EN

ด้านสังคม

การดำเนินงานด้านสังคม (Social)

ความสำคัญ

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการพัฒนาทักษะบุคลากรในยุคปัจจุบัน คือการเสริมสร้างความรู้ความสามารถให้สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร ในปี 2568 เด็มโก้มุ่งมั่นพัฒนาแนวทาง “Smart Energy” และการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่เน้นนวัตกรรม จึงจำเป็นต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ เด็มโก้ได้มีการทบทวนแผนการฝึกอบรมในทุกระดับ เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัว และเข้าใจบริบทของ Smart Energy ได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านองค์ความรู้ ความสามารถ และมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจแนวใหม่ โดยเน้นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน รวมถึงกำหนดแนวทางการพัฒนาอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เด็มโก้ยังให้ความสำคัญกับการจัดสรรตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับศักยภาพของพนักงาน พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตในสายงานอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ภายใต้นโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง

นโยบายการบริหารงานบุคคล

เด็มโก้ตระหนักว่าพนักงานคือทรัพยากรที่มีคุณค่าซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า ดังนั้น นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นการพัฒนาความพร้อมและศักยภาพของพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์องค์กร โดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี นโยบายดังกล่าวไม่เพียงส่งเสริมทักษะและความรู้ที่จำเป็น แต่ยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจ และความผูกพันระหว่างองค์กรกับพนักงาน

  • นโยบายการบริหารงานบุคคล (Human Resources)

การธำรงรักษาพนักงาน
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยสนับสนุน การจ้างงานคนท้องถิ่นตามไซต์งาน ในตำแหน่งที่เหมาะสมและเป็นไปได้ เพื่อลดผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายแรงงานเพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านความปลอดภัย มาตรฐานการทำงาน และการคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียมตามกฎหมายและนโยบายของบริษัท กระบวนการสรรหาและจ้างงานของบริษัทมุ่งเน้นความโปร่งใส และยึดหลักความสามารถ ความเหมาะสม และทัศนคติที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานและวัฒนธรรมองค์กรเป็นสำคัญ โดยปราศจากอคติในเรื่องเพศ อายุ สถาบันการศึกษา ความพิการ หรือความคิดเห็นทางการเมือง ทั้งนี้ เด็มโก้มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงตำแหน่งงานสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

การจ้างงาน

เด็มโก้ ให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่เป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ โดยกำหนดกระบวนการสรรหาและคัดเลือกที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้ผู้สมัครทุกกลุ่มได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมตามคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนในปี 2568 บริษัทมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 352 คน ทั้งนี้ แม้จะไม่มีการจ้างงานผู้พิการในปีดังกล่าว บริษัทได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างครบถ้วน โดยนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเพื่อสนับสนุนการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการในระดับสังคมโดยรวม

การสรรหาบุคลากรเชิงรุก

เด็มโก้ตระหนักว่าบุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะธุรกิจด้านวิศวกรรมและงานภาคสนามที่ต้องอาศัยทักษะเฉพาะทาง เด็มโก้ จึงดำเนินการสรรหาบุคลากรเชิงรุก เพื่อให้สามารถจัดหากำลังคนได้ “ทันเวลา เหมาะสมกับงาน และสอดคล้องกับทิศทางองค์กร” รวมทั้งยกระดับคุณภาพการจ้างงานและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานในช่วงที่โครงการเพิ่มขึ้นหรือมีงานเร่งด่วน โดยในปี 2568 เด็มโก้มีแนวทางการสรรหาบุคลากร อาทิเช่น

สวัสดิการและค่าตอบแทน

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานในด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ควรได้รับอย่างเหมาะสม ทั้งในแง่ของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างแรงจูงใจในการทำงาน พร้อมคำนึงถึงความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกัน โดยจัดให้มีสวัสดิการที่ครอบคลุมและเป็นธรรม เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพให้ร่วมงานกับเด็มโก้อย่างยั่งยืน การจัดสวัสดิการเหล่านี้ยังช่วยสนับสนุนให้พนักงานมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร นอกจากนี้ เด็มโก้ยังมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง โดยอิงจากตัวชี้วัดผลสำเร็จของงาน (KPI) และสมรรถนะของพนักงาน (Competency) ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

สำหรับปี 2568 เด็มโก้มีสัดส่วนค่าตอบแทนของพนักงานหญิงต่อพนักงานชายเท่ากับ 0.64 ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการบริหารจัดการค่าตอบแทนที่คำนึงถึงความเท่าเทียมกันในองค์กร

นอกจากสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด เด็มโก้ยังจัดให้มีสวัสดิการเพิ่มเติมที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อพนักงานในหลายด้าน ทั้งในเรื่องสุขภาพของพนักงานและครอบครัว เวลาพักผ่อนส่วนตัว การวางแผนการออมและการเกษียณ ตลอดจนสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตการทำงานอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากองค์กรมีพนักงานจำนวนมาก การสื่อสารภายในจึงเป็นสิ่งท้าทาย เด็มโก้จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการสถานประกอบกิจการประจำปีขึ้นในปี 2568 เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยกลางในการตรวจสอบ ควบคุม และรับฟัง ความคิดเห็นเกี่ยวกับสวัสดิการให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวมีบทบาทในการสร้างระบบที่เป็นธรรมต่อพนักงานทุกระดับ โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรสิทธิประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกัน อาทิ การจัดผลประโยชน์ตอบแทนที่เหมาะสมกับแต่ละระดับงานเพื่อให้พนักงานได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ เด็มโก้ยังส่งเสริมบุตรของพนักงานด้านทุนทรัพย์ทางการศึกษาอีกด้วยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 มีการมอบทุนการศึกษาบุตรจำนวนทั้งสิ้น 111 ทุน รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 229,300 บาท

อย่างไรก็ตาม เด็มโก้เชื่อมั่นว่าการสร้างความผูกพันของพนักงานและพัฒนาระบบทรัพยากรบุคคล จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนที่สำคัญขององค์กรให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 เด็มโก้ได้กำหนดสวัสดิการและกิจกรรมสร้างความผูกพันแก่พนักงาน ไว้ดังนี้

สวัสดิการที่เป็นตัวเงินและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • วันหยุดพักผ่อนประจำปี
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ
  • ประกันสุขภาพสำหรับพนักงานและครอบครัว
  • การตรวจสุขภาพประจำปี
  • ชุดอุปกรณ์เซฟตี้
  • รถรับส่งพนักงาน
  • ค่าวิชาชีพ
  • เบี้ยเลี้ยง เงินเพิ่มพิเศษ ค่าเดินทาง
  • ประกันชีวิตและอุบัติเหตุพิเศษสำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย

สิทธิการลาหยุด

  • ลาป่วย
  • ลากิจและลาเพื่อฌาปนกิจครอบครัว
  • ลาอุปสมบทหรือลาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา
  • ลาเพื่อคลอดบุตร
  • ลาเพื่อการสมรส
  • ลาเพื่อการเกณฑ์ทหาร

เงินช่วยเหลือ

  • เงินช่วยเหลืองานมงคลสมรส
  • เงินช่วยเหลือกรณีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิต
  • เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ
  • สวัสดิการเงินกู้ยิมฉุกเฉินสำหรับพนักงาน
ความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement)

การสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร เพราะทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและพร้อมสะท้อนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนา เด็มโก้ดำเนินการสำรวจความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน (Employee Engagement Survey) ปีละ 2 ครั้ง โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และการรักษาความลับในการแสดงความคิดเห็น เพื่อนำผลไปวิเคราะห์และพัฒนาปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน/ความพึงพอใจในมิติต่าง ๆ เช่น ความภูมิใจในองค์กร โอกาสในหน้าที่การงาน และคุณภาพชีวิตการทำงาน รวมถึงนำเสียงสะท้อนมาปรับปรุงกระบวนการทำงานและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เด็มโก้ยังมุ่งสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ส่งเสริมให้พนักงานได้ใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างเพียงพอ โดยให้กับพนักงานสามารถเลือกเวลาทำงานแบบ Flexible (การนับชั่วโมงการทำงานให้ครบ 9 ชั่วโมงต่อวัน รวมเวลาพัก 1 ชั่วโมง) ด้วยระบบ Empeo Application ทำให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข ส่งผลให้พนักงานมีความผูกพันกับองค์กร อันจะนำไปสู่อัตราการลาออกที่ลดลง

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ผลการสำรวจระดับความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร เฉลี่ย 4.39 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 เท่ากับปี 2567 และมีอัตราการลาออกของพนักงาน ร้อยละ 7.39 ซึ่งลดลงร้อยละ 27.78 เทียบจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ เด็มโก้เน้นการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการทำงานของพนักงาน ครอบคลุมในเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบ

ความก้าวหน้าและความมั่นคงในการทำงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการ สภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงกิจกรรมและการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อนำผลที่ได้รับจากการสำรวจมาวิเคราะห์และกำหนดแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการและสร้างประสบการณ์ที่ดีในการทำงานให้กับพนักงานได้อย่างทั่วถึง

การรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน

เด็มโก้เปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลของพนักงาน หากมีปัญหาระหว่างพนักงาน หรือระหว่างพนักงานกับผู้บังคับบัญชา ในด้านการปฏิบัติงานพนักงานมีสิทธิร้องทุกข์ (Whistle Blower) ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น กล่องรับฟังความคิดเห็น จากแบบสอบถาม Employee Engagement Survey โดยผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดไว้ และหากพิสูจน์ได้ว่ากระทำไปโดยสุจริตจะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ซึ่งเด็มโก้จะไม่ถือเป็นการเลิกจ้าง หรือการพิจารณาลงโทษที่จะส่งผลเสียต่อพนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ประการใด

การจัดทำแผนสืบทอดตําแหน่งที่สำคัญขององค์กร (Succession Planning)

เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เด็มโก้มีนโยบายกำกับดูแลให้มีแผนการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อเป็นการเตรียมสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) ให้มีความพร้อมขึ้นดำรงตำแหน่ง เมื่อมีตำแหน่งว่าง หรือมีตำแหน่งงานใหม่ที่สูงขึ้น โดยเชื่อมโยงและสอดคล้องกับผลการประเมินสมรรถนะความสามารถ (Competency) และผลการปฏิบัติงาน (KPI) ที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจของเด็มโก้ โดยเกณฑ์การประเมินได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับระดับของพนักงาน ภายหลังการประเมิน ผู้บังคับบัญชาจะทำการสื่อสารให้พนักงานทราบ พร้อมทั้งให้คำชมเชยในสิ่งที่พนักงานปฏิบัติได้ดี รวมถึงคำแนะนำเพื่อปรับปรุงในสิ่งที่พนักงานยังสามารถพัฒนาได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อตัวพนักงานและองค์กร

การพัฒนาศักยภาพพนักงาน

เด็มโก้ พัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนเป้าหมายและทิศทางธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยกำหนดแผนพัฒนาและฝึกอบรมประจำปี (Training and Development Plan) ควบคู่กับระบบบริหารองค์ความรู้ (Knowledge Management) เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กรอย่างเป็นระบบ เด็มโก้ส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ การฝึกอบรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การแบ่งปันองค์ความรู้ภายในหน่วยงาน การเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงการปฐมนิเทศและการฝึกปฏิบัติงานจริง (On-the-Job Training) เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เด็มโก้มุ่งพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคตผ่านแนวทาง Re-skill และ Up-skill เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี

ในปี 2568 มีจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 8,120.5 ชั่วโมง หรือเฉลี่ย 23.07 ชั่วโมงต่อคนต่อปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

การอบรมดังกล่าวแบ่งตามประเภทความรู้และทักษะออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. ทักษะความสามารถเชิงสมรรถนะ (Soft Skill)

  • อบรมหลักสูตร “การนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Presentation)”

  • อบรมหลักสูตร "ความรู้ประกันสังคมในสถานประกอบกิจการ"

  • อบรมหลักสูตร “Financial Statement”

  • อบรมหลักสูตร "รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพและภัยคุกคามบนโลกออนไลน์"

  • อบรมหลักสูตร “เทคนิคการเขียนหนังสือราชการและรายงานการประชุมที่เป็นเลิศ”

  • อบรมหลักสูตร “เข้าใจตน เข้าใจคนด้วย DISC Model”

  • อบรมหลักสูตร “การจัดการข้อมูลเพื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI for Management)”

  • อบรมหลักสูตร “การจัดเก็บสะสมเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและหัวหน้างานตามสายงานกับการดูแลระเบียบวินัยพนักงาน”

  • อบรมหลักสูตร “การพัฒนา EQ-AQ เพื่อความสำเร็จในการทำงาน”

2. ทักษะด้านเทคนิคการทำงาน (Technical Skill)

  • อบรมหลักสูตร “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับบริหาร (จป. บริหาร)”

  • อบรมหลักสูตร“การตรวจติดตามภายในระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001:2015)”

  • อบรมหลักสูตร “ทบทวนความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น”

  • อบรมหลักสูตร “ประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน Effectiveness of Internal control”

  • อบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานและข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 45001:2018 Occupational Health & Safety Management System (OHSMS)”

3. ทักษะการบริหารจัดการ (Managerial Skill)

  • สัมมนาผู้บริหารระดับสูง “กระบวนการค้นหาโอกาส (Opportunity Management)”

  • อบรมหลักสูตร “Navigating Climate Risks and Capturing Opportunities in the Warming World”

  • กิจกรรมการ“การจัดทำแผนธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ประจำปี 2569 (Business Strategy Workshop 2026)”

  • อบรมหลักสูตร"การบริหารทรัพยากรมนุษย์ สำหรับผู้บริหารที่ไม่ใช่สายงาน HR (HR for Non-HR)

กิจกรรมเพื่อพนักงาน

  • กิจกรรมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป

  • ครบรอบก่อตั้งบริษัท DEMCO 33 ปี

  • สงกรานต์ 2568

  • กิจกรรม SAFETY DAY เพื่อเป็นการรณรงค์ ส่งเสริม สร้างจิตสำนึกความปลอดภัย

  • กิจกรรม Town Hall 2025 "Let Shape the Future Together" เพื่อเป็นการสื่อสารนโยบาย วิสัยทัศน์ และเป้าหมายขององค์กร และเป็นการสร้างความผูกพันและมีส่วนร่วมของพนักงาน

  • กิจกรรมส่งมอบของขวัญวันคล้ายวันเกิด และร่วมทำบุญถวายเครื่องสังฆทาน เพื่อเป็นสิริมงคล

  • DEMCO SPORTY & RICH 2025

  • กิจกรรม “ส่งต่อความสุข สร้างความสนุกสนาน จับสลากของขวัญให้แก่พนักงาน”

ความสำคัญ

เด็มโก้ให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพนักงานทุกคน รวมถึงผู้รับเหมาที่ทำธุรกิจร่วมกับบริษัท เด็มโก้ตระหนักว่าการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นมาตรการและการจัดการป้องกันการเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดที่ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนนำไปสู่วัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กรส่งเสริมความมั่นใจและกำลังใจของพนักงาน นอกจากนี้การจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ดียังช่วยลดความเสี่ยงจากการชะลอตัวของธุรกิจอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

เด็มโก้มุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานภายใต้คำขวัญ “มาตรฐานและความปลอดภัยคือหัวใจการทำงานขององค์กร” โดยกำหนดให้พนักงานและลูกจ้างทุกคนต้องปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของเด็มโก้อย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (มาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549) และกำหนดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) โดยให้มีการจัดประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อรายงานและรับข้อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานต่อเด็มโก้ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานรวมถึงมีการติดตามผลดำเนินงานด้านความปลอดภัยอยู่เสมอ และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการดำเนินงานต่อไป

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ

  1. กระตุ้นจิตสำนึกและปลูกฝังวัฒนธรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
  2. ตั้งเป้าหมายอุบัติเหตุจากการทำงานเป็น “ศูนย์” โดยต้องพัฒนาปรับปรุง ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กฏหมายกำหนด พร้อมทั้งห้ามดำเนินการใดที่ปราศจากมาตรการควบคุมความปลอดภัย รวมทั้งไม่มีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและการอบรมด้านความปลอดภัยที่รองรับอย่างเหมาะสม
แนวทางการปฏิบัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เด็มโก้มีความปรารถนาและมุ่งมั่นที่จะให้บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องในการทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนช่วยในการปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเด็มโก้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีสุขอนามัยและปลอดภัยให้สอดคล้องตามนโยบาย กฎหมาย ข้อกำหนดและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ในการทำงาน รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากการทำงานของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงให้มีการพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

  • นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

  • แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงาน

เด็มโก้ มี “มาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน (TOSH –OSHMS : 2019) ระดับ “Silver” เน้นการป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน ซึ่งให้ทุกหน่วยงาน สามารถนำไปเป็นแนวปฏิบัติ โดยการกำกับดูแลของหน่วยงานความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เด็มโก้มีโครงสร้างกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในการติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนผู้บริหารเป็นประธานคณะกรรมการ ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการระดับปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเป็นคณะกรรมการเฉพาะด้านคณะกรรมการฯ มีหน้าที่วางแผนและกำหนดแนวทางป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านความปลอดภัย กำกับดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติตามมาตรการของบริษัท และยกระดับความปลอดภัยในการทำงานด้วยการปรับปรุงกระบวนการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการรณรงค์ให้พนักงานทุกระดับตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร

  • การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย
  • การประเมินความสอดคล้อง
  • การประเมินความเสี่ยง
  • การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
  • การติดตามและตรวจสอบ
  • การรายงานผล
การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

เด็มโก้ มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรที่ปลอดจากอุบัติเหตุ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ เด็มโก้ จึงได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงจากการทำงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อระบุโอกาสและระดับความรุนแรงของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดแนวทางการป้องกันที่ครอบคลุมทั้งการลดความเสี่ยงและการเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาตรการครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงานทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน หรือโครงการก่อสร้าง โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การทำงานในพื้นที่ไฟฟ้าแรงสูง การทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์หนัก การทำงานในพื้นที่อับอากาศ และการจัดการกับสารเคมีอันตราย เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย เด็มโก้ ได้พัฒนามาตรการที่เน้นการดำเนินงานเชิงรุก ได้แก่

การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

เด็มโก้ มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดี โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายกฎหมาย ข้อกำหนดของลูกค้า และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมาย “อุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)” และลดความเสี่ยงจากโรคที่อาจเกิดจากการทำงาน ทั้งนี้ เด็มโก้พัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งพนักงานและผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้าง/ติดตั้ง และมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในด้านความปลอดภัยผ่าน คณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงาน (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายบริหารและพนักงาน โดยจัดประชุมทุกเดือนเพื่อร่วมกันพิจารณาแผนงาน ความเสี่ยง และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานและสรุปบทเรียนเพื่อนำไปปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ เด็มโก้ สื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยผ่านบอร์ดประกาศ ระบบออนไลน์ และ Safety Talk ประจำสัปดาห์ พร้อมเปิดช่องทางให้พนักงานเสนอความคิดเห็นหรือแจ้งเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยผ่านกล่องรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างบรรยากาศการรายงานที่โปร่งใสและส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับตระหนักว่า “ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน” โดยส่งเสริมการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และหลังเสร็จงาน รวมถึงสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อสังเกตด้านความปลอดภัยและรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมในพื้นที่ปฏิบัติงาน เช่น การฝึกอบรมความปลอดภัยสำหรับพนักงานใหม่และผู้รับเหมา การจัดกิจกรรม Morning Talk และการออกกำลังกายยามเช้าในโครงการก่อสร้าง เพื่อย้ำเตือนความพร้อมด้านร่างกายและความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน

ในด้านการดูแลสุขภาพและความพร้อมต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน เด็มโก้ ได้กำหนดมาตรการรองรับหากเกิดสถานการณ์โรคระบาดขึ้นอีกครั้ง เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน เช่น การจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) การตรวจวัดอุณหภูมิ การสนับสนุนการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) รวมถึงการให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันโรค โดยเผยแพร่ผ่าน Intranet ของบริษัท เพื่อให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง เด็มโก้ให้บริการด้านอาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน โดยดำเนินการตรวจสุขภาพประจำปีครอบคลุม 100% รวมถึงการตรวจตามปัจจัยเสี่ยงเฉพาะกลุ่มตามลักษณะงาน เช่น ฝุ่น เสียง และสารเคมี เป็นต้น พร้อมนำผลการตรวจไปใช้ประกอบการเฝ้าระวังสุขภาพ การปรับมาตรการควบคุมความเสี่ยง และการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัยและเหมาะสมยิ่งขึ้น

กิจกรรมที่เพื่อดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงาน
  • กิจกรรม SAFETY DAY เพื่อเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย และให้พนักงานมีส่วนร่วมงานความปลอดภัยฯ รวมทั้งเพื่อเป็นการให้พนักงานทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญในการร่วมมือร่วมใจ ลดการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานและเป็นการขับเคลื่อนความปลอดภัย

  • กิจกรรมการอบรมหลักสูตร “ทบทวนความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น” เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจลักษณะของอุบัติเหตุที่เกิดจากการปฎิบัติงานกับปั้นจั่นและสามารถตรวจสอบ ดูแลบำรุงรักษาปั้นจั่นในเบื้องต้น เพื่อให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด

  • กิจกรรมพูดคุยความปลอดภัยในการทำงานให้กับ พนักงานและผู้รับเหมาก่อนเริ่มงาน (Safety Talk)

  • กิจกรรมอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

การติดตามและตรวจสอบด้านความปลอดภัย

เด็มโก้ ติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการติดตามสถิติความปลอดภัยและการรายงานผลตามรอบที่กำหนดโดยคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์/อุบัติเหตุ วิเคราะห์สาเหตุ กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข (Corrective & Preventive Actions) ระบุผู้รับผิดชอบ และติดตามความคืบหน้าจนปิดประเด็น ผลการสอบสวนและข้อเสนอแนะจะรายงานต่อผู้จัดการโครงการ/ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสื่อสารบทเรียนและการแจ้งเตือนความเสี่ยง (Safety Communication) เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ ทั้งนี้ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหาย เด็มโก้ดำเนินการเยียวยาและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมตามแนวปฏิบัติขององค์กรและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย

เด็มโก้กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณด้านความปลอดภัย โดยตั้งเป้าลดอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Rate: LTIR) ของพนักงานและผู้รับเหมาเท่ากับ 0 และมุ่งสู่เป้าหมาย “อุบัติเหตุเป็นศูนย์”(Zero Accident) อย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 บริษัทมีอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIR) ของพนักงานเท่ากับ 2.21 และของผู้รับเหมาเท่ากับ 0 โดยมีเหตุการณ์อุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานไม่เกิน 3 วัน รวมจำนวน 2 กรณี ซึ่งแม้ผลการดำเนินงานดังกล่าวยังไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนด บริษัทได้ดำเนินการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและทันท่วงที เด็มโก้ให้การดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บตามมาตรฐานที่กำหนด ตั้งแต่การปฐมพยาบาล การส่งต่อเพื่อรับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนดำเนินการสอบสวนและวิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์ (Root Cause Analysis) เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกัน (Corrective and Preventive Actions: CAPA) พร้อมติดตามผลจนปิดประเด็น และทบทวนมาตรการควบคุมความเสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อยกระดับประสิทธิผลการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

ความสำคัญ

เด็มโก้ดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจและรับผิดชอบต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องผ่านทางการสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สังคมและการมีส่วนร่วมของ ชุมชนในพื้นที่การดำเนินงานด้วย เด็มโก้มีการดำเนินงานภายใต้ นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร และได้ดำเนินการจัดทำนโยบายการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียซึ่งให้ความสำคัญในด้านการสื่อสาร การสร้างปฏิสัมพันธ์ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้มีส่วนได้เสียที่ใกล้ชิดกับพื้นที่การดำเนินงานของบริษัท

กลยุทธ์ด้านสังคมและชุมชน
  • ลงทุนพัฒนาศักยภาพความสามารถของพนักงานด้วยการสนับสนุนการอบรมให้ความรู้และทรัพยากรที่จำเป็นต่าง ๆ พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย กระตุ้นให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และทำงานได้เต็มศักยภาพและขีดความสามารถ
  • ตอบสนองต่อความต้องการสร้างความพึงพอใจของลูกค้า ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการตามสัญญาอย่างครบถ้วน
  • เสริมสร้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชุนและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องด้วยการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารืออย่างโปร่งใส และสร้างสรรค์ ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม และเคารพในความแตกต่าง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเข็มแข็งของชุมชนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สมาคมอุตสาหกรรม พันธมิตรธุรกิจ ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เพื่อมีส่วนในการพัฒนา และ / หรือประยุกต์ใช้มาตรฐานและวิธีปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ดีของอุตสาหกรรม และ /หรือภาคส่วนต่าง ๆ
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน

เด็มโก้ได้ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งหมายถึง การดำเนินกิจกรรมขององค์กรทั้งภายนอกและภายในที่คำนึงถึงผลกระทบต่อตัวองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข ดังนั้นการดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ เด็มโก้ ได้กำหนดแนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

  1. มุ่งมั่นดําเนินธุรกิจตามกฎหมาย มาตรฐาน ระเบียบปฏิบัติ บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างและรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดี รวมทั้งความน่าเชื่อถือขององค์กร เพื่อให้ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากชุมชนและสังคม ในภาพรวมอันจะนําไปสู่ความสําเร็จทางธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนของกิจการ
  2. ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมและชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศตามความเหมาะสม
  3. มีส่วนร่วมในการทํากิจกรรมอันเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  4. ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มธุรกิจเด็มโก้มีจิตสํานึกที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
  5. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล ในการดําเนินการตามมาตรฐาน และรายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อช่วยป้องกันหรือลดผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  6. ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพ และความปลอดภัย ก่อนเริ่มการทํางาน หรือการลงทุน หรือร่วมทุนในกิจการใด ๆ เพื่อวางแผนหรือเตรียมการป้องกันที่เหมาะสม
  • นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน

การดำเนินงานเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม

เด็มโก้ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน บริษัทมุ่งสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 เด็มโก้ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ทั้งนี้ การดำเนินงานคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ความโปร่งใส และการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชนโดยรอบ

ในปี 2568 เด็มโก้สนับสนุนงบประมาณเพื่อกิจกรรมด้านชุมชนและสังคมจำนวน 32,208 บาท และไม่พบข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบต่อชุมชนจากการดำเนินธุรกิจ สะท้อนถึงการบริหารจัดการผลกระทบทางสังคมอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เด็มโก้ยังคงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับความคาดหวังของสังคม และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อชุมชุนและสังคม

การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมในชุมชน / ท้องถิ่น

  • แข่งฟุตบอลการกุศลร่วมกับจัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย จังหวัดปทุมธานี

  • กิจกรรมถวายเทียนพรรษาเนื่องในวันเข้าพรรษา

  • กิจกรรมประเพณีตักบาตรพระร้อยร่วมกับชุมชน

กิจกรรมบริจาคทรัพย์ สิ่งของ เพื่อการกุศล

  • ร่วมสนับสนุนของขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

  • ร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าที่ไม่ใช้แล้วให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปผลิตสื่อการการสอน (อักษรเบรลล์)

  • บริจาคสิ่งของต่างๆ ให้กับ “โครงการ เหลือ – ขอ” เปลี่ยนสิ่งของเป็นค่าเทอมให้เด็กๆ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

  • กิจกรรมร่วมปันน้ำใจ บริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

การให้บริการสาธารณะแก่ชุมชน

  • กิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดวัดเสด็จร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย จังหวัดปทุมธานี

โครงการหรือกิจกรรมเพื่อการพัฒนาและช่วยเหลือชุมชุน/สังคม

  • โครงการให้ความรู้แก่ชุมชน โดยการนำโซล่าเซลล์มาประยุกต์ใช้ในการสร้างรถของเล่นขนาดเล็กที่โรงเรียนวัดดาวเรือง

การร่วมบริจาคโลหิตของพนักงาน

  • กิจกรรมบริจาคโลหิตของ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2568 โดยได้มีการส่งหนังสือ ถึงองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนบุคคลในชุมชนโดยรอบ มาร่วมกันบริจาคโลหิต ทั้งหมด 3 ครั้ง
    • ครั้งที่ 1 : วันที่ 13 มีนาคม 2568
    • ครั้งที่ 2 : วันที่ 25 กรกฎาคม 2568
    • ครั้งที่ 3 : วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568

    ได้ปริมาตรโลหิตรวม 56,550 มิลลิลิตร

ความสำคัญ

เด็มโก้ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานการดำเนินงานที่ดี บริษัทมุ่งส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เด็มโก้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรควบคู่ไปกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงานและแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน โดยมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงติดตามและประเมินความเสี่ยงด้า แรงงานและสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้หลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความมุ่งมั่นและแนวทางสู่ความสำเร็จ

เด็มโก้มุ่งเน้นให้การดำเนินงานของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกันบนพื้นฐานศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หรือไม่กระทำการให้กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นมาตรฐานจริยธรรมองค์กรที่บุคลากรทุกคนในเด็มโก้ ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกลงโทษ ตามระดับของความร้ายแรงแห่งการกระทำและถือเป็นการกระทำผิดทางวินัยด้วย

เด็มโก้ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมที่อาจมีผลต่อหลักสิทธิมนุษยชน ในทุก ๆ ด้าน โดยยึดถือและปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเด็มโก้มีนโยบายอย่างชัดเจนที่จะไม่จ้างแรงงานเด็ก ยึดมั่นในเสรีภาพของการนับถือศาสนาการไม่เลือกปฏิบัติจากความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ และสถานะภาพทางสังคม นอกจากนี้ เด็มโก้ยังให้ความเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนของพนักงานทุกระดับชั้นอย่างเคร่งครัด โดยจะปกป้อง และไม่นำข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน เช่น ประวัติส่วนตัว ค่าจ้างเงินเดือน ฯลฯ ไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอก หรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบ โดยเด็มโก้ได้กำหนดและปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงได้กำหนดให้มีการใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานซึ่งได้จัดทำเป็นคู่มือ สื่อสารให้กับพนักงานได้รับทราบถึงกฎ ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและมีการปฐมนิเทศก่อนการเริ่มปฏิบัติงาน

คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำกับดูแลประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยมีฝ่ายทรัพยากรบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบดำเนินการตามกระบวนการ Human Rights Due Diligence (HRDD) และรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ
  • ปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างโดยไม่เลือกปฏิบัติให้โอกาสอย่างเท่าเทียม มอบหมายงานให้เพียงพอตามความสามารถและผลตอบแทนที่เหมาะสม ห้ามการจ้างแรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และแรงงานผิดกฎหมาย โดยครอบคลุมถึงพนักงานแลลูกจ้างของคู่ค้า และ / หรือผู้มีส่วนได้เสีย
  • ดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยแก่พนักงานลูกจ้าง และทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ โดยไม่ให้กระทบกับสิทธิและความปลอดภัยของผู้อื่น รวมทั้งปกป้องสิทธิส่วนบุคคลการเก็บรักษาข้อมูลลับ การเปิดเผยข้อมูล และการใช้ประโยชน์ข้อมูลส่วนบุคคล
  • เคารพสิทธิ ให้เกียรติ และปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างของกลุ่มบริษัทเด็มโก้ และคู่ค้าด้วยความเสมอภาค และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

เด็มโก้ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมที่อาจมีผลต่อหลักสิทธิมนุษยชน ในทุก ๆ ด้าน โดยยึดถือและปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเด็มโก้มีนโยบายอย่างชัดเจนที่จะไม่จ้างแรงงานเด็ก ยึดมั่นในเสรีภาพของการนับถือศาสนา การไม่เลือกปฏิบัติจากความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ และสถานะภาพทางสังคม นอกจากนี้เด็มโก้ยังให้ความเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนของพนักงานทุกระดับชั้น อย่างเคร่งครัดโดยจะปกป้องและไม่นำข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน เช่น ประวัติส่วนตัว ค่าจ้างเงินเดือน ฯลฯ ไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอก หรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบ โดยเด็มโก้ได้กำหนดและปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงได้กำหนดให้มีการใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานซึ่งได้จัดทำเป็นคู่มือ สื่อสารให้กับพนักงานได้รับทราบถึงกฎ ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและมีการปฐมนิเทศก่อนการเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัท ปลอดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนบนพื้นฐานของการตระหนักถึงคุณค่าและความเท่าเทียม

  • นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเคารพกฏหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

เด็มโก้ดำเนินกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง (Ongoing Basis) และบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กรและการดำเนินธุรกิจหลัก โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมของบริษัท กลุ่มธุรกิจในเครือ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ (Value Chain) ภายใต้นโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เด็มโก้ได้จัดทำและทบทวนกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD) และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk and Impact Assessment) เป็นประจำทุกปี เพื่อระบุ ป้องกัน บรรเทา และติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ

พร้อมทั้งสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที เด็มโก้จัดให้มีการรายงานผลการประเมินและความคืบหน้าการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัท และเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

เด็มโก้ ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Risk Assessment: HRRA)เพื่อพิจารณาและระบุประเด็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจของเด็มโก้ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่า เช่น คู่ค้าและผู้รับเหมา ทั้งนี้ เด็มโก้ประเมินระดับความเสี่ยงโดยพิจารณาจาก 2 มิติหลัก ได้แก่ โอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และความรุนแรงของผลกระทบ (Severity/Impact) เพื่อนำไปสู่การจัดลำดับประเด็นที่มีนัยสำคัญ และกำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

  • คู่มือประเมินความเสี่ยงสิทธิมนุษยชน

จากผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2568 บริษัทพบว่าประเด็นส่วนใหญ่อยู่ในระดับความเสี่ยง ปานกลาง ได้แก่ การจ้างแรงงานผิดกฎหมาย (1.1, 2.1) และประเด็นด้านสุขภาพและความปลอดภัย (1.2, 2.2, 3.1) ขณะที่ประเด็นการเลือกปฏิบัติ (1.3, 2.3) และการรั่วไหลของข้อมูล (1.4, 2.4) อยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ โดยไม่พบประเด็นความเสี่ยงในระดับสูง ทั้งนี้ จากกระบวนการประเมินดังกล่าว บริษัทได้ระบุ “ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจ (Salient Human Rights Issues)” ได้แก่ การใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือแรงงานบังคับ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน การเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิของคู่ค้าและชุมชนโดยรอบ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและติดตามอย่างเหมาะสมต่อไป

การกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยง

เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นไปอย่างเป็นระบบ เด็มโก้ได้กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงตามระดับความเสี่ยงที่ประเมินได้ โดยดำเนินการภายใต้กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และบูรณาการเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กรมาตรการดังกล่าวครอบคลุมการจัดทำแผนปฏิบัติการ การกำหนดหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน การกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการ ตลอดจนการผนวกข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานปกติ เช่น การบริหารแรงงาน การจัดซื้อจัดจ้าง และการควบคุมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เด็มโก้มีการติดตามและทบทวนประสิทธิผลของมาตรการอย่างสม่ำเสมอ พร้อมรายงานผลต่อฝ่ายบริหารตามรอบที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปโดยเคารพสิทธิมนุษยชนและสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทกำหนดและดำเนินมาตรการด้านแรงงานอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้นโยบายสิทธิมนุษยชน โดยห้ามใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในทุกกรณี กำหนดกระบวนการตรวจสอบก่อนการจ้างงานและติดตามคู่ค้า จัดให้มีกลไกการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานและช่องทางร้องเรียนที่เป็นความลับ ควบคุมชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาให้เป็นไปตามกฎหมาย และกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ทั้งนี้มีการติดตามและรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ผู้มีส่วนได้เสีย มาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยง
การจ้างแรงงานผิดกฎหมาย /
แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน
พนักงาน
คู่ค้า/ผู้รับเหมา
ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  1. กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนให้เป็นแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมายข้อบังคับระหว่างประเทศ และกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดให้มีการจัดทำสัญญาทางธุรกิจที่ครอบคลุมเงื่อนไขด้านความยั่งยืนในทุกสัญญา
  3. ประเมินและติดตามคู่ค้าและผู้รับเหมาในมิติสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืน
สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า / ผู้รับเหมาในสถานที่ปฏิบัติงาน และชุมชนใกล้เคียง พนักงาน
คู่ค้า/ผู้รับเหมา
ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  1. สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย โดยปฏิบัติตามระเบียบ ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อควบคุมให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและปลอดภัย
  3. อบรมความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ให้พนักงานและผู้รับเหมาทุกคนก่อนเริ่มงาน
การเลือกปฏิบัติกับพนักงาน คู่ค้าและผู้รับเหมา พนักงาน
คู่ค้า/ผู้รับเหมา
ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  1. วิเคราะห์ข้อมูล Exit Interview
  2. กำหนดให้โครงการจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องจากผู้รับเหมาเพื่อตรวจสอบการจ้างลูกจ้างต่างด้าวให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง
  3. ปรับปรุงเงื่อนไขในสัญญาจ้างโดยร่วมกับหน่วยงานจัดซื้อในการระบุข้อความในสัญญาจ้างที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าวของ ผู้รับเหมา เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและลดความเสี่ยงในกระบวนการดำเนินงาน
การติดตามและรายงานผล

เด็มโก้ กำหนดให้มีการทบทวน ติดตาม และตรวจสอบประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทและการปฏิบัติงานในโครงการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การกำกับดูแลอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการ ร่วมกันติดตามประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อให้มาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบมีประสิทธิผล นอกจากนี้ เด็มโก้มีการสื่อสารและอบรมให้ความรู้แก่พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานและการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสะท้อนข้อคิดเห็นหรือข้อกังวลอย่างเป็นระบบ และนำผลการติดตามไปเปิดเผยในรายงานประจำปี/รายงานความยั่งยืนตามแนวทางที่บริษัทกำหนด

สิทธิแรงงาน ความหลากหลาย และการไม่เลือกปฏิบัติ

เด็มโก้ มุ่งมั่นในการปกป้องและเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล โดยครอบคลุมการไม่เลือกปฏิบัติ การต่อต้านการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ การห้ามใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ ตลอดจนการส่งเสริมเสรีภาพในการสมาคมและการรวมตัว เจรจาต่อรอง การจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม รวมถึงสิทธิพื้นฐานอื่น ๆ ของพนักงานเด็มโก้กำหนดให้พนักงานทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ การประเมินผลการปฏิบัติงาน และความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สีผิว รสนิยมทางเพศ ความพิการ หรือสถานะอื่นใด การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน การแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง การพิจารณาค่าตอบแทน และการบริหารทรัพยากรบุคคลในทุกกระบวนการ จะพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานเป็นสำคัญ

ในปี 2568 บริษัทไม่พบข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด

การรับเรื่องร้องเรียน การคุ้มครองผู้ร้องเรียน และการเยียวยา

เด็มโก้ จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งพนักงาน คู่ค้า และชุมชน ผ่านการประชุม การสื่อสารโดยตรง และช่องทางออนไลน์ เพื่อนำข้อคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และปรับปรุงการดำเนินงานให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดช่องทางการรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนตามนโยบายและแนวปฏิบัติว่าด้วยการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Policy) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเหตุหรือการกระทำที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างปลอดภัยและเป็นความลับ โดยมีกระบวนการรับเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาดำเนินการอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนเพื่อป้องกันการตอบโต้หรือการเลือกปฏิบัติ ในกรณีที่พบความเสียหาย เด็มโก้จะดำเนินมาตรการบรรเทาและแก้ไขผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งในรูปแบบตัวเงิน เช่น เงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้ หรือเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน และในรูปแบบที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนและเยียวยาเบื้องต้น การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการคุ้มครองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ บริษัทมีการติดตามผลและทบทวนมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ