| การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การละเลยกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หรือการทุจริตในการขออนุมัติใบอนุญาตต่างๆ อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีตามกฎหมายหรือถูกปรับ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ
- การขาดการมีส่วนร่วมและการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้มีส่วนได้เสีย อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความเสียหายต่อชื่อเสียงองค์กร
ผลกระทบเชิงบวก
- เสริมสร้างโอกาสและความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากผู้บริโภคและนักลงทุนให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีมากขึ้น
- สร้างคุณค่าและผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
|
- พนักงาน ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ลูกค้า
|
- 16.3
- 16.5
- 16.6
- 16.7
- 16.10

|
- GRI 2-9
- GRI 2-12
- GRI 2-13
- GRI 2-14
- GRI 2-15
- GRI 2-18
- GRI 205
- GRI 3
|
- การกำกับดูแลกิจการ
- การยึดมั่นตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- การสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท
- การพัฒนาคณะกรรมการบริษัท
- การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
|
| จริยธรรมทางธุรกิจและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การละเมิดกฎหมายหรือข้อบังคับ หรือการกระทำทุจริต อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดี ถูกปรับ หรือถูกลงโทษทางกฎหมายอื่นๆ
- ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุน ลูกค้า และคู่ค้าที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
- ความเสี่ยงที่จะถูกคัดออกจากดัชนีหรือการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสร้างคุณค่าในระยะยาว
- โอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐหรือโครงการขนาดใหญ่ อาจลดลง หากบริษัทถูกมองว่าขาดมาตรฐานทางจริยธรรมและความโปร่งใส
ผลกระทบเชิงบวก
- เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียต่อความโปร่งใสของบริษัท
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและข้อพิพาทที่เกิดจากการทุจริตหรือการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม
- เพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมโครงการภาครัฐและโครงการระดับนานาชาติที่มีข้อกำหนดด้านการต่อต้านการทุจริต
- สร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและมีความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ลูกค้า
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
|
- 16.5
- 16.6

|
- GRI 2-23
- GRI 2-24
- GRI 2-26
- GRI 205
- GRI 206
- GRI 3
|
- ดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท
- การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
|
| การบริหารความเสี่ยง |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การบริหารความเสี่ยงที่ไม่เพียงพออาจทำให้บริษัทเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย หรือประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
- การบริหารความเสี่ยงที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา และส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท
- ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอาจลดลง หากบริษัทถูกมองว่าขาดมาตรการป้องกันและบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอ
ผลกระทบเชิงบวก
- การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและรัดกุมช่วยให้บริษัทสามารถคาดการณ์และรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการวางแผนธุรกิจที่แม่นยำยิ่งขึ้น เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
- สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียถึงความพร้อมและเสถียรภาพของบริษัท
- ลดความสูญเสียทางการเงินและชื่อเสียง พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ลูกค้า
|
- 8.2
- 8.5
- 16.6
- 16.7
 
|
|
- การสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร
- ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG)
- ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่
|
| การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การขาดแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้การดำเนินงานหยุดชะงักจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความล้มเหลวทางเทคโนโลยี หรือการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
- อาจส่งผลให้โครงการล่าช้า สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และลดความเชื่อมั่นจากลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้า
- องค์กรอาจต้องเผชิญกับต้นทุนและความสูญเสียที่สูงกว่าการลงทุนเพื่อป้องกันไว้ก่อน รวมถึงความเสี่ยงด้านความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง
ผลกระทบเชิงบวก
- การพัฒนาและทบทวนแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสร้างความพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน
- สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้าว่าบริษัทมีระบบบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้
- เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
- สนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง และเสริมสร้างชื่อเสียงด้านความพร้อมรับมือและความยั่งยืนขององค์กร
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ลูกค้า
|
- 8.2
- 16.6
- 16.7
 
|
|
- จัดทำแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตและแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
|
| การบริหารจัดการภาษี |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านภาษี อาจทำให้บริษัทถูกตรวจสอบ ถูกปรับ หรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
- ความโปร่งใสด้านภาษีที่ไม่เพียงพออาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ
- ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นจากการวางแผนภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานและลดความสามารถในการแข่งขัน
ผลกระทบเชิงบวก
- การบริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย
- การวางแผนภาษีที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุน และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
- ความโปร่งใสในการดำเนินการด้านภาษีเสริมสร้างชื่อเสียงของบริษัทให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงโครงการหรือการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
|
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
- 16.6
- 16.7

|
|
|
| การบริหารจัดการนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- ความต้องการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากบริษัทขาดนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการดังกล่าว อาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและถูกคู่แข่งแซงหน้า
ผลกระทบเชิงบวก
- เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
- ตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น เพื่อขยายตลาด สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
- พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานประสิทธิภาพสูงเพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ลูกค้า
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
|
- 8.2
- 9.1
- 9.4
 
|
|
- การพัฒนานวัตกรรม
- แนวโน้มนวัตกรรมในธุรกิจไฟฟ้า
|
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้การจัดหาวัตถุดิบล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการผลิตและกำหนดการส่งมอบโครงการ
- ต้นทุนการดำเนินงานอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการวางแผนและบริหารจัดการคู่ค้าที่ไม่เพียงพอ
- ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอาจเกิดขึ้น หากคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานละเมิดมาตรฐานแรงงานหรือก่อผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม
- ความไว้วางใจและชื่อเสียงอาจได้รับความเสียหาย หากบริษัทไม่สามารถบริหารและติดตามมาตรฐานของคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบเชิงบวก
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักและสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน
- เสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบตลอดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการส่งมอบ ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ESG สากล
- สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน
|
- พนักงาน
- ลูกค้า
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
- 16.6
- 16.7

|
|
|
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การตัดสินใจลงทุนที่ไม่รอบคอบ อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทางการเงิน ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง และบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น
- การลงทุนที่ไม่พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างรอบด้าน อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียง รวมถึงต้นทุนในการแก้ไขในอนาคต
- ความผันผวนทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และต้นทุนเงินทุนที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
ผลกระทบเชิงบวก
- การจัดสรรเงินลงทุนอย่างรอบคอบช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางการเงินของบริษัท
- การลงทุนในโครงการและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
- การผนวกปัจจัยด้าน ESG และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจลงทุน ช่วยลดความเสี่ยงและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ลูกค้า
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
|
|
- GRI 2
- GRI 201
- GRI 203
- GRI 204
- GRI 205
|
- จัดทำนโยบายการกำกับดูแลการลงทุนและกรอบการอนุมัติที่ระบุบทบาทของผู้มีอำนาจอนุมัติและเกณฑ์การตัดสินใจลงทุนไว้อย่างชัดเจน
- ดำเนินการประเมินความเป็นไปได้และความเสี่ยงของโครงการก่อนการลงทุนอย่างรอบด้าน รวมถึง IRR, NPV, ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) และการวิเคราะห์ความอ่อนไหว/สถานการณ์ (Sensitivity/Scenario Analysis) พร้อมพิจารณาความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และสภาพคล่อง
- ดำเนินการติดตามผลหลังการลงทุน เพื่อประเมินผลการดำเนินงานเทียบกับงบประมาณ กำหนดเวลา คุณภาพ และเป้าหมายผลตอบแทน พร้อมรายงานผลต่อผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
- เปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อนักลงทุนตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและข้อกำหนดของตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง
|
| การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่ไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ความไม่พึงพอใจและการเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่ง
- ข้อมูลและความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
- ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการเติบโตของบริษัท
ผลกระทบเชิงบวก
- การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพช่วยสร้างความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว
- การใช้ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ช่วยเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด
- เพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ลูกค้า
|
|
|
- ความพึงพอใจของลูกค้า
- การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM)
- การคุ้มครองข้อมูลของลูกค้า
|
| การพัฒนาและดูแลพนักงาน |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การพัฒนาและสนับสนุนพนักงานที่ไม่เพียงพอ อาจก่อให้เกิดช่องว่างด้านทักษะ ลดประสิทธิภาพการดำเนินงาน
- ความผูกพันและแรงจูงใจของพนักงานที่ลดลง อาจเพิ่มอัตราการลาออกและต้นทุนในการสรรหาและฝึกอบรม
- บริษัทอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน หากไม่สามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้ได้
ผลกระทบเชิงบวก
- การพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
- การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจแก่พนักงาน ช่วยเสริมสร้างความผูกพันและความภักดี ลดอัตราการลาออก
- เสริมสร้างความสามารถในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพ และรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงไว้ในระยะยาว
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ลูกค้า
|
|
- GRI 3
- GRI 401
- GRI 404
- GRI 405
|
- การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและผู้นำ
- การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง
- การเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน
- สวัสดิการและค่าตอบแทน
- ความหลากหลายและความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน
|
| ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- อุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างหรือการปฏิบัติงานภาคสนาม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา และชุมชนโดยรอบ รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินและการหยุดชะงักของการดำเนินงาน
- การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย อาจนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมาย การถูกฟ้องร้อง ค่าปรับ และความเสียหายต่อชื่อเสียง
ผลกระทบเชิงบวก
- ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่ดี แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย สร้างความไว้วางใจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
- การลงทุนในมาตรการความปลอดภัยและระบบอาชีวอนามัยที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ลดต้นทุนด้านสุขภาพและอุบัติเหตุ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
- วัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจของพนักงาน ลดอัตราการลาออก และเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ลูกค้า
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
- 3.4
- 3.6
- 8.8
 
|
|
- ความปลอดภัยกระบวนการผลิต
- ความปลอดภัยส่วนบุคคล
- การปฏิบัติตามกฎหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
|
| ความสัมพันธ์กับชุมชน |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การมีส่วนร่วมกับชุมชนที่ไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและการต่อต้าน ส่งผลให้โครงการล่าช้าหรือหยุดชะงัก
- ความไว้วางใจและความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานภาครัฐอาจลดลง ส่งผลต่อการยอมรับและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
- บริษัทอาจมีต้นทุนและความสูญเสียเพิ่มเติมจากการจัดการข้อร้องเรียนหรือความขัดแย้งทางสังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับชุมชนช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มการยอมรับต่อโครงการของบริษัท
- การสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
- เสริมสร้างชื่อเสียงของบริษัทในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือของชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ
- สนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวผ่านความร่วมมือและการสนับสนุนจากชุมชนโดยรอบ
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
|
|
- กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
- การมีส่วนร่วมของชุมชน
|
| การดำเนินงานด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทำให้บริษัทเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง ความเสียหายต่อชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ และอาจถูกลงโทษจากองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
- การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เท่าเทียม อาจนำไปสู่ความไม่พึงพอใจ การประท้วง การลาออก หรือการฟ้องร้องตามกฎหมาย
- การละเลยสิทธิมนุษยชนอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทและบั่นทอนความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย
ผลกระทบเชิงบวก
- การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและปลอดภัย ช่วยเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดอัตราการลาออก
- การดำเนินธุรกิจโดยเคารพสิทธิมนุษยชนช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้มีส่วนได้เสีย
- การได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่และขยายฐานลูกค้า
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
|
- GRI 3
- GRI 401
- GRI 402
- GRI 403
- GRI 404
- GRI 405
- GRI 406
- GRI 407
- GRI 408
- GRI 409
- GRI 412
|
- การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
- การสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
|
| การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การบริหารจัดการของเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้บริษัทเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหรือลงโทษด้านสิ่งแวดล้อม
- การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาจนำไปสู่การถูกปรับ การเพิกถอนใบอนุญาต และการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
- ความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียอาจลดลง หากการบริหารจัดการของเสียไม่สอดคล้องกับหลักความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงบวก
- แสดงให้ผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าบริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับค่าปรับหรือการแก้ไขฟื้นฟู
- เพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมโครงการที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสูง (เช่น โครงการภาครัฐหรือโครงการระหว่างประเทศ)
- ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
|
- GRI 3
- GRI 301
- GRI 302
- GRI 303
- GRI 306
- GRI 307
|
- การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
- การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานสากล
|
| ความหลากหลายทางชีวภาพ |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การดำเนินงานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ อาจก่อให้เกิดการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและรบกวนความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
- การไม่จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ อาจนำไปสู่การถูกปรับ การถูกดำเนินคดี การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ และการสนับสนุนจากนักลงทุนที่ลดลง
ผลกระทบเชิงบวก
- การผนวกประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไว้ในโครงการต่างๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ
- การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ก่อสร้างหรือพื้นที่ลงทุน ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพิ่มโอกาสในการได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือในอนาคต
|
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
- 15.1
- 15.2

|
|
- การทบทวนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
- มาตรการป้องกันและแนวทางการบริหารจัดการ
|
| การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การใช้พลังงาน น้ำ และวัตถุดิบอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน
- การใช้ทรัพยากรมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นหรือภาวะขาดแคลนน้ำ
- บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เนื่องจากมาตรการและข้อกำหนดของภาครัฐมีความเข้มงวดมากขึ้น
ผลกระทบเชิงบวก
- ลดต้นทุนการดำเนินงานและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
- สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความคืบหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero
- เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดึงดูดนักลงทุนและคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับ ESG
- สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
- ลูกค้า
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
|
- GRI 3
- GRI 302
- GRI 303
- GRI 305
- GRI 306
|
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า/พลังงาน การใช้น้ำ และการลดของเสียในกระบวนการดำเนินธุรกิจ
- ดำเนินมาตรการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรและของเสีย
- ฝึกอบรมพนักงานเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
|
| คุณภาพวัสดุก่อสร้าง |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- การใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดความบกพร่องของโครงการ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดความล่าช้า และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
- วัสดุคุณภาพต่ำอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานและชุมชนโดยรอบ และบั่นทอนความไว้วางใจที่มีต่อบริษัท
- บริษัทอาจเผชิญกับการถูกฟ้องร้องหรือถูกลงโทษ หากโครงการไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมหรือสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงบวก
- การใช้วัสดุคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความทนทาน และยืดอายุการใช้งานของโครงการ
- สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียว่าบริษัทดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบและได้มาตรฐานสูง
- การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (เช่น วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่ปล่อยมลพิษต่ำ) ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
- ลูกค้า
|
- 9.4
- 12.2
- 12.5
 
|
- GRI 3
- GRI 301
- GRI 308
- GRI 416
|
- กำหนดมาตรฐานคุณภาพวัสดุก่อสร้างให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมารีไซเคิล
|
| การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
|
ผลกระทบเชิงลบ
- ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม พายุ หรือภัยแล้ง อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน รวมถึงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐ (เช่น กฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการรายงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานและทำให้บริษัทเสี่ยงต่อการถูกปรับหรือลงโทษ หากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน
ผลกระทบเชิงบวก
- การลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในระยะยาว
- การดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบาย Net Zero และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ
- การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างมีความรับผิดชอบ สร้างโอกาสในการดึงดูดนักลงทุน คู่ค้า และลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับ ESG
- เสริมสร้างชื่อเสียงของบริษัทในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน และแสดงถึงบทบาทเชิงรุกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
|
- พนักงาน
- ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และสถาบันการเงิน
- หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- คู่ค้าและคู่แข่งทางธุรกิจ
- ลูกค้า
- ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
|
- GRI 201
- GRI 3
- GRI 302
- GRI 305
|
- การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- เพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน
- ผนวกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับกลยุทธ์และกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM)
- จัดทำรายงานด้านสภาพภูมิอากาศและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความคืบหน้าด้านการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศตามมาตรฐานสากล (เช่น GRI, TCFD)
|