ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์
สรุปข้อสนเทศ -
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) (DEMCO)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: 59 หมู่ 1 ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง ปทุมธานี 12000
โทรศัพท์ 0 2959 5811-5 โทรสาร 0 2959 6738 Website www.demco.co.th
ที่ตั้งโรงงาน: 64 หมู่ที่ 4 ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี 15170
โทรศัพท์ 0 3643 1193 โทรสาร 0 16675636
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2549 (เริ่มทำการซื้อขายวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2549)
ประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียน หุ้นสามัญ 210 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 210 ล้านบาท
(หุ้นที่เสนอขายคือหุ้นสามัญเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิม 160 ล้านหุ้น)
ทุนของบริษัท ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2549 (วันที่เริ่มทำการซื้อขาย)
ทุนจดทะเบียน
หุ้นสามัญ 215 ล้านบาท
หมายเหตุ : หุ้นสามัญจำนวน 5 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่กรรมการและพนักงาน
ทุนชำระแล้ว
หุ้นสามัญ 210 ล้านบาท
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์ใหม่
ราคาเสนอขาย 3.05 บาท
วันที่เสนอขาย 4 และ 6 ธันวาคม 2549
วัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุน เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ 50%, ชำระคืนเงินกู้ 35%, และซื้อเครื่องจักร 15%
การจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (ถ้ามี) ไม่มี
ประเภทกิจการและลักษณะการดำเนินงาน
ให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งแบบครบวงจรในงานระบบจำหน่ายไฟฟ้า ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง ? สถานีไฟฟ้าย่อย งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล งานด้านอนุรักษ์พลังงาน งานก่อสร้าง
เสาโทรคมนาคม รวมทั้ง ผลิตและจำหน่ายเสาโครงเหล็กสำหรับระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ระบบโทรคมนาคม และป้าย
โฆษณา Bill Board ภายใต้เครื่องหมายการค้าเด็มโก้
บริษัทสามารถแบ่งลักษณะของงานที่ให้บริการออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่
1. งานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ได้แก่ งานออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งแบบครบวงจรในงานสถานีไฟฟ้าย่อย
ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และระบบจำหน่ายไฟฟ้า
2. งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล เริ่มตั้งแต่การออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และบริการติดตั้งงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ
วิศวกรรมเครื่องกล โดยเริ่มจากการเสนอให้บริการในระบบปรับอากาศสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และขยายขอบเขต
การให้บริการอย่างต่อเนื่องครอบคลุมระบบระบายอากาศ ห้องทำความเย็น ระบบควบคุมอุณหภูมิความชื้น ระบบประปา
สุขาภิบาลและระบบท่อต่างๆ โดยบริษัทสามารถให้บริการในงานระบบที่ครบวงจรและเบ็ดเสร็จภายในบริษัทเดียวเช่นกัน
3. งานด้านเสาโทรคมนาคม เริ่มจากการผลิตและติดตั้งเสาโทรคมนาคมให้แก่ลูกค้าที่ต้องการติดตั้งระบบสื่อสาร
ชนิดใช้เสาโครงเหล็กทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Operator) และผู้ที่ชนะ
การประมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการติดตั้งสายเคเบิ้ลใยแก้ว ด้วยวิธี Blowing
Method ซึ่งถือว่าเป็น 1 ใน 2 บริษัท ในประเทศไทยที่มีการให้บริการติดตั้งสายเคเบี้ลใยแก้วด้วยวิธีดังกล่าว
4. งานผลิตและจำหน่ายเสาโครงสร้างเหล็ก มีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อผลิตอุปกรณ์ยึดจับบนเสาไฟฟ้า (Hardware)
ใช้ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า และต่อมาได้ผลิตเสาโครงเหล็กเพื่อใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า ได้แก่ ระบบสายส่ง ระบบจำหน่าย
และสถานีไฟฟ้าย่อย ซึ่งงานบางส่วนต้องใช้เสาโครงเหล็กเป็นส่วนประกอบ และต่อมาโรงงานได้เพิ่มสายการผลิตเสา
โทรคมนาคม และเสาวิทยุสื่อสาร ซึ่งใช้หลักพื้นฐานการผลิตที่คล้ายคลึงกับเสาโครงเหล็กที่ใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า
นอกจากนี้บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเสาโครงเหล็กไปสู่กลุ่มลูกค้าโฆษณากลางแจ้ง (Outdoor Advertising) โดย
รับทำป้ายโฆษณาที่ใช้เสาโครงเหล็กขนาดใหญ่
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต ผลิตภัณฑ์โครงเหล็กรวม 6,000 ตันต่อปี โดยมีโรงงานอยู่ 1 แห่งที่จังหวัดลพบุรี
คลังสินค้า 1 แห่งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี
5. งานด้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบจำหน่าย ระบบสายส่ง และสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
และอุปกรณ์ไฟฟ้ามาตรฐานทุกประเภท นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินธุรกิจจัดซื้อ อุปกรณ์เครื่องกล อุปกรณ์ก่อสร้าง และ
อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท เพื่อจำหน่ายไฟยังบังคลาเทศ ประเทศในแถบเอเซีย และเอเชียตะวันออกกลาง โดยผ่านบริษัทย่อย
ของบริษัท คือ บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด
6. งานด้านอนุรักษ์พลังงาน ปัจจุบัน บริษัทได้เข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงานของรัฐบาล โดยทำหน้าที่ศึกษา
วางแผน ติดตั้ง ออกแบบ ในการประหยัดพลังงานให้แก่หน่วยงานราชการ และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้
เนื่องจากบริษัทเพิ่งเริ่มเข้าสู่ธุรกิจด้านอนุรักษ์พลังงาน บริษัทจึงได้ว่าจ้างบริษัท จีเนียสเทค จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ด้านอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้ดำเนินงานในโครงการที่บริษัทได้ผู้รับงาน โดยเป็นสัญญาว่าจ้างในลักษณะงานต่องาน
หากบริษัทมีความเชี่ยวชาญในงานด้านอนุรักษ์พลังงานแล้ว บริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการให้บริการดังกล่าวเองทั้งหมด
- ช่องทางการจัดจำหน่าย
ในการรับงานของบริษัทมีทั้งการเป็นผู้รับเหมาโดยตรงจากผู้ว่าจ้างและผ่านการรับเหมาช่วง ตลอดช่วง 3 ปีที่
ผ่านมาสัดส่วนการรับงานตรงจากผู้ว่าจ้างมีสัดส่วนมากที่สุด คือ ร้อยละ 87 และร้อยละ 88 ของมูลค่างานบริการรวม
ในปี 2548 และ 9 เดือนแรกของปี 2549 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการรับงานตรงจากลูกค้า เป็นงานประเภท
วิศวกรรมระบบไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของบริษัท เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจวิศวกรรมระบบ
ไฟฟ้า ทำให้บริษัทมีข้อเสนอทางด้านเทคนิค ด้านราคา และเงื่อนไขการชำระเงินที่ดี
สำหรับการรับเหมาช่วงนั้น มักเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีขอบเขตการทำงานทั้งโครงการมากกว่าการทำธุรกิจ
ของบริษัท หรือมีมูลค่างานสูงเกินกว่าที่บริษัทจะรับงานได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ใช้ช่องทางการรับเหมาช่วงนี้
เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าและช่องทางการจำหน่าย ที่ผ่านมา บริษัทได้รับงานเหมาช่วงจากงานด้านโทรคมนาคมเป็น
หลัก โดยรับงานจากผู้ได้รับการคัดเลือกจากลูกค้า เช่น บริษัท ซีเมนส์ จำกัด (ผู้ได้รับการคัดเลือกจาก BFKT ให้เป็น
ผู้ติดตั้งเสาโทรคมนาคมของ HUTCH) บริษัท โมโตโรล่า จำกัด (ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ติดตั้งระบบ CDMA จาก
HUTCH) บริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้วางระบบ CDMA ของ บมจ.
กสท.โทรคมนาคม) เป็นต้น
- โครงสร้างรายได้
หน่วย: ล้านบาท
ประเภทรายได้ 2546 2547 2548 9 เดือนแรกปี 2549
มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า %
รายได้งานบริการ
1. งานวิศวกรรมไฟฟ้า 162.20 42 193.80 32 968.16 63 645.16 61
2. งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 22.41 6 21.29 3 140.39 9 125.00 12
3. งานเสาโทรคมนาคม 52.62 14 116.15 19 93.33 6 19.39 2
4. งานอื่นๆ
- งานก่อสร้างโยธา 44.39 11 96.51 16 45.70 3 3.81 0.4
- งานอนุรักษ์พลังงาน 0 0 0.88 0 3.62 0 1.43 0.1
รวมรายได้งานบริการ 281.61 73 428.64 70 1,251.18 82 794.79 76
รายได้จากการขาย
1. จำหน่ายเสาโครงเหล็ก 61.99 16 117.07 19 186.21 12 207.05 20
2. จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า 29.24 8 31.04 5 65.78 4 27.77 3
รวมรายได้จากการขาย 91.23 24 148.11 24 252.00 16 234.82 22
รายได้อื่น 15.35 4 33.74 6 29.35 2 21.08 2
รวมรายได้ 388.19 100 610.49 100 1,532.53 100 1,050.68 100
ที่มา: บริษัท
หมายเหตุ: การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัท พิจารณาจากงบการเงินเฉพาะของบริษัท เนื่องจากในปี 2547 บริษัท
ได้มีการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทโดยการขายและปิดกิจการบริษัทร่วม/ย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ
บริษัท โดยปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อย เพียง 1 แห่ง คือ บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีผลการ
ดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่ไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่องบการเงินของบริษัท และบริษัท
อยู่ระหว่างจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด
จากตารางข้างต้น จะพบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และ 9 เดือนแรกปี 2549 โครงสร้างรายได้หลักๆ ของบริษัทมา
จากงานวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย งานก่อสร้างระบบจำหน่าย และงานก่อสร้างสายส่ง
อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์การทำงานของทีมงานวิศวกรของบริษัทที่มีมานานกว่า 20 ปี ทำให้บริษัทสามารถพัฒนา
และกระจายลักษณะงานไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่ยังคงใช้พื้นฐานความชำนาญทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นงานระบบ
ไฟฟ้าและเครื่องกล หรืองานโทรคมนาคม ที่มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
- สัดส่วนฐานลูกค้าที่เป็นภาครัฐกับภาคเอกชน
บริษัทสามารถแบ่งลักษณะลูกค้าได้เป็น 2 ประเภท คือ 1) ลูกค้าภาคเอกชน ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม ผู้ผลิต
กระแสไฟฟ้าอิสระทั้ง IPP และ SPP นิคมอุตสาหกรรม และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น 2) ลูกค้าภาครัฐ ได้แก่
หน่วยงานราชการและองค์กรรัฐวิสาหกิจ โดยมีสัดส่วนมูลค่าการให้บริการสำหรับระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และ 9 เดือนแรก
ปี 2549 ดังนี้
มูลค่า : ล้านบาท
ประเภท 2546 2547 2548 9 เดือนแรกปี 2549
มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า %
ภาคเอกชน 185.43 66 277.60 65 584.02 47 595.96 75
ภาครัฐ 96.18 34 151.02 35 667.17* 53 198.83 25
รวม 281.61 100 428.63 100 1,251.18 100 794.79 100
ที่มา: บริษัท
หมายเหตุ : เป็นงานที่ได้รับจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 626 ล้านบาท
- โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 บริษัทมีงานที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการทั้งสิ้น 1,619.76 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด
กำหนดส่งมอบดังตารางต่อไปนี้
ประเภทโครงการ ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551
จำนวนโครงการ มูลค่า จำนวนโครงการ มูลค่า จำนวนโครงการ มูลค่า
(โครงการ) (ล้านบาท) (โครงการ) (ล้านบาท) (โครงการ) (ล้านบาท)
งานวิศวกรรมไฟฟ้า 39 236.19 8 1,231.75 1 112.40
งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 11 15.72 - - - -
เสาโทรคมนาคม 8 23.12 - - - -
งานก่อสร้างโยธา 1 0.20 - - - -
งานอนุรักษ์พลังงาน 2 0.38 - - - -
รวม 60 275.61 8 1,231.75 1 112.40
ทั้งนี้ โครงการหลักในงานแต่ละประเภท ได้แก่
รายชื่อโครงการ มูลค่าโครงการที่เหลืออยู่
ณ 30 กันยายน 2549
(ล้านบาท)
งานวิศวกรรมไฟฟ้า
- งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยของกฟภ. 5 สถานี 725.72
- งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยโครงการ บริษัทในกลุ่ม บมจ.ปตท. 275.00
- งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยของบจก. โรจนะเพาเวอร์ 246.96
- งานก่อสร้างระบบสายส่งบมจ.กฟผ. (งาน consortium กับ Cobra) 108.76
งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 5.76
- โครงการ PTT Utility 4.09
งานเสาโทรคมนาคม
- โครงการบมจ.แอดวานส์ อินโฟร์ เซอวิส 13.23
- โครงการหัวเหว่ย 6.21
โดยในปัจจุบัน ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นไปตามกำหนดการที่บริษัทได้วางไว้
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ถ้ามี)
บริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในส่วนของบ่อชุบสังกะสีที่โรงงานลพบุรี และไม่มีประวัติการกระทำ
ความผิดตามกฎระเบียบเรื่องสิ่งแวดล้อมกับหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้บริษัทได้ปฏิบัติตามระเบียบของกรมโรงงาน
อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัด และข้อกำหนดขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งบริษัทได้ผ่านการตรวจสอบของ
คณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบลประจำปี 2549 แล้ว
สรุปสาระสำคัญของสัญญา สรุปสัญญาร่วมกันทางการค้า
คู่สัญญา บริษัท เด็มโก้ จำกัด (บริษัทฯ) กับ หจก. บางแสนมหานคร
วันที่ทำสัญญา 15 สิงหาคม 2548
วัตถุประสงค์ ประมูลงานจ้างเหมาร้อยสายเคเบิลใต้ดินแรงดันสูง 22 เควี พร้อมออกแบบและติดตั้ง Compact
Unit Substation บริเวณ ถ.พัทยา ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่าโครงการประมาณ 93 ล้านบาท
สัดส่วนงาน สำหรับโครงการมูลค่าทั้งสิ้น 93 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- บริษัทเป็นผู้ออกแบบและติดตั้ง Compact Unit Substation ซึ่งมีมูลค่างาน 88 ล้านบาท
- หจก. บางแสนมหานคร เป็นผู้ดำเนินการร้อยสายไฟฟ้าในท่อ ซึ่งมีมูลค่างาน 5 ล้านบาท
ความรับผิดชอบ - หจก.บางแสนมหานคร ยอมเป็นลูกหนี้ต่อเจ้าของโครงการ ในส่วนที่เป็นค่าแรงงานในการ
ร้อยสายในท่อเท่านั้น
- บริษัทยอมเป็นลูกหนี้ต่อเจ้าของโครงการ ในส่วนที่เหลือทั้งหมด เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าขนส่ง
ค่าควบคุมงาน ค่าเบ็ดเตล็ด และค่าแรงงานอื่นๆ นอกเหนือจากค่าแรงงานในการร้อยสายไฟฟ้า
ในท่อ
- บริษัทและผู้ร่วมทุนจะมีภาระความรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างแบบร่วมกัน (Joint and Several)
ข้อตกลงด้านการเงิน - หจก.บางแสนมหานคร จะรับผิดชอบต่อกำไร หรือขาดทุนที่เกิดจากงานส่วนที่เป็นค่าแรง
ในการร้อยสายไฟฟ้าในท่อเท่านั้น
- บริษัทจะรับผิดชอบต่อกำไร หรือขาดทุน ในส่วนที่เหลือทั้งหมดเช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์
ค่าขนส่ง ค่าควบคุมงาน ค่าเบ็ดเตล็ด และค่าแรงงานอื่นๆ นอกเหนือจากค่าแรงงานใน
การร้อยสายไฟฟ้าในท่อ
ระยะเวลาก่อสร้าง - กุมภาพันธ์ 2549 - มีนาคม 2550
คู่สัญญา บริษัท เด็มโก้ จำกัด (บริษัท) กับ Cobra Instalacionesy Servicios, S.A. (Cobra)
วันที่ทำสัญญา 1 ธันวาคม 2548
วัตถุประสงค์ ประมูลงานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 เควี ระหว่างสถานีไฟฟ้าสงขลา 2 - สถานีไฟฟ้า
หาดใหญ่ 2 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยมูลค่าโครงการ ประมาณ 137.46 ล้านบาท
ความรับผิดชอบ - Cobra รับผิดชอบในการจัดหาอุปกรณ์ส่วนต่างประเทศได้แก่ ลูกถ้วย อุปกรณ์ต่อสายดิน
สายใยแก้วนำแสงบรรจุภายในสายดิน
- บริษัท จัดหาวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ค่าขนส่ง งานโยธา และงานติดตั้งอุปกรณ์
- บริษัทและผู้ร่วมทุนจะมีภาระความรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างแบบร่วมกัน (Joint and Several)
สัดส่วนงาน สำหรับโครงการมูลค่าทั้งสิ้น 137 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- บริษัทเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งมีมูลค่างาน 113 ล้านบาท
- Cobra เป็นผู้รับผิดชอบในส่วนการจัดหาอุปกรณ์ต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่างาน 24 ล้านบาท
ข้อตกลงด้านการเงิน - ตามส่วนที่แต่ละฝ่ายรับผิดชอบ
ระยะเวลาก่อสร้าง - พฤษภาคม 2549 - พฤษภาคม 2550
การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (ถ้ามี) ไม่มี
การให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการจัดการ ไม่มี
โครงการดำเนินงานในอนาคต (ถ้ามี)
โครงการในอนาคตของบริษัทจะประกอบด้วย
1. โครงการที่บริษัทชนะการประมูลและรอลงนามในสัญญา (ระหว่างวันที่ 30 ส.ค. 2549 ? 31 ต.ค. 2549
และรอการลงนามในสัญญา) มูลค่า 18.85 ล้านบาท
2. โครงการที่บริษัทได้ยื่นประมูลหลังวันที่ 31 ตุลาคม 2549 และยังไม่ทราบผลการประมูล มูลค่า 322.79 ล้านบาท
3. ณ ปัจจุบัน โรงงานมีกำลังผลิตเสาโครงเหล็ก คิดเป็นน้ำหนัก 6,000 ตันต่อปี ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างขยายโรงงาน
และเพิ่มโรงชุบสังกะสี เพื่อขยายกำลังผลิตเป็น 12,000 ตันต่อปี
รายการระหว่างกัน หน่วย: บาท
บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ลักษณะรายการ มูลค่ารายการ
ปี 2548 9 เดือน ปี 2549
ลักษณะการประกอบธุรกิจ/ความสัมพันธ์
1. บริษัท เด็มโก้ พัฒนา พาณิชย์ จำกัด - ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 166,320 -0-
ดำเนินธุรกิจ ขายสินค้าปลีกมินิมาร์ท - รายได้จากการให้บริการ 84,607 -0-
- บุตรของนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการ - ค่าใช้จ่ายสำนักงาน 30,204 -0-
และผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็นกรรมการและ / หรือผู้ถือหุ้นของ - กำไรจากการขายสินทรัพย์ 57,019 -0-
บริษัทดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้น 31.80%
- บุตรของนายประเดช กิตติอิสรานนท์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ
และผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท
ดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้น 17.80%
- บุตรของนายสุวัฒน์ จรดล ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทเป็น
ผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้น 8.16%
2. บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด - รายได้อื่น ๆ (ค่าเช่าสำนักงาน) 72,000 54,000
ดำเนินธุรกิจจัดซื้ออุปกรณ์สายส่งไฟฟ้า และเสาโทรคมนาคม - เงินประกันและเงินมัดจำล่วงหน้า 8,000 8,000
เพื่อจำหน่ายไปยังประเทศบังคลาเทศ
- เป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 50.49
3. คุณ ประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ - เงินกู้ ณ ต้นงวด +10,000,000 +8,000,000
- มีความสัมพันธ์กับบริษัท โดยเป็นประธานกรรมการ - ชำระคืนเงินกู้ระหว่างงวด -10,000,000 -8,000,000
และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท - เงินกู้ ณ สิ้นงวด -0- -0-
- รายการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ - ดอกเบี้ยจ่าย 235,149 35,979
บริษัทในขณะนั้น และมีความสมเหตุสมผล เนื่องจาก
เป็นการกู้ยืมที่ไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยเป็นอัตราที่
ต่ำกว่าที่บริษัทเสียให้กับธนาคาร ดังนั้น จึงเป็นการกู้ยืม
ที่ได้ประโยชน์มากกว่าเกณฑ์ปกติ
4. บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด - รายได้ค่าบริการ งานระบบไฟฟ้า 1,390,540 780,000
ดำเนินธุรกิจสิ่งพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ แสงสว่างภายในอาคาร
- คุณประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของ
บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น
(สัดส่วน 30.51%) ของ บมจ. เด็มโก้
5. คุณสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์ - ค่าที่ปรึกษา 540,000 270,000
- คุณสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์ เป็นผู้ถือหุ้นสัดส่วน 12.5% ของ
บมจ.เด็มโก้ และเป็นสามีของคุณประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์
กรรมการและผู้ถือหุ้นสัดส่วน 30.51% ของ บมจ. เด็มโก้
- รายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากคุณสวาสดิ์
ปุ้ยพันธวงศ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในรัฐวิสาหกิจ
ที่เกี่ยวข้องกับงานระบบไฟฟ้า ดังนั้น จึงเป็นผู้มีความรู้
ความสามารถในด้านเทคนิคระบบไฟฟ้า รวมถึงการวางแผน
การตลาดและแนะนำลูกค้าให้แก่บริษัท
6. บริษัท จีเนียสเทค คอนทิเนนทัล จำกัด - ค่าจ้างการวิเคราะห์อาคารควบคุม 2,812,190 287,850
ดำเนินธุรกิจการรับเหมาก่อสร้างอาคาร อาคารพาณิชย์ - รายได้อื่นๆ -0- 2,000
และงานก่อสร้างอย่างอื่นทุกชนิด รวมถึงการให้บริการ
ด้านงานอนุรักษ์พลังงาน
- คุณวรุฒน์ จรดล กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท
จีเนียสเทค คอนทิ- เนนทัลจำกัด เป็นหลานของ
คุณสุวัฒน์ จรดล กรรมการและผู้ถือหุ้น 7.38%
ของบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
- รายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากบริษัท
เพิ่งเริ่มเข้าสู่ธุรกิจด้านอนุรักษ์พลังงานและยังไม่มี
ความชำนาญ จึงว่าจ้างให้ จีเนียสเทค ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เป็นผู้ดำเนินงานโดยในอนาคตหากบริษัทมีความเชี่ยวชาญ
ในงานด้านอนุรักษ์พลังงานแล้วบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการ
ให้บริการดังกล่าวเอง นอกจากนี้ กำไรที่บริษัทได้รับระหว่าง
บริษัทกับบจก. จีเนียสเทคจากส่วนต่างของสัญญาระหว่าง
บริษัทกับผู้ว่าจ้างและสัญญาคอนทิเนนทัล ร้อยละ 20 ถือว่า
อยู่ในเกณฑ์ปกติ
7. บริษัท เฮอร์ลิเทจ เฮ้าส์ จำกัด - เงินให้กู้ยืม
ดำเนินธุรกิจก่อสร้าง ยอดเงินกู้ ณ ต้นงวด +500,000 +500,000
- พันธมิตรทางการค้ากับบริษัทเพื่อร่วมกันจัดตั้ง หัก ค่าเผื่อหนี้สูญ -500,000
บจก. เด็มโก้-เฮอร์ลิเทจแลนด์ ในปี 2545 ยอดสุทธิ -0-
โดยปัจจุบัน บจก. เด็มโก้-เฮอร์ลิเทจ แลนด์ เลิกกิจการ
และชำระบัญชีแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2547
- บริษัทไม่มีกรรมการหรือผู้บริหารเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็น - รับชำระคืนเงินกู้ -200,000
ผู้มีอำนาจควบคุมในบจก. เฮอร์ริเทจ เฮ้าส์ ยอดเงินกู้ค้างชำระ +300,000
หัก ค่าเผื่อหนี้สูญ 300,000
ยอดสุทธิ -0-
ภาระผูกพัน
รายการทรัพย์สิน ลักษณะกรรมสิทธิ มูลค่าตามบัญชี ภาระผูกพัน
(ล้านบาท)
1. ที่ดิน 3 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ. ปทุมธานี เป็นเจ้าของ 22.64 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนื้อที่ 9-4-8 ไร่ 2.78 วงเงินจำนอง 55.00 ล้านบาท
อาคารสำนักงาน 1 หลังและอาคารเก็บสินค้า รวม 2 หลัง
2. ที่ดิน 2 แปลง ตั้งอยู่ที่ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของ 1.67 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนื้อที่ 0-0-33.3 ไร่ วงเงินจำนอง 10.00 ล้านบาท
พร้อมอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหา 1.36
3. ที่ดิน 4 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี เป็นเจ้าของ 1.95 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนื้อที่ 41-3-18 ไร่ วงเงินจำนอง 17.2 ล้านบาท
พร้อมอาคารโรงงาน อาคาร โรงชุบ บ้านพักคนงาน รวม 9 หลัง 4.35
4. เครื่องจักรใช้ในการตัดเจาะ พับ เชื่อม กลึง ปั๊ม เป็นเจ้าของ 0.48 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
งานเสาโครงเหล็กในโรงงาน 121 รายการ วงเงินจำนอง 10.00 ล้านบาท
(เฉพาะเครื่องจักร 25 รายการ
ซึ่งมีมูลค่าทางบัญชี 4.19 ล้านบาท)
5. ที่ดิน 4 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.แคตก อ.บางไทร เป็นเจ้าของ 3.28 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
จ.พระนครศรีอยุธยา รวมเนื้อที่ 0-8-0 ไร่ วงเงินจำนอง 2 ล้านบาท
6. ที่ดิน 1 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นเจ้าของ 4.40 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนี้อที่ 0-2-61 ไร่ วงเงินจำนอง 3.50 ล้านบาท
ปัจจัยเสี่ยง
1. ความเสี่ยงด้านการพึ่งพาทีมผู้บริหารและวิศวกรระดับตั้งแต่ระดับผู้จัดการโครงการขึ้นไป
เนื่องจากธุรกิจของบริษัทต้องอาศัยความรู้ ความสามารถของบุคลากร บริษัทลดความเสี่ยงด้วยการจัดให้มีสวัสดิการ
และมาตรการจูงใจ เช่น กำหนดให้มีประกันสุขภาพพนักงาน ให้ทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ รวมถึงมีการกระจายอำนาจการ
บริหารงานในรูปคณะกรรมการบริหาร เพื่อลดการพึ่งพิงบุคคลากรเป็นรายบุคคล
2. ความเสี่ยงจากความไม่สม่ำเสมอของรายได้
ความเสี่ยงในการให้บริการที่มีลักษณะเป็นโครงการ ไม่ใช่เป็นสัญญาว่าจ้างทำงานระยะยาว ดังนั้น ความต่อเนื่องใน
กระแสรายได้ของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการชนะประมูลหรือได้รับเลือกเข้าทำงานในแต่ละโครงการ บริษัทมี
นโยบายที่จะลดความเสี่ยงเรื่องความสม่ำเสมอของรายได้ด้วยการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะการ
ประมูลงานมากขึ้น เช่น การเป็นผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้า และขยายฐานไปยังธุรกิจที่ต่อเนื่อง เช่น การให้บริการบำรุงรักษาระบบ
และอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้าและสายส่งแรงสูง
ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้า จากการให้บริการและขายสินค้าให้แก่ลูกค้าทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งผลการ
ดำเนินงานของบริษัทจะขึ้นอยู่กับการขยายการลงทุน/การเติบโตของลูกค้าในแต่ละประเภทรวมถึงความสามารถและสภาวะ
การแข่งขันในการประมูลงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายในการรักษาสัดส่วนรายได้งานบริการจากภาครัฐและ
ภาคเอกชนให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้า และเพื่อรักษาระดับอัตราการเติบโตของ
รายได้ของกิจการ และระดับอัตรากำไรที่เหมาะสม
ความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งอาจมีผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณการลงทุน และ
บรรยากาศการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนขยายการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้าง
โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาวะธุรกิจให้บริการออกแบบ จัดหา และบริการติดตั้งงานระบบวิศวกรรม
ไฟฟ้า และงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา 3 ปี (2546-2548) กลุ่มลูกค้าของบริษัท กึ่งหนึ่งเป็นหน่วยงาน
ภาครัฐ (การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค และต้องจัดให้มีปริมาณ
สำรองกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้น ความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองจะมีผลกระทบต่อบริษัท
ในฐานลูกค้าภาคเอกชนตามวงจรเศรษฐกิจแต่สำหรับฐานลูกค้าภาครัฐจะมีผลกระทบไม่มากนัก
3. ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
ความเสี่ยงจากการการดำเนินโครงการล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดตามสัญญา โดยความล่าช้าของโครงการอาจจะ
เป็นผลมาจากเจ้าของโครงการเอง หรือมาจากการว่าจ้างผู้รับเหมาช่วง หรือจากการทำงานของบริษัท กรณีความล่าช้าเกิด
จากเจ้าของโครงการ บริษัทจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากเจ้าของโครงการ ส่วนความล่าช้าที่เกิดจากผู้รับเหมาช่วง บริษัท
จะเข้าควบคุมการทำงานโดยเป็นผู้จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ หรือ จัดหาผู้รับเหมาช่วงรายอื่นเข้าทำงานแทน โดยผู้รับเหมาช่วง
รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาวัสดุและอุปกรณ์ เนื่องจากธุรกิจของบริษัทต้องเสนอราคารับเหมาแบบ
ตายตัวตั้งแต่เริ่มประมูลงานจนกระทั่งงานติดตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวราคาของวัสดุและอุปกรณ์ อาจ
มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนในการติดตั้งของโครงการสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ
บริษัทจะได้รับการยืนยันราคาจากผู้ขายในระหว่างประมูลงาน และเมื่อได้รับสัญญา บริษัทจะจัดทำคำสั่งซื้อให้ผู้ขาย เพื่อ
ควบคุมต้นทุนให้คงที่ ส่วนการซื้อวัสดุทั่วไป บริษัทจะรวบรวมปริมาณสั่งซื้อจากหลายๆ โครงการ เพื่อให้มีอำนาจต่อรอง
ที่สูงขึ้น
ความเสี่ยงจากการควบคุมและบริหารจัดการ เนื่องจากการให้บริการออกแบบ จัดหาก่อสร้างและติดตั้งงานระบบ
จำหน่ายไฟฟ้า งานสถานีไฟฟ้าย่อย งานก่อสร้างสายส่งและงานโทรคมนาคมในแต่ละโครงการจะแยกกระจัดกระจายไป
ตามพื้นที่ของลูกค้า ปัญหาในเรื่องของการละเลยขาดความเอาใจใส่ในงาน เป็นปัญหาที่พบได้โดยทั่วไปสำหรับบริษัท
ผู้รับเหมาอื่นๆ บริษัทได้วางมาตรการให้มีกลุ่มวิศวกรผู้บริหาร เป็นผู้ดูและตรวจสอบการบริหารจัดการโครงการอีกชั้นหนึ่ง
เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
4. ความเสี่ยงด้านเงินทุนหมุนเวียน
บริษัทจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนประมาณร้อยละ 10-15 ของมูลค่างานแต่ละโครงการ เพื่อใช้ในขั้นตอน
การประมูลงาน การเตรียมงาน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนที่จะได้รับชำระเงินจากผู้ว่าจ้างตามสัญญา หาก
ขาดการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ดี หรือมีการเปลี่ยนแปลงการชำระเงิน อาจส่งผลต่อการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ
หรือความสามารถในการได้รับงานใหม่หรือการขยายธุรกิจของบริษัท อนึ่ง ที่ผ่านมาในปี 2548 ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัท
เป็นลูกค้าภาครัฐ บริษัทจึงไม่ประสบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงการชำระเงินของผู้ว่าจ้างมากนัก อีกทั้งบริษัทได้มีการ
ตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ว่าจ้างก่อนการยื่นประมูลงาน และมีการเจรจาเพื่อให้เงื่อนไขในการชำระเงินมีความ
รัดกุมและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท นอกจากนี้ บริษัทมีสัญญาวงเงินเชื่อกับธนาคารที่สามารถเบิกใช้ได้ตลอดการดำเนินงาน
ในโครงการ บริษัทจึงมีสภาพคล่องที่เพียงพอ
5. ความเสี่ยงจากการเข้าร่วมในกิจการค้าร่วม (Consortium)
ในกรณีที่บริษัทได้เข้าร่วมในกิจการร่วมค้ากับผู้ร่วมทุนภายนอกเมื่อบริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าหรือต้องการ
ประมูลงานที่มีมูลค่าโครงการสูงขึ้น ซึ่งบริษัทและผู้ร่วมทุนจะมีภาระความรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างแบบร่วมกัน (Joint and
Several) ในกรณีที่ผู้ร่วมทุนในกิจการค้าร่วมไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่หรือดำเนินการตามที่ระบุในสัญญาได้ บริษัท
อาจต้องปฏิบัติหน้าที่ส่วนดังกล่าวแทนหรืออาจต้องลงทุนเพิ่มเติมหรือชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้
ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ร่วมทุนก่อนร่วมดำเนินการอย่างเข้มงวดและจะเลือกผู้ร่วมทุนที่มีสถานะทางการเงินและ
ความสามารถในการทำงานที่ไม่ด้อยไปกว่าบริษัท
6. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
เนื่องจากในการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ในการดำเนินงานบางส่วน จำเป็นต้องสั่งซื้อวัสดุและอุปกรณ์จากต่างประเทศ
โดยที่ผ่านมาบริษัทมีการสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ มูลค่ารวม USD 5,230,770 ทำให้บริษัทอาจมีความเสี่ยงด้าน
อัตราแลกเปลี่ยน บริษัทกำหนดนโยบายให้มีการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) ทั้งจำนวน และการ
ให้ผู้ว่าจ้างเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้ผู้ขายโดยตรง
7. ความเสี่ยงจากการลดลงของราคาหุ้นภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งนี้ อันเนื่องมาจากการเสนอขาย
ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทต่อกรรมการ และพนักงาน ของบริษัทซึ่งมีราคาการใช้สิทธิที่ต่ำ
กว่าราคาเสนอขายครั้งนี้ โดยมีผลกระทบต่อราคาหุ้นโดยคำนวณจากราคาที่เสนอขายกับประชาชน (Price Dilution) เท่ากับ
ร้อยละ 1.56 ของทุนชำระแล้วหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน และมีผลกระทบต่อสิทธิออกเสียง (Control Dilution)
เท่ากับร้อยละ 2.33 ของทุนชำระแล้วหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน
8. ความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ความเสี่ยงที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท หรือมิอาจควบคุมได้ หรือภัยพิบัติตามธรรมชาติ
เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ อุทกภัย วาตภัย เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้ลดความเสี่ยงเหล่านี้ โดยกำหนดไว้ในสัญญาของโครงการเป็น
ข้อยกเว้นที่จะต้องรับผิดชอบ และสำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูงหรือโครงการของหน่วยงานภาครัฐ บริษัทบริษัทจะจัดทำ
ประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงทุกประเภท (Insurance for all risk)
กรณีพิพาท
ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 บริษัทไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายซึ่งบริษัทเป็นคู่ความหรือคู่กรณีที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหาย
ต่อบริษัทสูงกว่าร้อยละ 5 ของส่วนของผู้ถือหุ้น และไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนิน
ธุรกิจของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
จำนวนพนักงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 จำนวน 375 คน
ประวัติความเป็นมาโดยสรุป
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2535 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น
ที่ 6 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน 2535 และมีการเพิ่มทุนอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบันมี
ทุนจดทะเบียน 215 ล้านบาท โดยเป็นส่วนทุนชำระแล้ว 210 ล้านบาท การก่อตั้งบริษัทเกิดขึ้นจากกลุ่มวิศวกรระบบไฟฟ้า
ที่มีประสบการณ์ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า ทั้งทางด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย และงานระบบสายส่งไฟฟ้า
แรงสูงมามากกว่า 20 ปี นำโดยนายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทในปัจจุบัน เพื่อประกอบธุรกิจให้
บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งงานระบบจำหน่ายไฟฟ้า งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย งานระบบสายส่งไฟฟ้า
แรงสูง และงานโทรคมนาคม รวมทั้งการผลิตเสาโครงเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสอดคล้องกับการเจริญเติบโต
ของเศรษฐกิจและการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศ ในปี 2547 บริษัทได้ปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ โดยการจำหน่าย
เงินลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริษัท จำนวน 4 บริษัท และปิดกิจการอีก 2 บริษัท ส่งผลให้
บริษัทคงเหลือบริษัทย่อยเพียงบริษัทเดียว คือ บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด
ประวัติการเปลี่ยนแปลงของบริษัทที่สำคัญ มีดังต่อไปนี้
ปี 2537 : โรงงานผลิตเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์จับยึดได้เริ่มเปิดดำเนินการ โดยได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นอกจากนี้ บริษัทชนะการประมูลงานงานออกแบบ จัดหา และติดตั้ง
งานระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22-33 เควี ในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งถือว่าเป็น
งานแรกของบริษัท
ปี 2538 : โรงงานได้เปิดบ่อชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อนขนาด 1.2 x 4.0 x 1.5 เมตร เพื่อใช้ชุบงานเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์
จับยึดที่โรงงานผลิต นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มขยายงานสู่ภาคเอกชนมากขึ้น โดยโครงการแรก ได้แก่งานก่อสร้าง
สถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 115/22 เควี ของบจก. ฮอนด้า คาร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จ. อยุธยา และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ
จ. อยุธยา นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานวางระบบและติดตั้งไฟฟ้าแรงต่ำในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น บจก.
สยามลวดเหล็ก (บริษัทในเครือบมจ. ปูนซิเมนต์ไทย) บจก. ยูเอ็มซี จ. ชลบุรี และบจก. ไทยน้ำทิพย์ เป็นต้น
ปี 2539 : บริษัทเริ่มรับงานออกแบบและติดตั้งระบบทำความเย็นให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานราชการ เช่น
โรงงานหล่อดอกยางเครื่องบิน จ. สระบุรี อาคารสถานีศูนย์ฝึกอบรมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ที่ อ. บางปะกง
จ. ชลบุรี
ปี 2540 : บริษัทเริ่มงานระบบเคเบิ้ลใต้ดินเป็นครั้งแรก ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในบริเวณ
เขื่อนศรีนครินทร์ จ. กาญจนบุรี และงานสายส่ง 115 เควี เป็นครั้งแรกให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
และบริษัทเอกชนต่างๆ เช่น บจก. อมตะ เอ็กโก้ พาวเวอร์ เป็นต้น
ปี 2541 : บริษัทได้รับเหมางานติดตั้งครบวงจร (Turnkey Basis) การก่อสร้างสถานีไฟฟ้า แรงดัน 230 เควี เป็นแห่งแรก
กับบจก. ผลิตไฟฟ้าขนอม (บริษัทในเครือบริษัทผลิตไฟฟ้าของกฟผ.)
ปี 2544 : บริษัทเริ่มรับงานการจัดหา ก่อสร้างฐานราก ติดตั้งเสาโทรคมนาคม พร้อมอุปกรณ์สื่อสาร เช่น ชุด Antenna
ชุดจาน Microwave ให้แก่หน่วยงานราชการและเอกชน เช่น กฟภ. กรมการปกครอง บมจ. โทเทิล แอคเซส
แอนด์คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บจก. อัลคาเทล และบจก. โมโตโลร่า (ประเทศไทย) ในโครงการ TA Orange เป็นต้น
ปี 2545 : บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนกับนายเอ็ง ไมรเล็ค อาลี ก่อตั้งบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน
2 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.49 เพื่อดำเนินธุรกิจจัดซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำและแรงดันสูง
ทุกประเภท อุปกรณ์สายส่งไฟฟ้า และสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งประเทศบังคลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ของ นายเอ็ง ไมรเล็ค อาลี
ปี 2546 : บริษัทได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
นอกจากนี้ หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ได้ว่าจ้างบริษัทเป็นที่ปรึกษาทางด้านการอนุรักษ์พลังงาน เช่น
มหาวิทยาลัยราชภัฎ ลำปาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ โรงพยาบาลสวนปรุง จ. เชียงใหม่ เป็นต้น
ปี 2547 : บริษัทเริ่มงานติดตั้งสายเคเบิ้ลใยแก้ว ด้วยวิธี Blowing Method ซึ่งเป็นวิธีติดตั้งแบบใช้ลมอัดในการลากสายเคเบิ้ล
ใยแก้วขึ้นเป็นครั้งแรกให้แก่ โครงการวางท่อแก๊ส ไทย-มาเลเซีย ของบริษัท ทรานไทย - มาเลเซีย จำกัด ซึ่งมี
บมจ. ปตท. เป็นผู้ถือหุ้นหลัก ที่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา นอกจากนี้บริษัทได้เริ่มผลิตเสาโฆษณาโครงเหล็กให้แก่
บมจ. มาสเตอร์ แอด
ปี 2547 : บริษัทมีการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ โดยการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ
บริษัท คือ บริษัท เด็มโก้ พัฒนาพาณิชย์ จำกัด, บริษัท เอ็น.อี.ซี คอนครีตอัดแรง จำกัด, บริษัท นำชัยพัฒนา
เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท อนุสรณ์ เซอร์วิส (2004) จำกัด และปิดกิจการบริษัท เด็มโก้-เฮอริเทจ แลนด์ จำกัด
และ บริษัท เด็มโก้-พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวปลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อให้บริษัทมีภาพการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น จาก
การปรับโครงสร้างครั้งนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อยคงเหลือเพียง 1 แห่ง คือ บริษัท อาลี คาตุน
(ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2548 : โรงงานได้รับ ISO 9001: 2000 จากสถาบัน Anglo Japanese American (AJA) Registrars สำหรับระบบคุณภาพ
ในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะประดิษฐ์ (ยกเว้นเฉพาะเครื่องจักรและอุปกรณ์) ชิ้นส่วนจับยึด/รองรับใน
งานไฟฟ้า เสาระบบ สายส่งไฟฟ้า โครงสร้างสำหรับสถานีไฟฟ้า เสาโทรคมนาคมโครงสร้างเหล็กสำหรับป้าย
โฆษณา โครงสร้างเหล็กสำหรับอาคารทั่วไป อุปกรณ์โลหะในงานระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำและแรงสูง
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วจาก 142 ล้านบาท เป็น 160 ล้านบาท โดยการเสนอขายให้แก่
ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (หุ้นละ 100 บาท) เพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ปี 2549 : บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และมีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 160
ล้านบาท เป็น 215 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชน กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท
เงินลงทุนในบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 ปรากฏดังนี้
บริษัทร่วม/บริษัทที่เกี่ยวข้อง หน่วย: ล้านบาท
ประเภทกิจการ
มูลค่าเงินลงทุน
ชื่อบริษัท และลักษณะธุรกิจ ทุนชำระแล้ว ร้อยละของหุ้นที่ถือ ตามราคาทุน
บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจจัดซื้อ อุปกรณ์, 2 50.49% 1.009
เครื่องกล อุปกรณ์ก่อสร้าง
และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท
เพื่อจำหน่ายไปยังบังคลาเทศ
ประเทศในแถบเอเชีย และ
เอเชียตะวันออกกลาง
หมายเหตุ: คณะกรรมการบริหารได้มีมติในคราวประชุมครั้งที่ 7/2549 เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2549 ให้จำหน่ายเงินลงทุน
ในบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด เนื่องจาก บริษัทดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูง อีกทั้งบริษัท
เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนเป้าหมายตลาดต่างประเทศในส่วนของงานขายอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นกลุ่ม
ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าการดำเนินการขายเงินลงทุนบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย)
จำกัด จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2550 ทั้งนี้ การขายเงินลงทุนของใน อาลี คาตุน ไม่มีผลกระทบ
ต่อผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท เนื่องจากผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงิน
ของ อาลี คาตุน ไม่มีนัยสำคัญต่องบการเงินของบริษัท
การเพิ่ม (ลด) ทุนในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา
หน่วย: ล้านบาท
วัน/เดือน/ปี ทุนที่ (ลด) เพิ่ม หลังเพิ่ม (ลด) ทุน หมายเหตุ/วัตถุประสงค์การใช้เงิน
2547 (43) 142 ล้างขาดทุนสะสม
2548 18 160 เป็นเงินทุนหมุนเวียน
2549 55 215 เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ, ชำระคืนเงินกู้, และซื้อเครื่องจักร
รอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม ? 31 ธันวาคม
ผู้สอบบัญชี ชื่อ นายสมชาย คุรุจิตโกศล สำนักงาน บริษัท เอส.เค.แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วิสเซส จำกัด
นายทะเบียนหุ้น บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน)
นโยบายการจ่ายเงินปันผล
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษี และสำรองตามกฎหมาย ทั้งนี้ คณะกรรมการของบริษัทมีอำนาจ
ในการพิจารณายกเว้นไม่ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวได้เป็นครั้งคราว โดยอยู่ภายใต้
เงื่อนไขที่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น เช่น ใช้เป็นทุนสำรองสำหรับการชำระคืนเงินกู้
ใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจของบริษัท หรือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะตลาด ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อกระแสเงินสด
ของบริษัทในอนาคต
บัตรส่งเสริมการลงทุน ไม่มี
จำนวนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปรากฏดังนี้
จำนวนราย จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว
1. ผู้ถือหุ้นสามัญที่เป็น Strategic shareholders
1.1 รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ 0 0 0
1.2 กรรมการ ผู้จัดการ และผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง 15 125 59.5
และบุคคลที่มีความสัมพันธ์
1.3 ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้น > 5 % โดยนับรวมผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย 0 0 0
1.4 ผู้มีอำนาจควบคุม 0 0 0
1.5 ผู้ถือหุ้นที่มีข้อตกลงในการห้ามขายหุ้น 0 0 0
ภายในเวลาที่กำหนด 1/
2. ผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อยที่ถือไม่ต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย 973 85 40.5
3. ผู้ถือหุ้นสามัญที่ถือต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย 0 0 0
รวมผู้ถือหุ้นสามัญทั้งสิ้น (Total Shareholders) 988 210 100.00
1/ หมายเหตุ หมายถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีข้อตกลงการห้ามขายหุ้นภายในกลุ่ม นอกเหนือจากหุ้นที่ต้องนำฝาก Silent Period
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ชื่อ ก่อน IPO หลัง IPO
จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว
(ล้านหุ้น) (ล้านหุ้น)
1. กลุ่มนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์* 68.82 43.01 69.08 32.13
2. กลุ่มนายประเดช กิตติอิสรานนท์* 35.83 22.39 35.83 17.06
3. นายสุวัฒน์ จรดล 10.49 6.56 10.49 5.00
4. บง.กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) 4.09 2.56 4.09 1.95
5. ABN AMRO BANK N.V. - - 4.00 1.90
HONG KONG BRANCH
6. นายไพโรจน์ ศิริรัตน์ 3.52 2.20 3.52 1.68
7. นายพงศักดิ์ ศิริคุปต์ 3.07 1.92 3.07 1.46
8. นายอาคม มานะแก้ว 2.48 1.55 2.48 1.18
9. นายสำเริง แหยงกระโทก 2.03 1.27 2.33 1.10
10. นายประครอง วงษา 2.30 1.44 2.30 1.10
รวม 132.63 82.90 137.19 64.56
*หมายเหตุ: กลุ่มนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประกอบด้วยนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ และนายสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์
กลุ่มนายประเดช กิตติอิสรานนท์ ประกอบด้วยนายประเดช กิตติอิสรานนท์ นางบุษยา กิตติอิสรานนท์
นางสาวนันทิดา กิตติอิสรานนท์ นางสาวเจนจิรา กิตติอิสรานนท์ และนายกำธร กิตติอิสรานนท์
ผู้ถือหุ้นต่างด้าว ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549
บริษัทมีผู้ถือหุ้นต่างด้าว 9 ราย
ถือหุ้นรวมกัน 4,307,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 2.05 ของทุนจดชำระแล้ว
หมายเหตุ บริษัทมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นต่างด้าวตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 11 ว่า
"หุ้นของบริษัทสามารถโอนได้โดยไม่จำกัด เว้นแต่การโอนหุ้นนั้นเป็นเหตุให้มีคนต่างด้าวถือหุ้นอยู่
ในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 49 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท"
คณะกรรมการ
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ ตำแหน่ง วันที่ดำรงตำแหน่ง
นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานกรรมการ กันยายน 2539
นายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการ สิงหาคม 2536
นายสุวัฒน์ จรดล กรรมการ กุมภาพันธ์ 2536
นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการ กันยายน 2536
นายภูมิชาย หิรัญชัย กรรมการ กรกฎาคม 2535
นายอาคม มานะแก้ว กรรมการ ตุลาคม 2537
พล.อ.เธียร ชนไมตรี กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ เมษายน 2549
นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ เมษายน 2549
นางมณี จารุมนัส กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ เมษายน 2549
คณะกรรมการตรวจสอบ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ดังนี้
ประธานกรรมการตรวจสอบ พล.อ.เธียร ชนไมตรี
กรรมการตรวจสอบ นายสงวน ตังเดชะหิรัญ
กรรมการตรวจสอบ นางมณี จารุมนัส
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ นางสาววรรณฤดี สุวพันธ์
ขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบ
1. คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และรับผิดชอบตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ และให้รายงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัท
2. สอบทานให้บริษัท มีการรายงานทางการเงิน เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีอย่างถูกต้องและเพียงพอ
3. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีความเหมาะสมและมี
ประสิทธิผล
4. สอบทานการปฏิบัติของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
5. พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมถึงพิจารณาเสนอค่าตอบแทนของ
ผู้สอบบัญชี
6. พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิดรายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้ง
ทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องและครบถ้วน
7. จัดทำรายงานกิจกรรมของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
ซึ่งรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้รายงานดังกล่าวควรประกอบด้วยข้อมูล
ดังต่อไปนี้
(ก) ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของบริษัท
ถึงความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้
(ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัท
(ค) เหตุผลที่เชื่อว่าผู้สอบบัญชีของบริษัทเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้ง
(ง) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ
ตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
(จ) รายงานอื่นใดที่เห็นว่าผู้ถือหุ้น และนักลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความ
รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
8. พิจารณาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย และพิจารณาความดีความชอบของ
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ
9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายและคณะกรรมการตรวจสอบเห็นชอบด้วย
วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ประธานกรรมการตรวจสอบ 3 ปี
2. กรรมการตรวจสอบ 3 ปี
(รวมทั้งการแต่งตั้งเพิ่มและถอดถอนจากกรรมการตรวจสอบ)
เงื่อนไขในการรับหลักทรัพย์ (ถ้ามี) ไม่มี
ระยะเวลาห้ามจำหน่ายหุ้น
- ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปที่ถือหุ้นจำนวน 136,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65% ของ
ทุนชำระแล้วหลังเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป ให้คำรับรองต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าจะไม่นำหุ้นจำนวนดังกล่าวออก
จำหน่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน นับแต่วันที่หลักทรัพย์ของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยเมื่อครบ
กำหนดระยะเวลาทุกๆ 6 เดือน ผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้ทยอยขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งห้ามขายได้ใน
จำนวนร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นหรือหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกสั่งห้ามขาย และเมื่อครบกำหนด 1 ปี 6 เดือนสามารถขาย
ส่วนที่เหลือได้ทั้งหมด
- ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์จำนวน 3,412,703 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 68.25% ของจำนวนผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์
ทั้งหมด ให้คำรับรองต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าจะไม่นำใบสำคัญแสดงสิทธิ์จำนวนดังกล่าวออกจำหน่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี
6 เดือน นับแต่วันที่หลักทรัพย์ของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทุกๆ 6 เดือน
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์ดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้ทยอยขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่ถูกสั่งห้ามขายได้ในจำนวนร้อยละ
25 ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ์ทั้งหมดที่ถูกสั่งห้ามขาย และเมื่อครบกำหนด 1 ปี 6 เดือนสามารถขายส่วนที่เหลือ
ได้ทั้งหมด
อื่น ๆ ที่สำคัญ (ถ้ามี) ESOP Warrant
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ได้มีมติอนุมัติให้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อ
หุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 5,000,000 หน่วย เสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท ในราคาเสนอขาย -0-
บาท โดยใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยใบสำคัญ
แสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ โดยมีราคาการใช้สิทธิเท่ากับ 1 บาท ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญ
แสดงสิทธิได้เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดง
สิทธิแต่ละรายทุกๆ ระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้ วันกำหนดใช้สิทธิครั้งแรกจะตรงกับวันที่ 15 ของเดือนที่ใบสำคัญแสดง
สิทธิมีอายุครบ 6 เดือน และวันกำหนดใช้สิทธิครั้งต่อไป คือ วันที่ 15 ของทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ
จนกว่าใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุครบ 2 ปี ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการและ
พนักงานเมื่อได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเมื่อได้ทำการ
จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิแล้ว จะได้นำเข้าฝากกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัดต่อไป ทั้งนี้ หาก
มีใช้สิทธิแปลงสภาพก่อนครบกำหนดช่วงระยะเวลาการห้ามขายหุ้น หุ้นที่เกิดจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ
จะนำเข้าฝากกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามระยะเวลาการห้ามขายหุ้นที่คงเหลืออยู่ อนึ่ง
รายชื่อกรรมการซึ่งได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิมีดังนี้
ชื่อ ตำแหน่ง จำนวนใบสำคัญ ร้อยละของจำนวน
แสดงสิทธิ ใบสำคัญที่ออก(%)
1. นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานกรรมการ 141,200 2.82
2. นายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการ 156,000 3.12
3. นายสุวัฒน์ จรดล กรรมการ 158,000 3.16
4. นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการ 155,200 3.10
5. นายภูมิชาย หิรัญชัย กรรมการ 160,800 3.22
6. นายอาคม มานะแก้ว กรรมการ 150,800 3.02
7. พล.อ.เธียร ชนไมตรี กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 94,000 1.88
8. นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 94,000 1.88
9. นางมณี จารุมนัส กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 94,000 1.88
สำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิอีกจำนวน 3,796,000 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 75.92% ของจำนวนใบสำคัญแสดง
สิทธิที่ออกในครั้งนี้ บริษัทได้ทำการจัดสรรให้กับผู้บริหารและพนักงานอื่นในบริษัท
สถิติ
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
|---พันบาท (in thousands) --|--------- บาท/หุ้น (baht/share*) ---------|
ปี รายได้จาก กำไร(ขาดทุน) กำไร(ขาดทุน) เงินปันผล มูลค่าหุ้น เงินปันผล
การขายและบริการ สุทธิ สุทธิ ตามบัญชี ต่อกำไร (%)
2546* 372,842 (36,679) (0.20) - 0.77 -
2547** 576,738 8,552 0.05 - 0.88 -
2548*** 1,530,180 44,434 0.28 0.10 1.36 36.01%
งวด 9 เดือน**** 1,029,605 85,544 0.53 0.30 1.77 18.70%
สิ้นสุด ก.ย. 49 (สอบทานแล้ว)
* มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
|---พันบาท (in thousands) --|--------- บาท/หุ้น (baht/share*) ---------|
ปี รายได้จาก กำไร(ขาดทุน) กำไร(ขาดทุน) เงินปันผล มูลค่าหุ้น เงินปันผล
การขายและบริการ สุทธิ สุทธิ ตามบัญชี ต่อกำไร (%)
2546* 655,994 (36,885) (0.20) - 0.85 -
2547** 955,777 8,552 0.05 - 0.88 -
2548*** 1,510,750 44,434 0.28 0.10 1.37 36.01%
งวด 9 เดือน**** 1,029,606 85,544 0.53 0.30 1.77 18.70%
สิ้นสุด ก.ย. 49 (สอบทานแล้ว)
* มูลค่าที่ ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
* มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 185,000 พันหุ้น
** มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 171,372 พันหุ้น
*** มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 157,041 พันหุ้น
**** มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 160,000 พันหุ้น
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
(หน่วย: พันบาท)
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน 1,198 1,208 37,399 43,178
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ 36,909 60,403 303,657 154,325
มูลค่างานที่เสร็จแล้วแต่ยังไม่เรียกเก็บ 115,188 224,951 164,966 229,403
สินค้าคงเหลือ 60,643 47,871 62,491 67,806
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 77,960 65,738 71,330 85,123
เงินฝากธนาคารติดภาระค้ำประกัน 6,134 21,464 19,931 25,805
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 27,059 18,709 42,676 43,548
รวมสินทรัพย์ 429,262 488,097 743,426 696,512
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 129,523 129,867 244,995 85,423
เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย 56,814 81,013 128,354 129,998
หนี้สินระยะยาว และ หนี้สินภายใต้สัญญาเช่า 17,165 11,837 9,382 11,418
ทางการเงิน
-ชำระใน 1 ปี
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 15,996 15,582 37,084 18,093
เงินรับล่วงหน้าค่างานบริการ 18,792 70,321 40,749 121,671
รายได้ค่างานขายรับล่วงหน้า 0 985 22,619 1,363
เงินกู้ยืมระยะยาว 4,367 12,911 6,330 0
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าทางการเงิน (เกินกว่า 1 ปี) 5,364 828 4,941 4,453
รวมหนี้สิน 287,253 337,535 530,431 413,973
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 185,000 142,000 160,000 160,000
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 35,400 35,400 35,400 35,400
กำไร(ขาดทุน)สะสม (78,391) (26,839) 17,595 87,139
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 142,009 150,561 212,995 282,539
รายได้จากการขาย 91,234 148,113 251,996 234,816
รายได้จากการให้บริการ 281,608 428,626 1,251,184 794,789
รายได้อื่น 15,349 33,736 28,708 21,078
รวมรายได้ 388,191 610,474 1,532,530 1,050,683
ต้นทุนขาย 98,724 141,333 220,639 187,478
ต้นทุนบริการ 258,666 365,118 1,143,032 661,278
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 52,415 80,273 106,425 77,208
ดอกเบี้ยจ่าย (11,670) (13,372) (13,833) (12,697)
ภาษีเงินได้ 0 0 (4,168) (22,812)
กำไรสุทธิ (36,679) 8,552 44,434 85,544
จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 185,000 171,372 157,041 160,000
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) (0.20) 0.05 0.28 0.53
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 4,890 888 (68,145) 194,500
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน 9,462 23,191 (4,070) (21,591)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (84,777) (24,068) 108,406 (167,130)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ (70,426) 11 36,190 5,779
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
(หน่วย: พันบาท)
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน 3,932 1,844 39,725 43,975
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ 37,151 60,403 303,977 154,325
มูลค่างานที่เสร็จแล้วแต่ยังไม่เรียกเก็บ 115,188 224,951 164,966 229,403
สินค้าคงเหลือ 91,645 47,871 62,491 67,806
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 89,463 65,826 71,385 85,156
เงินฝากธนาคารติดภาระค้ำประกัน 6,134 22,169 20,639 26,515
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 27,099 18,709 42,676 43,548
รวมสินทรัพย์ 455,847 488,643 745,728 697,441
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 130,220 129,867 244,995 85,423
เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย 61,102 81,013 128,774 129,998
หนี้สินระยะยาว และ หนี้สินภายใต้สัญญาเช่า 17,165 11,837 9,382 11,418
ทางการเงิน
- ชำระใน 1 ปี
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 16,878 15,600 37,408 18,154
เงินรับล่วงหน้าค่างานบริการ 16,600 70,321 40,749 121,671
รายได้ค่างานขายรับล่วงหน้า 0 985 22,619 1,363
เงินกู้ยืมระยะยาว 4,367 12,911 6,330 0
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าทางการเงิน (เกินกว่า 1 ปี) 5,364 828 4,941 4,453
รวมหนี้สิน 299,360 337,349 531,169 414,028
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 185,000 142,000 160,000 160,000
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 35,400 35,400 35,400 35,400
กำไร(ขาดทุน)สะสม (78,597) (26,839) 17,595 87,139
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 156,487 151,295 214,559 283,413
รายได้จากการขาย 374,386 527,152 259,566 234,816
รายได้จากการให้บริการ 281,608 428,626 1,251,184 794,790
รายได้อื่น 17,971 39,574 29,092 21,032
รวมรายได้ 673,965 995,351 1,539,842 1,050,638
ต้นทุนขาย 369,957 507,850 225,233 187,478
ต้นทุนบริการ 258,666 365,118 1,143,032 661,278
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 73,040 101,946 108,144 78,155
ดอกเบี้ยจ่าย (12,302) (14,208) (13,843) (12,697)
ภาษีเงินได้ 0 0 (4,526) (22,812)
กำไรสุทธิ (36,885) 8,552 44,434 85,544
จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 185,000 171,372 157,041 160,000
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) (0.20) 0.05 0.28 0.53
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (14,924) (818) (66,462) 193,376
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน 28,202 12,298 (4,063) (21,996)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (83,641) (13,568) 108,406 (167,130)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ (70,363) (2,088) 37,881 4,250
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.10 1.14 1.14 1.30
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.72 0.98 1.00 1.07
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) 0.02 0.003 (0.16) 0.42
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) 1.85 2.32 3.78 3.15
ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 194.32 155.13 95.15 115.98
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) 10.13 16.77 42.47 36.96
ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) 35.54 21.47 8.48 9.74
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) 8.61 7.35 13.03 8.76
ระยะเวลาการชำระหนี้ (วัน) 41.83 48.99 27.64 41.09
วงจรเงินสด (วัน) 188.03 127.61 75.99 84.63
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio)
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 4.14 12.19 9.28 17.56
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) (6.71) 3.80 4.15 11.76
อัตรากำไรสุทธิ (%) (9.45) 1.40 2.90 8.14
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) (22.95) 5.85 24.44 46.03
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Efficiency Ratio)
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) (7.72) 1.86 7.22 15.84
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (%) (37.18) 22.46 66.98 139.26
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.82 1.33 2.49 1.95
อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน (Financial Policy Ratio)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 2.02 2.24 2.49 1.47
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) 1.42 1.07 (3.62) 18.12
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน (เท่า) 0.12 0.02 (2.78) 0.99
อัตราการจ่ายเงินปันผล (%) - - 36.01 18.70
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.18 1.14 1.15 1.30
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.71 0.98 1.00 1.07
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) n/a (0.003) (0.16) 0.42
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) n/a 3.85 3.80 3.15
ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) n/a 93.61 94.67 114.40
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) n/a 11.29 42.62 36.96
ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) n/a 31.89 8.45 9.74
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) n/a 12.29 13.04 8.75
ระยะเวลาการชำระหนี้ (วัน) n/a 29.30 27.60 41.16
วงจรเงินสด (วัน) n/a 96.20 75.52 82.98
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio)
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 4.17 8.66 9.43 17.56
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) (4.22) 2.14 4.20 11.71
อัตรากำไรสุทธิ (%) (5.47) 0.86 2.89 8.05
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) n/a 5.56 24.29 45.28
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Efficiency Ratio)
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) n/a 1.81 7.20 15.63
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (%) n/a 22.50 66.97 126.70
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) n/a 2.11 2.49 1.94
อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน (Financial Policy Ratio)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 1.91 2.23 2.48 1.46
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) (0.21) 0.94 (3.50) 18.03
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน (เท่า) (0.35) (0.01) (2.71) 0.99
อัตราการจ่ายเงินปันผล (%) - - 36.01 18.70
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) (DEMCO)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: 59 หมู่ 1 ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง ปทุมธานี 12000
โทรศัพท์ 0 2959 5811-5 โทรสาร 0 2959 6738 Website www.demco.co.th
ที่ตั้งโรงงาน: 64 หมู่ที่ 4 ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี 15170
โทรศัพท์ 0 3643 1193 โทรสาร 0 16675636
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2549 (เริ่มทำการซื้อขายวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2549)
ประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียน หุ้นสามัญ 210 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 210 ล้านบาท
(หุ้นที่เสนอขายคือหุ้นสามัญเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิม 160 ล้านหุ้น)
ทุนของบริษัท ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2549 (วันที่เริ่มทำการซื้อขาย)
ทุนจดทะเบียน
หุ้นสามัญ 215 ล้านบาท
หมายเหตุ : หุ้นสามัญจำนวน 5 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่กรรมการและพนักงาน
ทุนชำระแล้ว
หุ้นสามัญ 210 ล้านบาท
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์ใหม่
ราคาเสนอขาย 3.05 บาท
วันที่เสนอขาย 4 และ 6 ธันวาคม 2549
วัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุน เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ 50%, ชำระคืนเงินกู้ 35%, และซื้อเครื่องจักร 15%
การจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (ถ้ามี) ไม่มี
ประเภทกิจการและลักษณะการดำเนินงาน
ให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งแบบครบวงจรในงานระบบจำหน่ายไฟฟ้า ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง ? สถานีไฟฟ้าย่อย งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล งานด้านอนุรักษ์พลังงาน งานก่อสร้าง
เสาโทรคมนาคม รวมทั้ง ผลิตและจำหน่ายเสาโครงเหล็กสำหรับระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ระบบโทรคมนาคม และป้าย
โฆษณา Bill Board ภายใต้เครื่องหมายการค้าเด็มโก้
บริษัทสามารถแบ่งลักษณะของงานที่ให้บริการออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่
1. งานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ได้แก่ งานออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งแบบครบวงจรในงานสถานีไฟฟ้าย่อย
ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และระบบจำหน่ายไฟฟ้า
2. งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล เริ่มตั้งแต่การออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และบริการติดตั้งงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ
วิศวกรรมเครื่องกล โดยเริ่มจากการเสนอให้บริการในระบบปรับอากาศสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และขยายขอบเขต
การให้บริการอย่างต่อเนื่องครอบคลุมระบบระบายอากาศ ห้องทำความเย็น ระบบควบคุมอุณหภูมิความชื้น ระบบประปา
สุขาภิบาลและระบบท่อต่างๆ โดยบริษัทสามารถให้บริการในงานระบบที่ครบวงจรและเบ็ดเสร็จภายในบริษัทเดียวเช่นกัน
3. งานด้านเสาโทรคมนาคม เริ่มจากการผลิตและติดตั้งเสาโทรคมนาคมให้แก่ลูกค้าที่ต้องการติดตั้งระบบสื่อสาร
ชนิดใช้เสาโครงเหล็กทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Operator) และผู้ที่ชนะ
การประมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการติดตั้งสายเคเบิ้ลใยแก้ว ด้วยวิธี Blowing
Method ซึ่งถือว่าเป็น 1 ใน 2 บริษัท ในประเทศไทยที่มีการให้บริการติดตั้งสายเคเบี้ลใยแก้วด้วยวิธีดังกล่าว
4. งานผลิตและจำหน่ายเสาโครงสร้างเหล็ก มีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อผลิตอุปกรณ์ยึดจับบนเสาไฟฟ้า (Hardware)
ใช้ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า และต่อมาได้ผลิตเสาโครงเหล็กเพื่อใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า ได้แก่ ระบบสายส่ง ระบบจำหน่าย
และสถานีไฟฟ้าย่อย ซึ่งงานบางส่วนต้องใช้เสาโครงเหล็กเป็นส่วนประกอบ และต่อมาโรงงานได้เพิ่มสายการผลิตเสา
โทรคมนาคม และเสาวิทยุสื่อสาร ซึ่งใช้หลักพื้นฐานการผลิตที่คล้ายคลึงกับเสาโครงเหล็กที่ใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า
นอกจากนี้บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเสาโครงเหล็กไปสู่กลุ่มลูกค้าโฆษณากลางแจ้ง (Outdoor Advertising) โดย
รับทำป้ายโฆษณาที่ใช้เสาโครงเหล็กขนาดใหญ่
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต ผลิตภัณฑ์โครงเหล็กรวม 6,000 ตันต่อปี โดยมีโรงงานอยู่ 1 แห่งที่จังหวัดลพบุรี
คลังสินค้า 1 แห่งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี
5. งานด้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบจำหน่าย ระบบสายส่ง และสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
และอุปกรณ์ไฟฟ้ามาตรฐานทุกประเภท นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินธุรกิจจัดซื้อ อุปกรณ์เครื่องกล อุปกรณ์ก่อสร้าง และ
อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท เพื่อจำหน่ายไฟยังบังคลาเทศ ประเทศในแถบเอเซีย และเอเชียตะวันออกกลาง โดยผ่านบริษัทย่อย
ของบริษัท คือ บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด
6. งานด้านอนุรักษ์พลังงาน ปัจจุบัน บริษัทได้เข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงานของรัฐบาล โดยทำหน้าที่ศึกษา
วางแผน ติดตั้ง ออกแบบ ในการประหยัดพลังงานให้แก่หน่วยงานราชการ และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้
เนื่องจากบริษัทเพิ่งเริ่มเข้าสู่ธุรกิจด้านอนุรักษ์พลังงาน บริษัทจึงได้ว่าจ้างบริษัท จีเนียสเทค จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ด้านอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้ดำเนินงานในโครงการที่บริษัทได้ผู้รับงาน โดยเป็นสัญญาว่าจ้างในลักษณะงานต่องาน
หากบริษัทมีความเชี่ยวชาญในงานด้านอนุรักษ์พลังงานแล้ว บริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการให้บริการดังกล่าวเองทั้งหมด
- ช่องทางการจัดจำหน่าย
ในการรับงานของบริษัทมีทั้งการเป็นผู้รับเหมาโดยตรงจากผู้ว่าจ้างและผ่านการรับเหมาช่วง ตลอดช่วง 3 ปีที่
ผ่านมาสัดส่วนการรับงานตรงจากผู้ว่าจ้างมีสัดส่วนมากที่สุด คือ ร้อยละ 87 และร้อยละ 88 ของมูลค่างานบริการรวม
ในปี 2548 และ 9 เดือนแรกของปี 2549 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการรับงานตรงจากลูกค้า เป็นงานประเภท
วิศวกรรมระบบไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของบริษัท เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจวิศวกรรมระบบ
ไฟฟ้า ทำให้บริษัทมีข้อเสนอทางด้านเทคนิค ด้านราคา และเงื่อนไขการชำระเงินที่ดี
สำหรับการรับเหมาช่วงนั้น มักเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีขอบเขตการทำงานทั้งโครงการมากกว่าการทำธุรกิจ
ของบริษัท หรือมีมูลค่างานสูงเกินกว่าที่บริษัทจะรับงานได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ใช้ช่องทางการรับเหมาช่วงนี้
เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าและช่องทางการจำหน่าย ที่ผ่านมา บริษัทได้รับงานเหมาช่วงจากงานด้านโทรคมนาคมเป็น
หลัก โดยรับงานจากผู้ได้รับการคัดเลือกจากลูกค้า เช่น บริษัท ซีเมนส์ จำกัด (ผู้ได้รับการคัดเลือกจาก BFKT ให้เป็น
ผู้ติดตั้งเสาโทรคมนาคมของ HUTCH) บริษัท โมโตโรล่า จำกัด (ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ติดตั้งระบบ CDMA จาก
HUTCH) บริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้วางระบบ CDMA ของ บมจ.
กสท.โทรคมนาคม) เป็นต้น
- โครงสร้างรายได้
หน่วย: ล้านบาท
ประเภทรายได้ 2546 2547 2548 9 เดือนแรกปี 2549
มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า %
รายได้งานบริการ
1. งานวิศวกรรมไฟฟ้า 162.20 42 193.80 32 968.16 63 645.16 61
2. งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 22.41 6 21.29 3 140.39 9 125.00 12
3. งานเสาโทรคมนาคม 52.62 14 116.15 19 93.33 6 19.39 2
4. งานอื่นๆ
- งานก่อสร้างโยธา 44.39 11 96.51 16 45.70 3 3.81 0.4
- งานอนุรักษ์พลังงาน 0 0 0.88 0 3.62 0 1.43 0.1
รวมรายได้งานบริการ 281.61 73 428.64 70 1,251.18 82 794.79 76
รายได้จากการขาย
1. จำหน่ายเสาโครงเหล็ก 61.99 16 117.07 19 186.21 12 207.05 20
2. จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า 29.24 8 31.04 5 65.78 4 27.77 3
รวมรายได้จากการขาย 91.23 24 148.11 24 252.00 16 234.82 22
รายได้อื่น 15.35 4 33.74 6 29.35 2 21.08 2
รวมรายได้ 388.19 100 610.49 100 1,532.53 100 1,050.68 100
ที่มา: บริษัท
หมายเหตุ: การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัท พิจารณาจากงบการเงินเฉพาะของบริษัท เนื่องจากในปี 2547 บริษัท
ได้มีการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทโดยการขายและปิดกิจการบริษัทร่วม/ย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ
บริษัท โดยปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อย เพียง 1 แห่ง คือ บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีผลการ
ดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่ไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่องบการเงินของบริษัท และบริษัท
อยู่ระหว่างจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด
จากตารางข้างต้น จะพบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และ 9 เดือนแรกปี 2549 โครงสร้างรายได้หลักๆ ของบริษัทมา
จากงานวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย งานก่อสร้างระบบจำหน่าย และงานก่อสร้างสายส่ง
อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์การทำงานของทีมงานวิศวกรของบริษัทที่มีมานานกว่า 20 ปี ทำให้บริษัทสามารถพัฒนา
และกระจายลักษณะงานไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่ยังคงใช้พื้นฐานความชำนาญทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นงานระบบ
ไฟฟ้าและเครื่องกล หรืองานโทรคมนาคม ที่มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
- สัดส่วนฐานลูกค้าที่เป็นภาครัฐกับภาคเอกชน
บริษัทสามารถแบ่งลักษณะลูกค้าได้เป็น 2 ประเภท คือ 1) ลูกค้าภาคเอกชน ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม ผู้ผลิต
กระแสไฟฟ้าอิสระทั้ง IPP และ SPP นิคมอุตสาหกรรม และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น 2) ลูกค้าภาครัฐ ได้แก่
หน่วยงานราชการและองค์กรรัฐวิสาหกิจ โดยมีสัดส่วนมูลค่าการให้บริการสำหรับระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และ 9 เดือนแรก
ปี 2549 ดังนี้
มูลค่า : ล้านบาท
ประเภท 2546 2547 2548 9 เดือนแรกปี 2549
มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า % มูลค่า %
ภาคเอกชน 185.43 66 277.60 65 584.02 47 595.96 75
ภาครัฐ 96.18 34 151.02 35 667.17* 53 198.83 25
รวม 281.61 100 428.63 100 1,251.18 100 794.79 100
ที่มา: บริษัท
หมายเหตุ : เป็นงานที่ได้รับจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 626 ล้านบาท
- โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 บริษัทมีงานที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการทั้งสิ้น 1,619.76 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด
กำหนดส่งมอบดังตารางต่อไปนี้
ประเภทโครงการ ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551
จำนวนโครงการ มูลค่า จำนวนโครงการ มูลค่า จำนวนโครงการ มูลค่า
(โครงการ) (ล้านบาท) (โครงการ) (ล้านบาท) (โครงการ) (ล้านบาท)
งานวิศวกรรมไฟฟ้า 39 236.19 8 1,231.75 1 112.40
งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 11 15.72 - - - -
เสาโทรคมนาคม 8 23.12 - - - -
งานก่อสร้างโยธา 1 0.20 - - - -
งานอนุรักษ์พลังงาน 2 0.38 - - - -
รวม 60 275.61 8 1,231.75 1 112.40
ทั้งนี้ โครงการหลักในงานแต่ละประเภท ได้แก่
รายชื่อโครงการ มูลค่าโครงการที่เหลืออยู่
ณ 30 กันยายน 2549
(ล้านบาท)
งานวิศวกรรมไฟฟ้า
- งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยของกฟภ. 5 สถานี 725.72
- งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยโครงการ บริษัทในกลุ่ม บมจ.ปตท. 275.00
- งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยของบจก. โรจนะเพาเวอร์ 246.96
- งานก่อสร้างระบบสายส่งบมจ.กฟผ. (งาน consortium กับ Cobra) 108.76
งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 5.76
- โครงการ PTT Utility 4.09
งานเสาโทรคมนาคม
- โครงการบมจ.แอดวานส์ อินโฟร์ เซอวิส 13.23
- โครงการหัวเหว่ย 6.21
โดยในปัจจุบัน ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นไปตามกำหนดการที่บริษัทได้วางไว้
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ถ้ามี)
บริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในส่วนของบ่อชุบสังกะสีที่โรงงานลพบุรี และไม่มีประวัติการกระทำ
ความผิดตามกฎระเบียบเรื่องสิ่งแวดล้อมกับหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้บริษัทได้ปฏิบัติตามระเบียบของกรมโรงงาน
อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัด และข้อกำหนดขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งบริษัทได้ผ่านการตรวจสอบของ
คณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบลประจำปี 2549 แล้ว
สรุปสาระสำคัญของสัญญา สรุปสัญญาร่วมกันทางการค้า
คู่สัญญา บริษัท เด็มโก้ จำกัด (บริษัทฯ) กับ หจก. บางแสนมหานคร
วันที่ทำสัญญา 15 สิงหาคม 2548
วัตถุประสงค์ ประมูลงานจ้างเหมาร้อยสายเคเบิลใต้ดินแรงดันสูง 22 เควี พร้อมออกแบบและติดตั้ง Compact
Unit Substation บริเวณ ถ.พัทยา ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่าโครงการประมาณ 93 ล้านบาท
สัดส่วนงาน สำหรับโครงการมูลค่าทั้งสิ้น 93 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- บริษัทเป็นผู้ออกแบบและติดตั้ง Compact Unit Substation ซึ่งมีมูลค่างาน 88 ล้านบาท
- หจก. บางแสนมหานคร เป็นผู้ดำเนินการร้อยสายไฟฟ้าในท่อ ซึ่งมีมูลค่างาน 5 ล้านบาท
ความรับผิดชอบ - หจก.บางแสนมหานคร ยอมเป็นลูกหนี้ต่อเจ้าของโครงการ ในส่วนที่เป็นค่าแรงงานในการ
ร้อยสายในท่อเท่านั้น
- บริษัทยอมเป็นลูกหนี้ต่อเจ้าของโครงการ ในส่วนที่เหลือทั้งหมด เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าขนส่ง
ค่าควบคุมงาน ค่าเบ็ดเตล็ด และค่าแรงงานอื่นๆ นอกเหนือจากค่าแรงงานในการร้อยสายไฟฟ้า
ในท่อ
- บริษัทและผู้ร่วมทุนจะมีภาระความรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างแบบร่วมกัน (Joint and Several)
ข้อตกลงด้านการเงิน - หจก.บางแสนมหานคร จะรับผิดชอบต่อกำไร หรือขาดทุนที่เกิดจากงานส่วนที่เป็นค่าแรง
ในการร้อยสายไฟฟ้าในท่อเท่านั้น
- บริษัทจะรับผิดชอบต่อกำไร หรือขาดทุน ในส่วนที่เหลือทั้งหมดเช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์
ค่าขนส่ง ค่าควบคุมงาน ค่าเบ็ดเตล็ด และค่าแรงงานอื่นๆ นอกเหนือจากค่าแรงงานใน
การร้อยสายไฟฟ้าในท่อ
ระยะเวลาก่อสร้าง - กุมภาพันธ์ 2549 - มีนาคม 2550
คู่สัญญา บริษัท เด็มโก้ จำกัด (บริษัท) กับ Cobra Instalacionesy Servicios, S.A. (Cobra)
วันที่ทำสัญญา 1 ธันวาคม 2548
วัตถุประสงค์ ประมูลงานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 เควี ระหว่างสถานีไฟฟ้าสงขลา 2 - สถานีไฟฟ้า
หาดใหญ่ 2 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยมูลค่าโครงการ ประมาณ 137.46 ล้านบาท
ความรับผิดชอบ - Cobra รับผิดชอบในการจัดหาอุปกรณ์ส่วนต่างประเทศได้แก่ ลูกถ้วย อุปกรณ์ต่อสายดิน
สายใยแก้วนำแสงบรรจุภายในสายดิน
- บริษัท จัดหาวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ค่าขนส่ง งานโยธา และงานติดตั้งอุปกรณ์
- บริษัทและผู้ร่วมทุนจะมีภาระความรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างแบบร่วมกัน (Joint and Several)
สัดส่วนงาน สำหรับโครงการมูลค่าทั้งสิ้น 137 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- บริษัทเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งมีมูลค่างาน 113 ล้านบาท
- Cobra เป็นผู้รับผิดชอบในส่วนการจัดหาอุปกรณ์ต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่างาน 24 ล้านบาท
ข้อตกลงด้านการเงิน - ตามส่วนที่แต่ละฝ่ายรับผิดชอบ
ระยะเวลาก่อสร้าง - พฤษภาคม 2549 - พฤษภาคม 2550
การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (ถ้ามี) ไม่มี
การให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการจัดการ ไม่มี
โครงการดำเนินงานในอนาคต (ถ้ามี)
โครงการในอนาคตของบริษัทจะประกอบด้วย
1. โครงการที่บริษัทชนะการประมูลและรอลงนามในสัญญา (ระหว่างวันที่ 30 ส.ค. 2549 ? 31 ต.ค. 2549
และรอการลงนามในสัญญา) มูลค่า 18.85 ล้านบาท
2. โครงการที่บริษัทได้ยื่นประมูลหลังวันที่ 31 ตุลาคม 2549 และยังไม่ทราบผลการประมูล มูลค่า 322.79 ล้านบาท
3. ณ ปัจจุบัน โรงงานมีกำลังผลิตเสาโครงเหล็ก คิดเป็นน้ำหนัก 6,000 ตันต่อปี ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างขยายโรงงาน
และเพิ่มโรงชุบสังกะสี เพื่อขยายกำลังผลิตเป็น 12,000 ตันต่อปี
รายการระหว่างกัน หน่วย: บาท
บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ลักษณะรายการ มูลค่ารายการ
ปี 2548 9 เดือน ปี 2549
ลักษณะการประกอบธุรกิจ/ความสัมพันธ์
1. บริษัท เด็มโก้ พัฒนา พาณิชย์ จำกัด - ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 166,320 -0-
ดำเนินธุรกิจ ขายสินค้าปลีกมินิมาร์ท - รายได้จากการให้บริการ 84,607 -0-
- บุตรของนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการ - ค่าใช้จ่ายสำนักงาน 30,204 -0-
และผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็นกรรมการและ / หรือผู้ถือหุ้นของ - กำไรจากการขายสินทรัพย์ 57,019 -0-
บริษัทดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้น 31.80%
- บุตรของนายประเดช กิตติอิสรานนท์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ
และผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท
ดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้น 17.80%
- บุตรของนายสุวัฒน์ จรดล ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทเป็น
ผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้น 8.16%
2. บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด - รายได้อื่น ๆ (ค่าเช่าสำนักงาน) 72,000 54,000
ดำเนินธุรกิจจัดซื้ออุปกรณ์สายส่งไฟฟ้า และเสาโทรคมนาคม - เงินประกันและเงินมัดจำล่วงหน้า 8,000 8,000
เพื่อจำหน่ายไปยังประเทศบังคลาเทศ
- เป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 50.49
3. คุณ ประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ - เงินกู้ ณ ต้นงวด +10,000,000 +8,000,000
- มีความสัมพันธ์กับบริษัท โดยเป็นประธานกรรมการ - ชำระคืนเงินกู้ระหว่างงวด -10,000,000 -8,000,000
และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท - เงินกู้ ณ สิ้นงวด -0- -0-
- รายการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ - ดอกเบี้ยจ่าย 235,149 35,979
บริษัทในขณะนั้น และมีความสมเหตุสมผล เนื่องจาก
เป็นการกู้ยืมที่ไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยเป็นอัตราที่
ต่ำกว่าที่บริษัทเสียให้กับธนาคาร ดังนั้น จึงเป็นการกู้ยืม
ที่ได้ประโยชน์มากกว่าเกณฑ์ปกติ
4. บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด - รายได้ค่าบริการ งานระบบไฟฟ้า 1,390,540 780,000
ดำเนินธุรกิจสิ่งพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ แสงสว่างภายในอาคาร
- คุณประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของ
บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น
(สัดส่วน 30.51%) ของ บมจ. เด็มโก้
5. คุณสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์ - ค่าที่ปรึกษา 540,000 270,000
- คุณสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์ เป็นผู้ถือหุ้นสัดส่วน 12.5% ของ
บมจ.เด็มโก้ และเป็นสามีของคุณประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์
กรรมการและผู้ถือหุ้นสัดส่วน 30.51% ของ บมจ. เด็มโก้
- รายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากคุณสวาสดิ์
ปุ้ยพันธวงศ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในรัฐวิสาหกิจ
ที่เกี่ยวข้องกับงานระบบไฟฟ้า ดังนั้น จึงเป็นผู้มีความรู้
ความสามารถในด้านเทคนิคระบบไฟฟ้า รวมถึงการวางแผน
การตลาดและแนะนำลูกค้าให้แก่บริษัท
6. บริษัท จีเนียสเทค คอนทิเนนทัล จำกัด - ค่าจ้างการวิเคราะห์อาคารควบคุม 2,812,190 287,850
ดำเนินธุรกิจการรับเหมาก่อสร้างอาคาร อาคารพาณิชย์ - รายได้อื่นๆ -0- 2,000
และงานก่อสร้างอย่างอื่นทุกชนิด รวมถึงการให้บริการ
ด้านงานอนุรักษ์พลังงาน
- คุณวรุฒน์ จรดล กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท
จีเนียสเทค คอนทิ- เนนทัลจำกัด เป็นหลานของ
คุณสุวัฒน์ จรดล กรรมการและผู้ถือหุ้น 7.38%
ของบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
- รายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากบริษัท
เพิ่งเริ่มเข้าสู่ธุรกิจด้านอนุรักษ์พลังงานและยังไม่มี
ความชำนาญ จึงว่าจ้างให้ จีเนียสเทค ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เป็นผู้ดำเนินงานโดยในอนาคตหากบริษัทมีความเชี่ยวชาญ
ในงานด้านอนุรักษ์พลังงานแล้วบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการ
ให้บริการดังกล่าวเอง นอกจากนี้ กำไรที่บริษัทได้รับระหว่าง
บริษัทกับบจก. จีเนียสเทคจากส่วนต่างของสัญญาระหว่าง
บริษัทกับผู้ว่าจ้างและสัญญาคอนทิเนนทัล ร้อยละ 20 ถือว่า
อยู่ในเกณฑ์ปกติ
7. บริษัท เฮอร์ลิเทจ เฮ้าส์ จำกัด - เงินให้กู้ยืม
ดำเนินธุรกิจก่อสร้าง ยอดเงินกู้ ณ ต้นงวด +500,000 +500,000
- พันธมิตรทางการค้ากับบริษัทเพื่อร่วมกันจัดตั้ง หัก ค่าเผื่อหนี้สูญ -500,000
บจก. เด็มโก้-เฮอร์ลิเทจแลนด์ ในปี 2545 ยอดสุทธิ -0-
โดยปัจจุบัน บจก. เด็มโก้-เฮอร์ลิเทจ แลนด์ เลิกกิจการ
และชำระบัญชีแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2547
- บริษัทไม่มีกรรมการหรือผู้บริหารเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็น - รับชำระคืนเงินกู้ -200,000
ผู้มีอำนาจควบคุมในบจก. เฮอร์ริเทจ เฮ้าส์ ยอดเงินกู้ค้างชำระ +300,000
หัก ค่าเผื่อหนี้สูญ 300,000
ยอดสุทธิ -0-
ภาระผูกพัน
รายการทรัพย์สิน ลักษณะกรรมสิทธิ มูลค่าตามบัญชี ภาระผูกพัน
(ล้านบาท)
1. ที่ดิน 3 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ. ปทุมธานี เป็นเจ้าของ 22.64 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนื้อที่ 9-4-8 ไร่ 2.78 วงเงินจำนอง 55.00 ล้านบาท
อาคารสำนักงาน 1 หลังและอาคารเก็บสินค้า รวม 2 หลัง
2. ที่ดิน 2 แปลง ตั้งอยู่ที่ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของ 1.67 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนื้อที่ 0-0-33.3 ไร่ วงเงินจำนอง 10.00 ล้านบาท
พร้อมอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหา 1.36
3. ที่ดิน 4 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี เป็นเจ้าของ 1.95 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนื้อที่ 41-3-18 ไร่ วงเงินจำนอง 17.2 ล้านบาท
พร้อมอาคารโรงงาน อาคาร โรงชุบ บ้านพักคนงาน รวม 9 หลัง 4.35
4. เครื่องจักรใช้ในการตัดเจาะ พับ เชื่อม กลึง ปั๊ม เป็นเจ้าของ 0.48 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
งานเสาโครงเหล็กในโรงงาน 121 รายการ วงเงินจำนอง 10.00 ล้านบาท
(เฉพาะเครื่องจักร 25 รายการ
ซึ่งมีมูลค่าทางบัญชี 4.19 ล้านบาท)
5. ที่ดิน 4 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.แคตก อ.บางไทร เป็นเจ้าของ 3.28 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
จ.พระนครศรีอยุธยา รวมเนื้อที่ 0-8-0 ไร่ วงเงินจำนอง 2 ล้านบาท
6. ที่ดิน 1 แปลง ตั้งอยู่ที่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นเจ้าของ 4.40 ติดภาระจำนองค้ำประกันสินเชื่อ
รวมเนี้อที่ 0-2-61 ไร่ วงเงินจำนอง 3.50 ล้านบาท
ปัจจัยเสี่ยง
1. ความเสี่ยงด้านการพึ่งพาทีมผู้บริหารและวิศวกรระดับตั้งแต่ระดับผู้จัดการโครงการขึ้นไป
เนื่องจากธุรกิจของบริษัทต้องอาศัยความรู้ ความสามารถของบุคลากร บริษัทลดความเสี่ยงด้วยการจัดให้มีสวัสดิการ
และมาตรการจูงใจ เช่น กำหนดให้มีประกันสุขภาพพนักงาน ให้ทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ รวมถึงมีการกระจายอำนาจการ
บริหารงานในรูปคณะกรรมการบริหาร เพื่อลดการพึ่งพิงบุคคลากรเป็นรายบุคคล
2. ความเสี่ยงจากความไม่สม่ำเสมอของรายได้
ความเสี่ยงในการให้บริการที่มีลักษณะเป็นโครงการ ไม่ใช่เป็นสัญญาว่าจ้างทำงานระยะยาว ดังนั้น ความต่อเนื่องใน
กระแสรายได้ของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการชนะประมูลหรือได้รับเลือกเข้าทำงานในแต่ละโครงการ บริษัทมี
นโยบายที่จะลดความเสี่ยงเรื่องความสม่ำเสมอของรายได้ด้วยการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะการ
ประมูลงานมากขึ้น เช่น การเป็นผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้า และขยายฐานไปยังธุรกิจที่ต่อเนื่อง เช่น การให้บริการบำรุงรักษาระบบ
และอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้าและสายส่งแรงสูง
ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้า จากการให้บริการและขายสินค้าให้แก่ลูกค้าทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งผลการ
ดำเนินงานของบริษัทจะขึ้นอยู่กับการขยายการลงทุน/การเติบโตของลูกค้าในแต่ละประเภทรวมถึงความสามารถและสภาวะ
การแข่งขันในการประมูลงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายในการรักษาสัดส่วนรายได้งานบริการจากภาครัฐและ
ภาคเอกชนให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้า และเพื่อรักษาระดับอัตราการเติบโตของ
รายได้ของกิจการ และระดับอัตรากำไรที่เหมาะสม
ความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งอาจมีผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณการลงทุน และ
บรรยากาศการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนขยายการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้าง
โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาวะธุรกิจให้บริการออกแบบ จัดหา และบริการติดตั้งงานระบบวิศวกรรม
ไฟฟ้า และงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา 3 ปี (2546-2548) กลุ่มลูกค้าของบริษัท กึ่งหนึ่งเป็นหน่วยงาน
ภาครัฐ (การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค และต้องจัดให้มีปริมาณ
สำรองกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้น ความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองจะมีผลกระทบต่อบริษัท
ในฐานลูกค้าภาคเอกชนตามวงจรเศรษฐกิจแต่สำหรับฐานลูกค้าภาครัฐจะมีผลกระทบไม่มากนัก
3. ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
ความเสี่ยงจากการการดำเนินโครงการล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดตามสัญญา โดยความล่าช้าของโครงการอาจจะ
เป็นผลมาจากเจ้าของโครงการเอง หรือมาจากการว่าจ้างผู้รับเหมาช่วง หรือจากการทำงานของบริษัท กรณีความล่าช้าเกิด
จากเจ้าของโครงการ บริษัทจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากเจ้าของโครงการ ส่วนความล่าช้าที่เกิดจากผู้รับเหมาช่วง บริษัท
จะเข้าควบคุมการทำงานโดยเป็นผู้จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ หรือ จัดหาผู้รับเหมาช่วงรายอื่นเข้าทำงานแทน โดยผู้รับเหมาช่วง
รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาวัสดุและอุปกรณ์ เนื่องจากธุรกิจของบริษัทต้องเสนอราคารับเหมาแบบ
ตายตัวตั้งแต่เริ่มประมูลงานจนกระทั่งงานติดตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวราคาของวัสดุและอุปกรณ์ อาจ
มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนในการติดตั้งของโครงการสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ
บริษัทจะได้รับการยืนยันราคาจากผู้ขายในระหว่างประมูลงาน และเมื่อได้รับสัญญา บริษัทจะจัดทำคำสั่งซื้อให้ผู้ขาย เพื่อ
ควบคุมต้นทุนให้คงที่ ส่วนการซื้อวัสดุทั่วไป บริษัทจะรวบรวมปริมาณสั่งซื้อจากหลายๆ โครงการ เพื่อให้มีอำนาจต่อรอง
ที่สูงขึ้น
ความเสี่ยงจากการควบคุมและบริหารจัดการ เนื่องจากการให้บริการออกแบบ จัดหาก่อสร้างและติดตั้งงานระบบ
จำหน่ายไฟฟ้า งานสถานีไฟฟ้าย่อย งานก่อสร้างสายส่งและงานโทรคมนาคมในแต่ละโครงการจะแยกกระจัดกระจายไป
ตามพื้นที่ของลูกค้า ปัญหาในเรื่องของการละเลยขาดความเอาใจใส่ในงาน เป็นปัญหาที่พบได้โดยทั่วไปสำหรับบริษัท
ผู้รับเหมาอื่นๆ บริษัทได้วางมาตรการให้มีกลุ่มวิศวกรผู้บริหาร เป็นผู้ดูและตรวจสอบการบริหารจัดการโครงการอีกชั้นหนึ่ง
เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
4. ความเสี่ยงด้านเงินทุนหมุนเวียน
บริษัทจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนประมาณร้อยละ 10-15 ของมูลค่างานแต่ละโครงการ เพื่อใช้ในขั้นตอน
การประมูลงาน การเตรียมงาน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนที่จะได้รับชำระเงินจากผู้ว่าจ้างตามสัญญา หาก
ขาดการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ดี หรือมีการเปลี่ยนแปลงการชำระเงิน อาจส่งผลต่อการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ
หรือความสามารถในการได้รับงานใหม่หรือการขยายธุรกิจของบริษัท อนึ่ง ที่ผ่านมาในปี 2548 ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัท
เป็นลูกค้าภาครัฐ บริษัทจึงไม่ประสบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงการชำระเงินของผู้ว่าจ้างมากนัก อีกทั้งบริษัทได้มีการ
ตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ว่าจ้างก่อนการยื่นประมูลงาน และมีการเจรจาเพื่อให้เงื่อนไขในการชำระเงินมีความ
รัดกุมและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท นอกจากนี้ บริษัทมีสัญญาวงเงินเชื่อกับธนาคารที่สามารถเบิกใช้ได้ตลอดการดำเนินงาน
ในโครงการ บริษัทจึงมีสภาพคล่องที่เพียงพอ
5. ความเสี่ยงจากการเข้าร่วมในกิจการค้าร่วม (Consortium)
ในกรณีที่บริษัทได้เข้าร่วมในกิจการร่วมค้ากับผู้ร่วมทุนภายนอกเมื่อบริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าหรือต้องการ
ประมูลงานที่มีมูลค่าโครงการสูงขึ้น ซึ่งบริษัทและผู้ร่วมทุนจะมีภาระความรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างแบบร่วมกัน (Joint and
Several) ในกรณีที่ผู้ร่วมทุนในกิจการค้าร่วมไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่หรือดำเนินการตามที่ระบุในสัญญาได้ บริษัท
อาจต้องปฏิบัติหน้าที่ส่วนดังกล่าวแทนหรืออาจต้องลงทุนเพิ่มเติมหรือชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้
ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ร่วมทุนก่อนร่วมดำเนินการอย่างเข้มงวดและจะเลือกผู้ร่วมทุนที่มีสถานะทางการเงินและ
ความสามารถในการทำงานที่ไม่ด้อยไปกว่าบริษัท
6. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
เนื่องจากในการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ในการดำเนินงานบางส่วน จำเป็นต้องสั่งซื้อวัสดุและอุปกรณ์จากต่างประเทศ
โดยที่ผ่านมาบริษัทมีการสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ มูลค่ารวม USD 5,230,770 ทำให้บริษัทอาจมีความเสี่ยงด้าน
อัตราแลกเปลี่ยน บริษัทกำหนดนโยบายให้มีการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) ทั้งจำนวน และการ
ให้ผู้ว่าจ้างเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้ผู้ขายโดยตรง
7. ความเสี่ยงจากการลดลงของราคาหุ้นภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งนี้ อันเนื่องมาจากการเสนอขาย
ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทต่อกรรมการ และพนักงาน ของบริษัทซึ่งมีราคาการใช้สิทธิที่ต่ำ
กว่าราคาเสนอขายครั้งนี้ โดยมีผลกระทบต่อราคาหุ้นโดยคำนวณจากราคาที่เสนอขายกับประชาชน (Price Dilution) เท่ากับ
ร้อยละ 1.56 ของทุนชำระแล้วหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน และมีผลกระทบต่อสิทธิออกเสียง (Control Dilution)
เท่ากับร้อยละ 2.33 ของทุนชำระแล้วหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน
8. ความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ความเสี่ยงที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท หรือมิอาจควบคุมได้ หรือภัยพิบัติตามธรรมชาติ
เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ อุทกภัย วาตภัย เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้ลดความเสี่ยงเหล่านี้ โดยกำหนดไว้ในสัญญาของโครงการเป็น
ข้อยกเว้นที่จะต้องรับผิดชอบ และสำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูงหรือโครงการของหน่วยงานภาครัฐ บริษัทบริษัทจะจัดทำ
ประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงทุกประเภท (Insurance for all risk)
กรณีพิพาท
ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 บริษัทไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายซึ่งบริษัทเป็นคู่ความหรือคู่กรณีที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหาย
ต่อบริษัทสูงกว่าร้อยละ 5 ของส่วนของผู้ถือหุ้น และไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนิน
ธุรกิจของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
จำนวนพนักงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 จำนวน 375 คน
ประวัติความเป็นมาโดยสรุป
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2535 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น
ที่ 6 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน 2535 และมีการเพิ่มทุนอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบันมี
ทุนจดทะเบียน 215 ล้านบาท โดยเป็นส่วนทุนชำระแล้ว 210 ล้านบาท การก่อตั้งบริษัทเกิดขึ้นจากกลุ่มวิศวกรระบบไฟฟ้า
ที่มีประสบการณ์ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า ทั้งทางด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย และงานระบบสายส่งไฟฟ้า
แรงสูงมามากกว่า 20 ปี นำโดยนายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทในปัจจุบัน เพื่อประกอบธุรกิจให้
บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งงานระบบจำหน่ายไฟฟ้า งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย งานระบบสายส่งไฟฟ้า
แรงสูง และงานโทรคมนาคม รวมทั้งการผลิตเสาโครงเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสอดคล้องกับการเจริญเติบโต
ของเศรษฐกิจและการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศ ในปี 2547 บริษัทได้ปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ โดยการจำหน่าย
เงินลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริษัท จำนวน 4 บริษัท และปิดกิจการอีก 2 บริษัท ส่งผลให้
บริษัทคงเหลือบริษัทย่อยเพียงบริษัทเดียว คือ บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด
ประวัติการเปลี่ยนแปลงของบริษัทที่สำคัญ มีดังต่อไปนี้
ปี 2537 : โรงงานผลิตเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์จับยึดได้เริ่มเปิดดำเนินการ โดยได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นอกจากนี้ บริษัทชนะการประมูลงานงานออกแบบ จัดหา และติดตั้ง
งานระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22-33 เควี ในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งถือว่าเป็น
งานแรกของบริษัท
ปี 2538 : โรงงานได้เปิดบ่อชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อนขนาด 1.2 x 4.0 x 1.5 เมตร เพื่อใช้ชุบงานเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์
จับยึดที่โรงงานผลิต นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มขยายงานสู่ภาคเอกชนมากขึ้น โดยโครงการแรก ได้แก่งานก่อสร้าง
สถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 115/22 เควี ของบจก. ฮอนด้า คาร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จ. อยุธยา และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ
จ. อยุธยา นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานวางระบบและติดตั้งไฟฟ้าแรงต่ำในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น บจก.
สยามลวดเหล็ก (บริษัทในเครือบมจ. ปูนซิเมนต์ไทย) บจก. ยูเอ็มซี จ. ชลบุรี และบจก. ไทยน้ำทิพย์ เป็นต้น
ปี 2539 : บริษัทเริ่มรับงานออกแบบและติดตั้งระบบทำความเย็นให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานราชการ เช่น
โรงงานหล่อดอกยางเครื่องบิน จ. สระบุรี อาคารสถานีศูนย์ฝึกอบรมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ที่ อ. บางปะกง
จ. ชลบุรี
ปี 2540 : บริษัทเริ่มงานระบบเคเบิ้ลใต้ดินเป็นครั้งแรก ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในบริเวณ
เขื่อนศรีนครินทร์ จ. กาญจนบุรี และงานสายส่ง 115 เควี เป็นครั้งแรกให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
และบริษัทเอกชนต่างๆ เช่น บจก. อมตะ เอ็กโก้ พาวเวอร์ เป็นต้น
ปี 2541 : บริษัทได้รับเหมางานติดตั้งครบวงจร (Turnkey Basis) การก่อสร้างสถานีไฟฟ้า แรงดัน 230 เควี เป็นแห่งแรก
กับบจก. ผลิตไฟฟ้าขนอม (บริษัทในเครือบริษัทผลิตไฟฟ้าของกฟผ.)
ปี 2544 : บริษัทเริ่มรับงานการจัดหา ก่อสร้างฐานราก ติดตั้งเสาโทรคมนาคม พร้อมอุปกรณ์สื่อสาร เช่น ชุด Antenna
ชุดจาน Microwave ให้แก่หน่วยงานราชการและเอกชน เช่น กฟภ. กรมการปกครอง บมจ. โทเทิล แอคเซส
แอนด์คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บจก. อัลคาเทล และบจก. โมโตโลร่า (ประเทศไทย) ในโครงการ TA Orange เป็นต้น
ปี 2545 : บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนกับนายเอ็ง ไมรเล็ค อาลี ก่อตั้งบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน
2 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.49 เพื่อดำเนินธุรกิจจัดซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำและแรงดันสูง
ทุกประเภท อุปกรณ์สายส่งไฟฟ้า และสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งประเทศบังคลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ของ นายเอ็ง ไมรเล็ค อาลี
ปี 2546 : บริษัทได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
นอกจากนี้ หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ได้ว่าจ้างบริษัทเป็นที่ปรึกษาทางด้านการอนุรักษ์พลังงาน เช่น
มหาวิทยาลัยราชภัฎ ลำปาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ โรงพยาบาลสวนปรุง จ. เชียงใหม่ เป็นต้น
ปี 2547 : บริษัทเริ่มงานติดตั้งสายเคเบิ้ลใยแก้ว ด้วยวิธี Blowing Method ซึ่งเป็นวิธีติดตั้งแบบใช้ลมอัดในการลากสายเคเบิ้ล
ใยแก้วขึ้นเป็นครั้งแรกให้แก่ โครงการวางท่อแก๊ส ไทย-มาเลเซีย ของบริษัท ทรานไทย - มาเลเซีย จำกัด ซึ่งมี
บมจ. ปตท. เป็นผู้ถือหุ้นหลัก ที่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา นอกจากนี้บริษัทได้เริ่มผลิตเสาโฆษณาโครงเหล็กให้แก่
บมจ. มาสเตอร์ แอด
ปี 2547 : บริษัทมีการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ โดยการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ
บริษัท คือ บริษัท เด็มโก้ พัฒนาพาณิชย์ จำกัด, บริษัท เอ็น.อี.ซี คอนครีตอัดแรง จำกัด, บริษัท นำชัยพัฒนา
เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท อนุสรณ์ เซอร์วิส (2004) จำกัด และปิดกิจการบริษัท เด็มโก้-เฮอริเทจ แลนด์ จำกัด
และ บริษัท เด็มโก้-พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวปลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อให้บริษัทมีภาพการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น จาก
การปรับโครงสร้างครั้งนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อยคงเหลือเพียง 1 แห่ง คือ บริษัท อาลี คาตุน
(ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2548 : โรงงานได้รับ ISO 9001: 2000 จากสถาบัน Anglo Japanese American (AJA) Registrars สำหรับระบบคุณภาพ
ในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะประดิษฐ์ (ยกเว้นเฉพาะเครื่องจักรและอุปกรณ์) ชิ้นส่วนจับยึด/รองรับใน
งานไฟฟ้า เสาระบบ สายส่งไฟฟ้า โครงสร้างสำหรับสถานีไฟฟ้า เสาโทรคมนาคมโครงสร้างเหล็กสำหรับป้าย
โฆษณา โครงสร้างเหล็กสำหรับอาคารทั่วไป อุปกรณ์โลหะในงานระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำและแรงสูง
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วจาก 142 ล้านบาท เป็น 160 ล้านบาท โดยการเสนอขายให้แก่
ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (หุ้นละ 100 บาท) เพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ปี 2549 : บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และมีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 160
ล้านบาท เป็น 215 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชน กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท
เงินลงทุนในบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 ปรากฏดังนี้
บริษัทร่วม/บริษัทที่เกี่ยวข้อง หน่วย: ล้านบาท
ประเภทกิจการ
มูลค่าเงินลงทุน
ชื่อบริษัท และลักษณะธุรกิจ ทุนชำระแล้ว ร้อยละของหุ้นที่ถือ ตามราคาทุน
บริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจจัดซื้อ อุปกรณ์, 2 50.49% 1.009
เครื่องกล อุปกรณ์ก่อสร้าง
และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท
เพื่อจำหน่ายไปยังบังคลาเทศ
ประเทศในแถบเอเชีย และ
เอเชียตะวันออกกลาง
หมายเหตุ: คณะกรรมการบริหารได้มีมติในคราวประชุมครั้งที่ 7/2549 เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2549 ให้จำหน่ายเงินลงทุน
ในบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย) จำกัด เนื่องจาก บริษัทดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูง อีกทั้งบริษัท
เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนเป้าหมายตลาดต่างประเทศในส่วนของงานขายอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นกลุ่ม
ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าการดำเนินการขายเงินลงทุนบริษัท อาลี คาตุน (ประเทศไทย)
จำกัด จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2550 ทั้งนี้ การขายเงินลงทุนของใน อาลี คาตุน ไม่มีผลกระทบ
ต่อผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท เนื่องจากผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงิน
ของ อาลี คาตุน ไม่มีนัยสำคัญต่องบการเงินของบริษัท
การเพิ่ม (ลด) ทุนในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา
หน่วย: ล้านบาท
วัน/เดือน/ปี ทุนที่ (ลด) เพิ่ม หลังเพิ่ม (ลด) ทุน หมายเหตุ/วัตถุประสงค์การใช้เงิน
2547 (43) 142 ล้างขาดทุนสะสม
2548 18 160 เป็นเงินทุนหมุนเวียน
2549 55 215 เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ, ชำระคืนเงินกู้, และซื้อเครื่องจักร
รอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม ? 31 ธันวาคม
ผู้สอบบัญชี ชื่อ นายสมชาย คุรุจิตโกศล สำนักงาน บริษัท เอส.เค.แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วิสเซส จำกัด
นายทะเบียนหุ้น บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน)
นโยบายการจ่ายเงินปันผล
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษี และสำรองตามกฎหมาย ทั้งนี้ คณะกรรมการของบริษัทมีอำนาจ
ในการพิจารณายกเว้นไม่ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวได้เป็นครั้งคราว โดยอยู่ภายใต้
เงื่อนไขที่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น เช่น ใช้เป็นทุนสำรองสำหรับการชำระคืนเงินกู้
ใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจของบริษัท หรือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะตลาด ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อกระแสเงินสด
ของบริษัทในอนาคต
บัตรส่งเสริมการลงทุน ไม่มี
จำนวนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปรากฏดังนี้
จำนวนราย จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว
1. ผู้ถือหุ้นสามัญที่เป็น Strategic shareholders
1.1 รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ 0 0 0
1.2 กรรมการ ผู้จัดการ และผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง 15 125 59.5
และบุคคลที่มีความสัมพันธ์
1.3 ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้น > 5 % โดยนับรวมผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย 0 0 0
1.4 ผู้มีอำนาจควบคุม 0 0 0
1.5 ผู้ถือหุ้นที่มีข้อตกลงในการห้ามขายหุ้น 0 0 0
ภายในเวลาที่กำหนด 1/
2. ผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อยที่ถือไม่ต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย 973 85 40.5
3. ผู้ถือหุ้นสามัญที่ถือต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย 0 0 0
รวมผู้ถือหุ้นสามัญทั้งสิ้น (Total Shareholders) 988 210 100.00
1/ หมายเหตุ หมายถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีข้อตกลงการห้ามขายหุ้นภายในกลุ่ม นอกเหนือจากหุ้นที่ต้องนำฝาก Silent Period
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ชื่อ ก่อน IPO หลัง IPO
จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว
(ล้านหุ้น) (ล้านหุ้น)
1. กลุ่มนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์* 68.82 43.01 69.08 32.13
2. กลุ่มนายประเดช กิตติอิสรานนท์* 35.83 22.39 35.83 17.06
3. นายสุวัฒน์ จรดล 10.49 6.56 10.49 5.00
4. บง.กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) 4.09 2.56 4.09 1.95
5. ABN AMRO BANK N.V. - - 4.00 1.90
HONG KONG BRANCH
6. นายไพโรจน์ ศิริรัตน์ 3.52 2.20 3.52 1.68
7. นายพงศักดิ์ ศิริคุปต์ 3.07 1.92 3.07 1.46
8. นายอาคม มานะแก้ว 2.48 1.55 2.48 1.18
9. นายสำเริง แหยงกระโทก 2.03 1.27 2.33 1.10
10. นายประครอง วงษา 2.30 1.44 2.30 1.10
รวม 132.63 82.90 137.19 64.56
*หมายเหตุ: กลุ่มนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประกอบด้วยนางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ และนายสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์
กลุ่มนายประเดช กิตติอิสรานนท์ ประกอบด้วยนายประเดช กิตติอิสรานนท์ นางบุษยา กิตติอิสรานนท์
นางสาวนันทิดา กิตติอิสรานนท์ นางสาวเจนจิรา กิตติอิสรานนท์ และนายกำธร กิตติอิสรานนท์
ผู้ถือหุ้นต่างด้าว ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549
บริษัทมีผู้ถือหุ้นต่างด้าว 9 ราย
ถือหุ้นรวมกัน 4,307,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 2.05 ของทุนจดชำระแล้ว
หมายเหตุ บริษัทมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นต่างด้าวตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 11 ว่า
"หุ้นของบริษัทสามารถโอนได้โดยไม่จำกัด เว้นแต่การโอนหุ้นนั้นเป็นเหตุให้มีคนต่างด้าวถือหุ้นอยู่
ในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 49 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท"
คณะกรรมการ
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ ตำแหน่ง วันที่ดำรงตำแหน่ง
นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานกรรมการ กันยายน 2539
นายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการ สิงหาคม 2536
นายสุวัฒน์ จรดล กรรมการ กุมภาพันธ์ 2536
นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการ กันยายน 2536
นายภูมิชาย หิรัญชัย กรรมการ กรกฎาคม 2535
นายอาคม มานะแก้ว กรรมการ ตุลาคม 2537
พล.อ.เธียร ชนไมตรี กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ เมษายน 2549
นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ เมษายน 2549
นางมณี จารุมนัส กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ เมษายน 2549
คณะกรรมการตรวจสอบ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ดังนี้
ประธานกรรมการตรวจสอบ พล.อ.เธียร ชนไมตรี
กรรมการตรวจสอบ นายสงวน ตังเดชะหิรัญ
กรรมการตรวจสอบ นางมณี จารุมนัส
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ นางสาววรรณฤดี สุวพันธ์
ขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบ
1. คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และรับผิดชอบตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ และให้รายงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัท
2. สอบทานให้บริษัท มีการรายงานทางการเงิน เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีอย่างถูกต้องและเพียงพอ
3. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีความเหมาะสมและมี
ประสิทธิผล
4. สอบทานการปฏิบัติของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
5. พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมถึงพิจารณาเสนอค่าตอบแทนของ
ผู้สอบบัญชี
6. พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิดรายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้ง
ทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องและครบถ้วน
7. จัดทำรายงานกิจกรรมของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
ซึ่งรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้รายงานดังกล่าวควรประกอบด้วยข้อมูล
ดังต่อไปนี้
(ก) ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของบริษัท
ถึงความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้
(ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัท
(ค) เหตุผลที่เชื่อว่าผู้สอบบัญชีของบริษัทเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้ง
(ง) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ
ตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
(จ) รายงานอื่นใดที่เห็นว่าผู้ถือหุ้น และนักลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความ
รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
8. พิจารณาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย และพิจารณาความดีความชอบของ
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ
9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายและคณะกรรมการตรวจสอบเห็นชอบด้วย
วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ประธานกรรมการตรวจสอบ 3 ปี
2. กรรมการตรวจสอบ 3 ปี
(รวมทั้งการแต่งตั้งเพิ่มและถอดถอนจากกรรมการตรวจสอบ)
เงื่อนไขในการรับหลักทรัพย์ (ถ้ามี) ไม่มี
ระยะเวลาห้ามจำหน่ายหุ้น
- ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปที่ถือหุ้นจำนวน 136,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65% ของ
ทุนชำระแล้วหลังเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป ให้คำรับรองต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าจะไม่นำหุ้นจำนวนดังกล่าวออก
จำหน่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน นับแต่วันที่หลักทรัพย์ของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยเมื่อครบ
กำหนดระยะเวลาทุกๆ 6 เดือน ผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้ทยอยขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งห้ามขายได้ใน
จำนวนร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นหรือหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกสั่งห้ามขาย และเมื่อครบกำหนด 1 ปี 6 เดือนสามารถขาย
ส่วนที่เหลือได้ทั้งหมด
- ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์จำนวน 3,412,703 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 68.25% ของจำนวนผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์
ทั้งหมด ให้คำรับรองต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าจะไม่นำใบสำคัญแสดงสิทธิ์จำนวนดังกล่าวออกจำหน่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี
6 เดือน นับแต่วันที่หลักทรัพย์ของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทุกๆ 6 เดือน
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์ดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้ทยอยขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่ถูกสั่งห้ามขายได้ในจำนวนร้อยละ
25 ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ์ทั้งหมดที่ถูกสั่งห้ามขาย และเมื่อครบกำหนด 1 ปี 6 เดือนสามารถขายส่วนที่เหลือ
ได้ทั้งหมด
อื่น ๆ ที่สำคัญ (ถ้ามี) ESOP Warrant
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ได้มีมติอนุมัติให้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อ
หุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 5,000,000 หน่วย เสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท ในราคาเสนอขาย -0-
บาท โดยใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยใบสำคัญ
แสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ โดยมีราคาการใช้สิทธิเท่ากับ 1 บาท ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญ
แสดงสิทธิได้เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดง
สิทธิแต่ละรายทุกๆ ระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้ วันกำหนดใช้สิทธิครั้งแรกจะตรงกับวันที่ 15 ของเดือนที่ใบสำคัญแสดง
สิทธิมีอายุครบ 6 เดือน และวันกำหนดใช้สิทธิครั้งต่อไป คือ วันที่ 15 ของทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ
จนกว่าใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุครบ 2 ปี ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการและ
พนักงานเมื่อได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเมื่อได้ทำการ
จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิแล้ว จะได้นำเข้าฝากกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัดต่อไป ทั้งนี้ หาก
มีใช้สิทธิแปลงสภาพก่อนครบกำหนดช่วงระยะเวลาการห้ามขายหุ้น หุ้นที่เกิดจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ
จะนำเข้าฝากกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามระยะเวลาการห้ามขายหุ้นที่คงเหลืออยู่ อนึ่ง
รายชื่อกรรมการซึ่งได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิมีดังนี้
ชื่อ ตำแหน่ง จำนวนใบสำคัญ ร้อยละของจำนวน
แสดงสิทธิ ใบสำคัญที่ออก(%)
1. นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานกรรมการ 141,200 2.82
2. นายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการ 156,000 3.12
3. นายสุวัฒน์ จรดล กรรมการ 158,000 3.16
4. นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการ 155,200 3.10
5. นายภูมิชาย หิรัญชัย กรรมการ 160,800 3.22
6. นายอาคม มานะแก้ว กรรมการ 150,800 3.02
7. พล.อ.เธียร ชนไมตรี กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 94,000 1.88
8. นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 94,000 1.88
9. นางมณี จารุมนัส กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 94,000 1.88
สำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิอีกจำนวน 3,796,000 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 75.92% ของจำนวนใบสำคัญแสดง
สิทธิที่ออกในครั้งนี้ บริษัทได้ทำการจัดสรรให้กับผู้บริหารและพนักงานอื่นในบริษัท
สถิติ
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
|---พันบาท (in thousands) --|--------- บาท/หุ้น (baht/share*) ---------|
ปี รายได้จาก กำไร(ขาดทุน) กำไร(ขาดทุน) เงินปันผล มูลค่าหุ้น เงินปันผล
การขายและบริการ สุทธิ สุทธิ ตามบัญชี ต่อกำไร (%)
2546* 372,842 (36,679) (0.20) - 0.77 -
2547** 576,738 8,552 0.05 - 0.88 -
2548*** 1,530,180 44,434 0.28 0.10 1.36 36.01%
งวด 9 เดือน**** 1,029,605 85,544 0.53 0.30 1.77 18.70%
สิ้นสุด ก.ย. 49 (สอบทานแล้ว)
* มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
|---พันบาท (in thousands) --|--------- บาท/หุ้น (baht/share*) ---------|
ปี รายได้จาก กำไร(ขาดทุน) กำไร(ขาดทุน) เงินปันผล มูลค่าหุ้น เงินปันผล
การขายและบริการ สุทธิ สุทธิ ตามบัญชี ต่อกำไร (%)
2546* 655,994 (36,885) (0.20) - 0.85 -
2547** 955,777 8,552 0.05 - 0.88 -
2548*** 1,510,750 44,434 0.28 0.10 1.37 36.01%
งวด 9 เดือน**** 1,029,606 85,544 0.53 0.30 1.77 18.70%
สิ้นสุด ก.ย. 49 (สอบทานแล้ว)
* มูลค่าที่ ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
* มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 185,000 พันหุ้น
** มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 171,372 พันหุ้น
*** มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 157,041 พันหุ้น
**** มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 160,000 พันหุ้น
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
(หน่วย: พันบาท)
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน 1,198 1,208 37,399 43,178
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ 36,909 60,403 303,657 154,325
มูลค่างานที่เสร็จแล้วแต่ยังไม่เรียกเก็บ 115,188 224,951 164,966 229,403
สินค้าคงเหลือ 60,643 47,871 62,491 67,806
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 77,960 65,738 71,330 85,123
เงินฝากธนาคารติดภาระค้ำประกัน 6,134 21,464 19,931 25,805
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 27,059 18,709 42,676 43,548
รวมสินทรัพย์ 429,262 488,097 743,426 696,512
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 129,523 129,867 244,995 85,423
เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย 56,814 81,013 128,354 129,998
หนี้สินระยะยาว และ หนี้สินภายใต้สัญญาเช่า 17,165 11,837 9,382 11,418
ทางการเงิน
-ชำระใน 1 ปี
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 15,996 15,582 37,084 18,093
เงินรับล่วงหน้าค่างานบริการ 18,792 70,321 40,749 121,671
รายได้ค่างานขายรับล่วงหน้า 0 985 22,619 1,363
เงินกู้ยืมระยะยาว 4,367 12,911 6,330 0
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าทางการเงิน (เกินกว่า 1 ปี) 5,364 828 4,941 4,453
รวมหนี้สิน 287,253 337,535 530,431 413,973
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 185,000 142,000 160,000 160,000
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 35,400 35,400 35,400 35,400
กำไร(ขาดทุน)สะสม (78,391) (26,839) 17,595 87,139
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 142,009 150,561 212,995 282,539
รายได้จากการขาย 91,234 148,113 251,996 234,816
รายได้จากการให้บริการ 281,608 428,626 1,251,184 794,789
รายได้อื่น 15,349 33,736 28,708 21,078
รวมรายได้ 388,191 610,474 1,532,530 1,050,683
ต้นทุนขาย 98,724 141,333 220,639 187,478
ต้นทุนบริการ 258,666 365,118 1,143,032 661,278
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 52,415 80,273 106,425 77,208
ดอกเบี้ยจ่าย (11,670) (13,372) (13,833) (12,697)
ภาษีเงินได้ 0 0 (4,168) (22,812)
กำไรสุทธิ (36,679) 8,552 44,434 85,544
จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 185,000 171,372 157,041 160,000
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) (0.20) 0.05 0.28 0.53
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 4,890 888 (68,145) 194,500
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน 9,462 23,191 (4,070) (21,591)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (84,777) (24,068) 108,406 (167,130)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ (70,426) 11 36,190 5,779
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
(หน่วย: พันบาท)
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน 3,932 1,844 39,725 43,975
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ 37,151 60,403 303,977 154,325
มูลค่างานที่เสร็จแล้วแต่ยังไม่เรียกเก็บ 115,188 224,951 164,966 229,403
สินค้าคงเหลือ 91,645 47,871 62,491 67,806
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 89,463 65,826 71,385 85,156
เงินฝากธนาคารติดภาระค้ำประกัน 6,134 22,169 20,639 26,515
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 27,099 18,709 42,676 43,548
รวมสินทรัพย์ 455,847 488,643 745,728 697,441
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 130,220 129,867 244,995 85,423
เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย 61,102 81,013 128,774 129,998
หนี้สินระยะยาว และ หนี้สินภายใต้สัญญาเช่า 17,165 11,837 9,382 11,418
ทางการเงิน
- ชำระใน 1 ปี
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 16,878 15,600 37,408 18,154
เงินรับล่วงหน้าค่างานบริการ 16,600 70,321 40,749 121,671
รายได้ค่างานขายรับล่วงหน้า 0 985 22,619 1,363
เงินกู้ยืมระยะยาว 4,367 12,911 6,330 0
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าทางการเงิน (เกินกว่า 1 ปี) 5,364 828 4,941 4,453
รวมหนี้สิน 299,360 337,349 531,169 414,028
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 185,000 142,000 160,000 160,000
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 35,400 35,400 35,400 35,400
กำไร(ขาดทุน)สะสม (78,597) (26,839) 17,595 87,139
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 156,487 151,295 214,559 283,413
รายได้จากการขาย 374,386 527,152 259,566 234,816
รายได้จากการให้บริการ 281,608 428,626 1,251,184 794,790
รายได้อื่น 17,971 39,574 29,092 21,032
รวมรายได้ 673,965 995,351 1,539,842 1,050,638
ต้นทุนขาย 369,957 507,850 225,233 187,478
ต้นทุนบริการ 258,666 365,118 1,143,032 661,278
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 73,040 101,946 108,144 78,155
ดอกเบี้ยจ่าย (12,302) (14,208) (13,843) (12,697)
ภาษีเงินได้ 0 0 (4,526) (22,812)
กำไรสุทธิ (36,885) 8,552 44,434 85,544
จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 185,000 171,372 157,041 160,000
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) (0.20) 0.05 0.28 0.53
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (14,924) (818) (66,462) 193,376
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน 28,202 12,298 (4,063) (21,996)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (83,641) (13,568) 108,406 (167,130)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ (70,363) (2,088) 37,881 4,250
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.10 1.14 1.14 1.30
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.72 0.98 1.00 1.07
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) 0.02 0.003 (0.16) 0.42
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) 1.85 2.32 3.78 3.15
ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 194.32 155.13 95.15 115.98
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) 10.13 16.77 42.47 36.96
ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) 35.54 21.47 8.48 9.74
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) 8.61 7.35 13.03 8.76
ระยะเวลาการชำระหนี้ (วัน) 41.83 48.99 27.64 41.09
วงจรเงินสด (วัน) 188.03 127.61 75.99 84.63
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio)
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 4.14 12.19 9.28 17.56
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) (6.71) 3.80 4.15 11.76
อัตรากำไรสุทธิ (%) (9.45) 1.40 2.90 8.14
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) (22.95) 5.85 24.44 46.03
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Efficiency Ratio)
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) (7.72) 1.86 7.22 15.84
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (%) (37.18) 22.46 66.98 139.26
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.82 1.33 2.49 1.95
อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน (Financial Policy Ratio)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 2.02 2.24 2.49 1.47
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) 1.42 1.07 (3.62) 18.12
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน (เท่า) 0.12 0.02 (2.78) 0.99
อัตราการจ่ายเงินปันผล (%) - - 36.01 18.70
บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดธันวาคม 2546 2547 2548 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดกันยายน 2549
ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบแล้ว 9 เดือน/สอบทาน
2546 2547 2548 2549
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.18 1.14 1.15 1.30
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.71 0.98 1.00 1.07
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) n/a (0.003) (0.16) 0.42
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) n/a 3.85 3.80 3.15
ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) n/a 93.61 94.67 114.40
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) n/a 11.29 42.62 36.96
ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) n/a 31.89 8.45 9.74
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) n/a 12.29 13.04 8.75
ระยะเวลาการชำระหนี้ (วัน) n/a 29.30 27.60 41.16
วงจรเงินสด (วัน) n/a 96.20 75.52 82.98
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio)
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 4.17 8.66 9.43 17.56
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) (4.22) 2.14 4.20 11.71
อัตรากำไรสุทธิ (%) (5.47) 0.86 2.89 8.05
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) n/a 5.56 24.29 45.28
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Efficiency Ratio)
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) n/a 1.81 7.20 15.63
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (%) n/a 22.50 66.97 126.70
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) n/a 2.11 2.49 1.94
อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน (Financial Policy Ratio)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 1.91 2.23 2.48 1.46
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) (0.21) 0.94 (3.50) 18.03
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน (เท่า) (0.35) (0.01) (2.71) 0.99
อัตราการจ่ายเงินปันผล (%) - - 36.01 18.70
