง” ซึ่งมีการทดสอบขั้นตอนการสื่อสารทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และแนวทางการรับมือในสถานการณ์วิกฤตอย่างครบถ้วนจากการซักซ้อมดังกล่าว เด็มโก้ได้สรุปปัญหา ข้อเสนอแนะ และความเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปปรับปรุงแผน BCP ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญ

เด็มโก้มีความมุ่งมั่นที่จัดให้มีแนวทางการบริหารจัดการด้านภาษีที่รัดกุม ส่งเสริมการสร้างมูลค่าและคุณค่าสูงสุดให้แก่กิจการ มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกําหนด ตลอดจนการวางแผน และปฏิบัติงานด้านภาษีสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล โดยยึดมั่นในการดําเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ อีกทั้งให้สอดคล้องกับแนวทางการดําเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นให้ธุรกิจมีการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

  • นโยบายการปฏิบัตด้านภาษี

การบริหารจัดการทางภาษี
    1. มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านภาษีโดยยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับภาษีของประเทศที่บริษัทมีการดําเนินธุรกิจ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเด็มโก้จะใช้ความรอบคอบและความโปร่งใสเป็นหลักเกณฑ์ในการดําเนินงานด้านภาษี หากกฎหมายภาษีไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
    2. มีแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยื่นแบบชําระเงินและการขอคืนภาษีภายในกําหนดเวลาอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย
    3. มีระบบควบคุมการปฏิบัติงาน ในกระบวนการดําเนินงานทั้งหมดที่เกี่ยวกับการบริหารหนี้สินด้านภาษีอย่างครบถ้วนและชัดเจน
    4. มีการเปิดเผยและจัดทํารายงานด้านภาษีที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระ รวมถึงการแสดงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีอย่างถูกต้อง
ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี

เพื่อให้การดำเนินงานด้านภาษีขององค์กรเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดในการคำนวณภาษี รวมถึงหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้น ในปี 2568 เด็มโก้ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านภาษี (VAT/CIT) และมีการวางแผนทางการเงินเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ดังนี้ :

  • จัดทำประมาณการทางการเงินให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ขององค์กร รายงานผลการดำเนินงานเปรียบเทียบกับแผนงบประมาณ บริหารและจัดสรรกระแสเงินสดจากเงินปันผลเพื่อรองรับโครงการลงทุน พร้อมติดตามและรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารเป็นประจำรายเดือนและรายไตรมาส
  • ประชุมร่วมกับทีมโครงการเพื่อติดตามรายได้ แผนการออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) และการติดตามลูกหนี้ค้างชำระ (Overdue) อย่างต่อเนื่อง
  • ปรับโครงสร้างทางการเงิน โดยกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา Mismatch จากการประเมินแหล่งที่มาของกระแสเงินสดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ Mismatch ลดลงจากปี 2567 ได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพื่อรองรับการลงทุน 3 โครงการ มูลค่ารวม 39.92 ล้านบาท
  • เตรียมความพร้อมในการจัดทำและเปิดเผยรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ ESG และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ESG Financial Disclosure) ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ เด็มโก้ สามารถจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตขององค์กร และสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างครบถ้วนในระยะยาว

ความสำคัญ

เด็มโก้มุ่งมั่นปลูกฝักและพัฒนา “นวัตกรรม” (Innovation) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กร เด็มโก้จึงให้ความสำคัญกับการคิดสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการนวัตกรรมสามารถเพิ่มพูนศักยภาพของเด็มโก้ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

เด็มโก้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ด้านนวัตกรรมให้แก่พนักงานในองค์กรคิดสร้างสรรค์และการบริหารจัดการนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจเนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการนวัตกรรมสามารถเพิ่มพูนศักยภาพของเด็มโก้ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน เด็มโก้จึงมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุน ให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนานวัฒกรรมขององค์กรในทุกกระบวนการทำงานเพื่อสร้างคุณค่า และเกิดความคุ้มค่า (Value) สามารถตอบสนองความต้องการ และความคาดหวังที่เปลื่ยนแปลงอย่างรวดร็วของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดจนเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของเด็มโก้ รณรงค์ และผลักดันให้มีการบริหารจัดการนวัตกรรมและองค์ความรู้อย่างเป็นระบบในองค์กร

นโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการนวัตกรรม

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการบริหารจัดการนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรในองค์กร ตลอดจนสร้างคุณค่า (Value) จากการตอบสนองต่อความต้องการและคาดการณ์แนวโน้มของตลาดอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ได้มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดการนวัตกรรมและองค์ความรู้มีความเชื่อมโยงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กร เด็มโก้ได้กำหนดแนวทางสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในความเปลี่ยนแปลง รวมถึงการพัฒนาแนวคิดใหม่ผ่านกระบวนการ “การเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม” (Change and Innovation Culture) เพื่อปลูกฝังการเรียนรู้ร่วมกัน และนำเทคโนโลยีหรือเครื่องมือดิจิทัลที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกระดับขององค์กร ทั้งในการสื่อสารการปฏิบัติงานและการพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา เด็มโก้ได้ดำเนินกิจกรรมที่มุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมผ่านกระบวนการที่หลากหลาย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการระดมความคิดเห็นจากพนักงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน และการนำเสนอแนวคิดใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดในการปฏิบัติงานจริงส่งผลให้ทีมงานสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการจัดกิจกรรมและเวทีให้พนักงานได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง

  • นโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์แลการบริหารจัดการนวัตกรรม

แนวทางการบริหารจัดการวัฒนธรรมนวัตกรรม

เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กร เด็มโก้ได้กำหนดแนวทางสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้ต่อการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาแนวคิดใหม่ผ่านกระบวนการ“การเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม” (Change and Innovation Culture) เพื่อปลูกฝังการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ องค์กรยังสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การปฏิบัติงาน หรือการพัฒนาระบบและกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างยั่งยืน

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 เด็มโก้มีผลงานนวัตกรรมจำนวน 3 เรื่อง ที่ได้รับการต่อยอดและนำไปใช้จริงภายในองค์กรภายใต้โครงการส่งเสริมนวัตกรรมองค์กร (Innovation Year) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการส่งเสริมนวัตกรรม โดยนำผลงานนวัตกรรมของปี 2567 ไปขยายผลการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมภายในองค์กรพร้อมทั้งจัดการอบรมให้ความรู้ด้านนวัตกรรมแก่พนักงาน เพื่อสร้างความเข้าใจและเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในทุกหน่วยงาน

1. Power Apps | E-Approval

เด็มโก้พัฒนาระบบจัดการเอกสารออนไลน์ 100% ผ่านPower Apps | E-Approval ลดเวลาอนุมัติหลายลำดับชั้นและลดการใช้กระดาษใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์และอนุมัติออนไลน์ ช่วยให้จัดเก็บค้นหา และเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขยายการใช้งานสู่ HR ปรับ “ใบส่งตัว”และ “ใบเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง” ให้ทำผ่านระบบออนไลน์ ตรวจสอบได้มากขึ้น ระบบรองรับงานอนุมัติสำคัญ เช่น อนุมัติเอกสาร IT, วงเงินสดย่อย, สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Data Access Control) รวมถึงอนุมัตินำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ และระบบเข้า-ออกอาคาร/บริษัทด้วยการยืนยันตัวตน (ใบหน้า/ทะเบียนรถ)

Power Apps | E-Approval

2. Dashboard

การต่อยอด Dashboard เดิม จากที่ครอบคลุม 3 หน่วยงาน ได้ขยายการใช้งานเพิ่มเติมเป็น 5 หน่วยงาน เพื่อให้การติดตามผลและการบริหารข้อมูลเป็นภาพรวมเดียวกันมากยิ่งขึ้น โดยหน่วยงานที่นำมาใช้ประกอบด้วย Project, Marketing, Purchase, HR และ Center Service ช่วยให้การรายงานสถานะงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร

ระบบติดตามความคืบหน้าสถานะโอกาสการลงทุน Solar Roof

3. Standard Application

Stand Application บนระบบMicrosoft 365 มาใช้ในการจอง ห้องประชุม เพื่อยกระดับความสะดวกและความเป็นระบบใน การบริหารจัดการห้อง พนักงานสามารถตรวจสอบตารางห้อง ประชุมและทำการจองได้ด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ ลดการประสานงานซ้ำซ้อน ระบบส่งอีเมลยืนยัน และแจ้งเตือนอัตโนมัติ ช่วยลดการลืมนัดและป้องกันการจองซ้อน ผู้เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานะการจองและปรับเปลี่ยนเวลาได้ง่าย เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ผลลัพธ์คือการใช้ทรัพยากรห้องประชุมมีประสิทธิภาพขึ้น และตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวก

การพัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ Workload ด้วย Excel 365
ความสำคัญ

เด็มโก้ให้ความสำคัญในด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เด็มโก้สามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยายความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการดำเนินงานของคู่ค้า

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เด็มโก้จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกคู่ค้า การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบสินค้า และบริการของคู่ค้าจนถึงกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานประจำปี ตลอดจนการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ เด็มโก้ที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าด้วยความโปร่งใส

แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

เด็มโก้ได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าขององค์กรเพื่อความยั่งยืน เพื่อให้คู่ค้าของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้มีแนวทางเดียวกัน โดยจัดทำแนวทางการปฏิบัติของคู่ค้าของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้ (Supplier Code of Conduct and Guideline) ที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเด็มโก้ในการสนับสนุนให้คู่ค้ามีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเกิดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาวไปด้วยกัน ซึ่งกรอบของแนวทางประกอบไปด้วย 4 แนวทางหลัก ดังนี้

1. ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ

เด็มโก้สนับสนุนให้คู่ค้า ยึดถือแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และส่งเสริมให้มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนสำหรับคู่ค้าของตน เพื่อร่วมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

2. ด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน

คู่ค้าจะต้องตระหนัก และให้ความสําคัญกับการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนโดยมีการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพตลอดจนปฏิบัติต่อกันด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะ และชาติตระกูล และไม่กระทําการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน

3. ด้านความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

คู่ค้าต้องให้ความสําคัญและต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายและแนวปฏิบัติใน ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และต้องร่วมกันสอดส่องดูแล กรณีที่พบเห็น ความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต สุขอนามัย ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม เพื่อนําไปสู่การดําเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม

4. ด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม

คู่ค้าควรดําเนินธุรกิจโดยใส่ใจถึงผลกระทบต่อชุมชนและสังคมจากการดําเนินของตน ต้องเคารพใน วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น รวมถึงให้ความร่วมมือต่อชุมชน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและ สังคมตามโอกาสและความเหมาะสม

จรรยาบรรณและแนวทางปฎิบัติคู่ค้า

เด็มโก้ได้จัดทำจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติคู่ค้า เพื่อกำหนดมาตรฐานการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของเด็มโก้และกลุ่มบริษัทเด็มโก้ดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมยกระดับความร่วมมือให้คู่ค้าปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว แนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก และส่งเสริมสภาพการทำงานที่เหมาะสม ตลอดจนให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ด้วยการควบคุมความเสี่ยง ลดผลกระทบจากการดำเนินงานและปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ รวมถึงการคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม เพื่อให้การดำเนินงานร่วมกับคู่ค้าเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน

  • จรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติคู่ค้า

การจัดลำดับและความสำคัญและจำแนกกลุ่มลูกค้า

หลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า

เด็มโก้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า ซึ่งทำให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานด้านการจัดซื้อ รวมถึงนำไปเป็นข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำแนกหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มคู่ค้าตามความสำคัญของกลุ่มสินค้าและคู่ค้าตามมูลค่าการจัดหา และระดับความเสี่ยงในการจัดหา เพื่อสามารถจัดลำดับความสำคัญและแนวทางการบรรเทาความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาจากลุ่มสินค้าและคู่ค้าที่มีมูลค่าสูงระดับความเสี่ยงและผลกระทบต่อรายได้บริษัท ดังนี้

กลุ่มคู่ค้า เกณฑ์การจำแนกกลุ่มคู่ค้า จำนวน (ราย) คิดเป็นร้อยละ มูลค่า (บาท) วิธีการที่ใช้ประเมิน ประเมินความเสี่ยง ด้านความยั่งยืน
คู่ค้ารายสำคัญ Critical Tier 1 Supplier มูลค่ายอดการสั่งซื้อสูง มูลค่าตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป เป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อกระบวนการดำเนินการทางธุรกิจ ในกลุ่มไฟฟ้าและโยธาซึ่งมีผลกระทบทางตรง โดยบริษัทประเมินคู่ค้าผ่านแบบการประเมินตนเองของคู่ค้าด้านความยั่งยืน (Supplier Self-Assessment Questionnaire) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินคู่ค้าที่มีศักยภาพ 38 6.42 1,101,546,865.95
  • Supplier Evaluation
  • Supplier Self-Assessment
คิดเป็นร้อยละ 94.23
คู่ค้ารอง non - Critical Tier 1 suppliers คู่ค้ารายสำคัญที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายหรือให้บริการทางตรงกับบริษัท แต่เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายหรือให้บริการให้กับคู่ค้ารายสำคัญ (Critical Tier 1) 554 93.58 571,467,969.14
  • Supplier Evaluation
-
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่

เด็มโก้ ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของคู่ค้าที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงความสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าสามารถตอบสนองความต้องการและมาตรฐานที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม ในปี 2568 เด็มโก้ได้ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ โดยมีคู่ค้าจำนวน 329 ราย ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ารายใหม่ นอกจากนี้ เด็มโก้มีการพิจารณการจัดจ้างผู้รับจ้างช่วง โดยกำหนดเงื่อนไขด้านความยั่งยืน ในสัญญาทุกฉบับที่จะทำร่วมกับคู่ค้า หลังจากคู่ค้าผ่านการประเมินเบื้องต้น เด็มโก้ได้สื่อสารนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติให้แก่คู่ค้ารับทราบ โดยคู่ค้าลงนามรับทราบและปฏิบัติตามนโยบาย

การประเมินความเสี่ยงคู่ค้ารายสำคัญ

เด็มโก้ ได้กำหนดเกณฑ์และตัวชี้วัดที่เหมาะสมเพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้า โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความยั่งยืนในกระบวนการดำเนินธุรกิจ การประเมินดังกล่าวครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) และความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ของปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ด้านแล้วให้พิจารณาความรุนแรงว่าอยู่ในระดับเท่าใด ดังตารางต่อไปนี้

ระดับ ความเสี่ยง โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ผลกระทบด้านการเงิน (พิจารณาประเมินด้านเศรษฐกิจ) ผลกระทบด้านสังคมและกำกับดูแลกิจการ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
1 น้อยมาก มากกว่า 12 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิดน้อยกว่า 50% / ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดน้อยมาก ไม่เกิน 1 แสนบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 5% การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับที่ไม่มีนัยสำคัญ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเล็กน้อย สามารถแก้ไขหรือควบคุมได้
2 น้อย 10 - 12 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิด 50% - 59% / ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดน้อย 1 แสนบาท - 5 แสนบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 5 - 10% การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและกฏหมายมีการสอบสวนภายใน / มีการฟ้องเรียกร้องให้องค์กรปฏิบัติตามกฏหมาย มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยต้องใช้เวลาในการแก้ไขในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์
3 ปานกลาง 7 - 9 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิด 60 - 69% / ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดปานกลาง มากกว่า 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 10 - 15% การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและ กฏหมายมีการสอบสวนภายใน และมีความผิดไม่ร้ายแรงขั้นตักเตือนหรือทำทัณฑ์บน / ฟ้องดำเนินคดีกับองค์กรตามกฏหมาย มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปานกลางต้องใช้เวลาในการแก้ไข มากกว่า 1 สัปดาห์ - 1 เดือน
4 สูง 4 - 6 เดือนต่อครั้ง/ มีโอกาสเกิด 70% - 80%/ ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดสูง มากกว่า 2 ล้านบาท - 5 ล้านบาท / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 15 - 20% การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและ กฏหมายมีการสอบสวนภายใน และมีความผิดรุนแรงถึงขั้นไล่ออก / ฟ้องดำเนินคดีกับองค์กรตามกฏหมายเสียค่าปรับ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปานกลางต้องใช้เวลาในการแก้ไขมากกว่า 1 สัปดาห์ - 1 เดือน
5 สูงมาก 1 - 3 เดือนต่อครั้ง / มีโอกาสเกิดมากกว่า 80% / ความเสี่ยงนั้นมีโอกาสเกิดสูงมาก มากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป / กำไรขั้นต้นแตกต่างจากที่ประมาณการไว้ 20% การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและ กฏหมายและมีความผิด มีการฟ้องดำเนินคดี / ฟ้องดำเนินคดีกับองค์กร ระงับการทำธุรกรรมใด ๆ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรง ต้องใช้เวลาในการแก้ไขมากกว่า 1 - 6 เดือน

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า โดยครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม

โดยในปี 2568 มีคู่ค้าหลัก (Critical Tier 1 Supplier) ทั้งหมด 38 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ของคู่ค้าหลัก (Critical Tier 1 Supplier) ทีีเด็มโก้ได้ประเมินความเสี่ยง ผลจากการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าไม่พบคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง และส่วนใหญ่มีระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งถ้าหากการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้ามีประเด็นที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงถึงสูงมาก เด็มโก้จะมีมาตรการการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบเพื่อให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยแจ้งผลการประเมินและ On-Site ESG Audit เพื่อกำหนดแผนแก้ไขและปรับปรุงร่วมกันกำหนดผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน พร้อมเพิ่มความถี่ในการติดตาม และประเมินซ้ำ ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้า และหากไม่สามารถปรับปรุงได้ตามแผน หรือพบการกระทำรุนแรง เด็มโก้จะพิจารณายกระดับมาตรการรวมถึงการระงับหรือยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องดังนี้

ความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง
ด้านเศรษฐกิจ
  • คู่ค้าไม่มีสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ
  • การพึ่งคู่ค้าน้อยราย เนื่องจากบริษัทไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา
  • ได้รับสินค้าและบริการที่ไม่ได้คุณภาพทำให้เกิดผลกระทบ
  • ได้รับสินค้าและบริการที่ไม่ได้คุณภาพทำให้เกิดผลกระทบ
ความเสี่ยงสังคมและการกำกับดูแลกิจการ
  • มีการใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
  • ไม่ปฎิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนสากล
  • ไม่ปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม โดยเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน แบ่งเพศ เชื้อชาติ สีผิว
  • เลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าและหรือลูกค้าอย่างไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม
  • ไม่เปิดโอกาสและไม่มีช่องทางให้พนักงานร้องทุกข์หรือเสนอแนะเรื่องต่าง ๆ
  • เลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าและหรือลูกค้าอย่างไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม
  • ไม่เปิดโอกาสและไม่มีช่องทางให้พนักงานร้องทุกข์หรือเสนอแนะเรื่องต่าง ๆ
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
  • ไม่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมในแนวทางการประหยัดทรัพยากรที่เหมาะสม
  • ไม่มีการกำหนดจุดสูบบุหรี่หรือจัดการแยกพื้นที่ที่ชัดเจน
  • ไม่มีการจัดการของเสีย เช่น การจัดการขยะ หรือแนวทางการลดปริมาณขยะ
  • ไม่มีการจัดการของเสีย เช่น การจัดการขยะ หรือแนวทางการลดปริมาณขยะ
การประเมินประสิทธิภาพคู่ค้า

เด็มโก้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าสามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้ตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงสอดคล้องกับหลักการด้านความยั่งยืน เด็มโก้ดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้าเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคู่ค้าหลัก (Critical Supplier Tier 1) และคู่ค้าที่มีความเสี่ยงในด้านความยั่งยืน การประเมินดำเนินการตามเกณฑ์ 3 ด้านหลัก (ESG): ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและการกำกับดูแลกิจการ และด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเกณฑ์ในการจำแนกกลุ่มคู่ค้าและเกณฑ์การประเมินดังนี้

เกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพคู่ค้า
ความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง
ด้านเศรษฐกิจ
  • คุณภาพของสินค้าและบริการ
  • ระยะเวลาการส่งมอบสินค้าและบริการ
  • ราคาของสินค้าและบริการ
  • การให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย
  • จรรยาบรรณธุรกิจ
ด้านสังคม
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม
  • การปฏิบัติต่อแรงงานและสิทธิมนุษยชน
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
  • ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เกณฑ์การให้คะแนน ผลประเมิน 2568
คะแนน (ร้อยละ) ดำเนินการ จำนวน (ราย)  
> 60 แจ้งผลประเมินให้คู่ค้าทราบ โดยให้รักษามาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณของบริษัทต่อไป 38
< 60 แจ้งผลประเมินให้คู่ค้าทราบ โดยแจ้งหัวข้อที่ต้องการให้แก้ไขหรือปรับปรุง และติดตามแนะนำการปรับปรุง เมื่อผ่านแล้ว จึงสามารถคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ขายได้อีกครั้ง -  
นโยบายการกำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้กับคู่ค้า (Credit Term)

เด็มโก้ได้ดำเนินการจัดทำนโยบายการกำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้กับคู่ค้าเพื่อกําหนดระยะเวลาการชําระเงินให้กับคู่ค้า และกําหนดหลักเกณฑ์การจัดการระยะเวลาการชําระเงินเพื่อเป็นมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้น เพี่อสนับสนุนให้ เด็มโก้ สามารถบริหารจัดการเงินและพัฒนาธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในการขับเคลื่อนธุรกิจทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของบริษัท www.demco.co.th ภายใต้หมวดการกำกับดูแลกิจการที่ดี

  • นโยบายการกำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้กับคู่ค้า

การพัฒนาศักยภาพพนักงานจัดซื้อ

เด็มโก้ได้ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท ตลอดจนจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความตระหนักในการดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ โดยเนื้อหาครอบคลุมหลักการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีความรับผิดชอบการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการทุจริต การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสื่อสารข้อคาดหวังด้านสังคมในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การเคารพสิทธิมนุษยชน การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ ความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ และการจัดให้มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อให้การบริหารคู่ค้าเป็นไปตามมาตรฐานและสอดคล้องกับแนวทาง ESG ของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม

  • หัวข้อนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ และจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติคู่ค้าจำนวน 7 ราย
  • หัวข้อ Sustainable Supply Chain Management จำนวน 8 ราย
การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เด็มโก้ให้ความสำคัญในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่สนับสนุนการ ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในกลุ่มบริษัทเด็มโก้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและมีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน อันก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในปี 2568 เด็มโก้กำหนดเป้าหมายให้การจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 31 ของรายการวัสดุสิ้นเปลืองทั้งหมด (เช่น สีและท่อพีวีซีแข็ง) ผลการดำเนินงานพบว่า การจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองและเครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีสัดส่วนร้อยละ 35.65 ของรายการทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายและสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

  • นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ความสำคัญ

เด็มโก้เคร่งครัดในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติโดยระบุไว้ใน “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ” ในเรื่องของการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตรงเวลา หรือสูงกว่าความคาดหวังของลูกค้า ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยเด็มโก้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลในการตัดสินใจอีกประเด็นที่สำคัญคือการรักษาความลับของลูกค้า ซึ่งเด็มโก้ปฏิบัติตามนโยบายและจรรยาบรรณว่าด้วยการรักษาความลับ การเก็บรักษาข้อมูลและการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งรวมถึงการปกปิดข้อมูลลูกค้าและความลับทางการค้า ไม่มีการนำข้อมูลใด ๆ ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ ยิ่งไปกว่านั้นเด็มโก้ได้ทำการตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว และจัดให้มีระบบตลอดจนช่องทางให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสอบถามความพึงพอใจของลูกค้า และสรุปข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์เพื่อเข้าสู่การทบทวนระบบคุณภาพและการพัฒนาต่อไป

แนวทางการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าของบริษัทฯ มีดังนี้ :
  • เสริมสร้างความผูกพันกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าถึงและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
  • มุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
  • นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่คำนึงถึงความยั่งยืนและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
  • การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปีและการจัดกิจกรรมเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความผูกพันและความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและเป็นแนวทางในการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
  • แนวปฏิบัติในการดูแลและเก็บรักษาข้อมูลสัญญา ข้อตกลงซื้อขายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้าเป็นอย่างสูง โดยจัดให้มีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับความผูกพันและความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและเป็นแนวทางในการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยมีการนำเสนอผลการสำรวจต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการวางแผน บริหารจัดการ พัฒนาปรับปรุงคุณภาพ การส่งมอบและบริการ ตลอดจนถ่ายทอดข้อมูล และการดำเนินการตอบสนองต่อผลตอบรับของลูกค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า และแบ่งการสำรวจเป็น 3 ระยะ คือ

เกณฑ์การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

ระยะที่ 1 ภายหลังการประมูลงาน (หลังจากทราบผลการประมูลอย่างเป็นทางการแล้วภายใน 15 วันทำการ)

ระยะที่ 2 ระหว่างดำเนินโครงการ (เมื่อความก้าวหน้าของงานอยู่ที่ประมาณ 50%)

ระยะที่ 3 ปิดจบโครงการ (หลังจากวางบิลงวดสุดท้ายแล้ว ภายใน 15 วันทำการ)

ในปี 2568 พบว่า ลูกค้ามีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ที่ ร้อยละ 96.76 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 85 อย่างชัดเจน ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความมุ่งมั่น ในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง การสำรวจในครั้งนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและความตั้งใจจริงของเด็มโก้ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในระยะยาว ทั้งนี้ เด็มโก้ยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจที่เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญพร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกคนต่อไป

ภาพรวมกิจกรรมในรอบปี 2568

การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า

การรักษาข้อมูลของลูกค้า

เด็มโก้มีการกำกับดูแลป้องกันและรักษาข้อมูลของลูกค้าอย่างเข็มงวด โดยได้จัดทำนโยบายการจัดการข้อมูลลับและข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์และนโยบายการทำสัญญาปกปิดความลับ รวมถึงแนวปฏิบัติในการดูแลและเก็บรักษาข้อมูลสัญญา การรักษาความลับและการใช้ข้อมูล นอกจากนี้ สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทลูกค้า เด็มโก้ได้ดำเนินการวางแผน วิเคราะห์ และปฏิบัติการเพื่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ เด็มโก้ ไม่พบกรณีการละเมิดข้อมูลของลูกค้าและไม่มีข้อร้องเรียนด้านการรักษาข้อมูลลูกค้า